ศรีสะเกษ

แผนที่

แดนปราสาทขอม    หอมกระเทียมดี      มีสวนสมเด็จ    เขตดงลำดวน    

หลากล้วนวัฒนธรรม     เลิศล้ำสามัคคี

ศรีสะเกษ เคยเป็นชุมชนที่มีอารยะธรรมรุ่งเรือง นับตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ และมีชนเผ่าต่าง ๆ ได้แก่ ลาว เขมร กวย และเยอ อพยพมาอาศัยในบริเวณนี้ เดิมเรียกกันว่า เมืองขุขันธ์ เมืองเก่าตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน ตำบลดวนใหญ่ อำเภอวังหิน ในปัจจุบันได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเมืองเมื่อ พ.ศ. 2302 สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยมีหลวงแก้วสุวรรณซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาไกรภักดีเป็นเจ้าเมืองคนแรก จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5ได้ย้ายเมืองขุขันธ์มาอยู่ที่บ้านเมืองเก่า ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษในปัจจุบัน แต่ยังคงใช้ชื่อว่าเมืองขุขันธ์จนถึง พ.ศ. 2481 จึงเปลี่ยนเป็นจังหวัดศรีสะเกษ

วัดมหาพุทธาราม

ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ “หลวงพ่อโต”เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีความสูงจากฐานถึงยอดเกศ 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.50 เมตร เดิมเป็นพระพุทธรูปศิลาจำหลัก สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยขอมซึ่งมีอายุร่วมพันปีมาแล้ว แต่มาสร้างเพิ่มเติมขึ้น มีหลักฐานบ่งชี้ว่า องค์พระแท้จริงแล้วเป็นหินดำเกลี้ยง แต่มีการฉาบปูนทับองค์พระไว้เพื่อป้องกันมิจฉาชีพมาโจรกรรมไปในครั้งอดีต


ศาลหลักเมือง

ตั้งอยู่ติดกับศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เดิมศาลหลักเมืองเก่ามีสภาพทรุดโทรม เนื่องจากสร้างมานาน ในปี 2519 จังหวัดศรีสะเกษจึงได้ทำการก่อสร้างศาลาหลักเมืองหลังใหม่ขึ้นในบริเวณเดิม และขยายบริเวณให้กว้างออกไป รูปแบบก่อสร้างเป็นแบบจัตุรมุข องค์เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปหัวใจเม็ด ทรงมัตถกะ เส้นผ่าศูนย์กลางของเสา 30 เซนติเมตร ความสูงจากฐานถึงยอดเสา 229 เซนติเมตร แล้วเสร็จในปี 2531


ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ 

ตั้งอยู่ที่สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (เกาะห้วยน้ำคำ) ถ.เลี่ยงเมือง ต.หนองครก เป็นอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เปิดป็นทางการเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2554 อยู่ในการดูแลของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ แบ่งพื้นที่แสดงพันธุ์ปลาเป็นโซนปลาทะเล 22 ชนิด ปลาน้ำจืด 79 ชนิด และปลาสวยงาม รวมทั้งสิ้นกว่า 4,000ตัว และมีโซนอุทยานไดโนเสาร์โลกล้านปีที่แปลกใหม่ พร้อมอุโมงค์แก้วลอดใต้บ่อปลาที่มีความยาวถึง 24  เมตร ให้ผู้ชมสามารถสัมผัสกับฝูงปลาที่แหวกว่ายในอุโมงค์แก้วได้อย่างใกล้ชิด เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร–วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 –16.00  น. อัตราค่าบริการเด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ โทร. 0 4561 2686, 0 4562 0211-4


สวนสมเด็จศรีนครินทร์

ตั้งอยู่ในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ ถ.กสิกรรม ต.หนองครก ห่างจากศาลากลางจังหวัด ประมาณ 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 237 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง-ต่ำตามธรรมชาติ มีลำห้วย 2 สายคือ ห้วยปูนใหญ่และห้วยปูนน้อย มาบรรจบกันตรงด้านทิศเหนือ ภายในบริเวณสวนมีต้นลำดวนที่ขึ้นตามธรรมชาติมากกว่า 50,000ต้น เหมาะแก่การทัศนศึกษาในเชิงพฤกษศาสตร์   ต้นลำดวนเป็นพันธุ์ไม้หอม จะผลิดอกหอมอบอวลไปทั่วในราวเดือนมีนาคมของทุกปี  และเนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อศรีนครลำดวนในอดีต จึงได้นำเอาต้นลำดวนมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด ในพื้นที่ยังมีสวนสัตว์ และสวนสาธารณะตกแต่งสวยงามร่มรื่น เป็นแหล่งพักผ่อนของประชาชนทั่วไปมีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่นและพักผ่อนหย่อนใจโดยเปิดให้เข้าชมและพักผ่อนทุกวันเวลา 06.00–19.00  น.              


บ้านขุนอำไพพาณิชย์

ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เลขที่ 1166 ถ.อุบล เดิมเป็นบ้านของขุนอำไพพาณิชย์ (อินทร์ นาคสีหราช)และนางอำไพพาณิชย์ (ทองใบ นาคสีหราช)คหบดีชาวศรีสะเกษ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยช่างชาวจีนและชาวมอญ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้นสีครีม ไม่มีฐานราก ลายปูนปั้นประดับมีสีเหลืองเข้มและสีขาว ก่ออิฐแบบครึ่งแผ่นฉาบปูน แต่ละชั้นแบ่งเป็น 6 คูหา   ชั้นล่างปูพื้นด้วยไม้เนื้อแข็ง มีบันไดขึ้น 2 ทาง บริเวณทางเข้าเป็นประตูเฟี้ยมจำนวน 6 บาน เปิดแยกข้างละ 3 บาน เหนือประตูเป็นกรอบวงโค้ง ชั้นบนบางคูหาเป็นผนังทึบ มีช่องหน้าต่าง บางคูหาเป็นช่องประตูโดยมีระเบียงพื้นไม้ยื่นออกมา 1 เมตร ทางด้านหน้า และ 3 เมตร ทางด้านหลัง ลักษณะเด่นของบ้านขุนอำไพพาณิชย์คือ มีการประดับด้วยลายปูนปั้นที่สวยงาม ทั้งผนังอาคารทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยประดับไว้เหนือหน้าต่างและเสาอาคารเป็นลวดลายที่มีความเชื่อตามคติจีนโบราณ และมีความหมายไปในทางมงคล เช่น ฮก ลก ซิ่ว หมายถึง ชาติ ศาสนา ทรัพย์สมบัติ และความยั่งยืน โดยภาพลายดวงอาทิตย์ฉายรัศมี และดอกพุดตาน หมายถึง ฮก,ลายดอกเบญจมาศ หมายถึง ลก,ลายภาพนกกระเรียน หมายถึง ซิ่ว, ลวดลายประดับอื่นๆ เช่น ลายพันธุ์พฤกษา ลายดอกบ๊วย ลายก้านขด ลายภาพค้างคาวคายเงินเหรียญโบราณ ๒ เหรียญ ซึ่งตามคติจีนหมายถึง ความพรั่งพร้อมด้วยโชคลาภ   บ้านขุนอำไพพาณิชย์ ได้รับการบูรณะและอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี     จนได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการดีเด่นการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเมือง    เมื่อวันที่  30 กันยายน พ.ศ. 2531 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานของชาติเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2537 ปัจจุบันเปิดเป็นร้านจำหน่ายของฝาก ของที่ระลึก สินค้า OTOP ของจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนด้านบนจัดแสดงของใช้ในอดีตของขุนอำไพพาณิชย์ 


วัดป่าศรีสำราญ

ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลจังหวัดศรีสะเกษ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเขาพระวิหาร และหลวงพ่อสามพี่น้อง เป็นพระพุทธรูปที่นำมาเมื่อ พ.ศ.2481 โดยหลวงพ่อนิล และหลวงปู่บุญยัง ถือเป็นพระพุทธรูปที่ชาวศรีสะเกษเคารพและมากราบขอพรให้ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ดังคำกล่าวว่า “พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ขอพรได้ดังใจนึก” วัดป่าศรีสำราญได้รับอนุญาตให้สร้างเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2512 และได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2515 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 12  พฤศจิกายน 2515              


พระธาตุเรืองรอง   

อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 2373  (ศรีสะเกษ-ยางชุมน้อย) ประมาณ 7.5 กิโลเมตรตั้งอยู่ที่บ้านสร้างเรือง ต.หญ้าปล้อง  เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นโดยผสมศิลปะอีสานใต้สี่เผ่าไทอย่างลงตัว ได้แก่ ลาว เขมร กวยและเยอ มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ พระธาตุมีความสูง 49 เมตร  แบ่งออกเป็น  6 ชั้น ชั้นแรก สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา  ชั้นที่ 2-3  เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านสี่เผ่าไท ชั้นที่ 4 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป  ชั้นที่ 5 ใช้สำหรับการทำสมาธิ และชั้นที่ 6 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและชมทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ สนใจเข้าชมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 4582 1058


วัดพระศรีธาตุ หรือ วัดโนนแกด

เดินทางจากตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้เส้นทางหลวง 221 (ศรีสะเกษ-กันทรลักษ์) ประมาณ กิโลเมตรที่ 7 ให้เลี้ยวขวา ตรงไปตามทางอีก 6 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางขวามือ ที่บ้านโนนแกด หลวงปู่เกลี้ยง เตชธมฺโม หรือพระครูโกวิทพัฒโนดม เจ้าอาวาสวัดศรีธาตุ หรือวัดโนนแกด เป็นพระนักปฏิบัติที่มีชื่อเสียงในด้านเมตตาบารมี ปัจจุบันหลวงปู่เกลี้ยงมีอายุถึง 103 ปี แล้ว ผู้คนต่างมักมากราบไหว้ขอพรและความเป็นสิริมงคลเสมอ ที่วัดแห่งนี้มีสิ่งก่อสร้างที่มีความสวยงามลักษณะคล้ายพระธาตุพนม  จ.นครพนม ครอบองค์พระธาตุที่เชื่อว่าเป็นพระธาตุของพระอานนท์มาตั้งแต่ครั้งในอดีต


วัดหนองตะเคียน

เดินทางจากตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้เส้นทางหลวง 221 (ศรีสะเกษ-กันทรลักษ์  จนถึงกิโลเมตรที่ 13.5 เลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านตะเคียน ไปตามทางหมู่บ้านอีก 5 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ ในหมู่ 7 ตำบลจาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  ได้ประกาศอนุญาตให้ตั้งวัด เมื่อวันที่ 4  มิถุนายน 2550  ศาตราจารย์พิศิษฐ์ เทศะบำรุง  อดีตผู้พิพากษาในคณะศาลฎีกาได้นำคหบดีจากกรุงเทพฯ  มาช่วยสนับสนุนจัดสร้างอาคารเสนาสนะและจัดซื้อที่ดินถวายวัด รวมแล้วประมาณ 18 ไร่ และนำรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน มาประดิษฐานภายในบริเวณวัด

นอกจากนี้ยังมีอุโบสถทรงจัตุรมุข  ตามแบบศิลปะผสมระหว่างขอม-ล้านนา โดยช่างฝีมือจากทางภาคเหนือ ภายในอุโบสถประดิษฐานพระศรีอริยะเมตรัย (หลวงพ่อสีทันดร) เป็นองค์ประธาน บริเวณข้างพระอุโบสถมีลานพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานอยู่ ราว 28 องค์ เป็นแนวตรงกัน อดีตสถานที่แห่งนี้  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เคยเสด็จพระทับแรมขณะออกศึกในสมัยนั้นด้วย


ปราสาทสระกำแพงน้อย

เดินทางจากตัวจังหวัดประมาณ 8 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข  226(สายศรีสะเกษ-อุทุมพรพิสัย) อยู่ด้านขวามือ  ตั้งอยู่ในวัดสระกำแพงน้อย บ้านกลาง ต.ขยุง พื้นที่บริเวณปราสาทคาบเกี่ยวกับพื้นที่อำเภอเมืองศรีสะเกษด้วย ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยนั้นประกอบด้วยปรางค์และวิหารก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้าปรางค์มีสระน้ำใหญ่ ทั้งปรางค์ วิหาร และสระน้ำ ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง เคยมีทับหลังประตูสลักเป็นพระวรุณเทพเจ้าแห่งฝนประทับบนแท่นมีหงส์แบกสามตัว อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข ศิลปะแบบบาปวนมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 สันนิษฐานว่าปราสาทหินแห่งนี้เดิมเป็นศาสนสถาน ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18 รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อาจมีการบูรณะหรือสร้างเพิ่มเติม สังเกตจากมีสถาปัตยกรรมแบบบายนอยู่ด้วย สิ่งก่อสร้างดังกล่าวเรียกกันในสมัยนั้นว่า “อโรคยาศาล” หมายถึง สถานพยาบาล หรือสุขศาลาประจำชุมชนนั่นเอง


ปราสาทสระกำแพงใหญ่

เดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 226 ห่างจากตัวจังหวัด 26 กิโลเมตรและห่างจากตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร (สายศรีสะเกษ – อ.อุทุมพรพิสัย) ตั้งอยู่ที่วัดสระกำแพงใหญ่ บ้านกำแพงใหญ่ ต.สระกำแพงใหญ่ เป็นปราสาทขอมขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด ลักษณะเป็นปรางค์สามองค์บนฐานเดียวเรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ก่อด้วยหินทราย มีอิฐแซมบางส่วนมีทับหลังจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างบนแท่นเหนือหน้ากาล  ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ เป็นปรางค์อิฐ มีส่วนตกแต่งที่เป็นหินทราย เช่น ทับหลัง กรอบหน้าบันและกรอบเสาประตู ด้านหลังปรางค์องค์ทิศใต้มีปรางค์ก่ออิฐอีก 1 องค์ ด้านหน้ามีวิหารก่ออิฐ 2 หลัง ล้อมรอบด้วยระเบียงคดก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีโคปุระหรือประตูซุ้ม ทั้ง 4 ทิศ

วิหารที่ก่อด้วยอิฐ อยู่ทางด้านทิศเหนือมีทับหลังสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่เหนือพระยาอนันตนาคราชท่ามกลางเกษียรสมุทร และทิศใต้มีทับหลังรูปพระอิศวรกับพระอุมาประทับนั่งเหนือโคนนทิ ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้อยู่ในความดูแลของกองโบราณคดี กรมศิลปากร และมีการขุดค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่นทับหลังจำหลักภาพศิวะนาฏราช พระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ ที่นี่ยังพบพระพุทธรูปปางสมาธิ พระพิมพ์ดินเผา          และพระพุทธรูปนาคปรกที่สมบูรณ์และสวยที่สุดอีกด้วย    จากหลักฐานลวดลายที่ปรากฏบนหน้าบัน ทับหลัง และโบราณวัตถุต่าง ๆ โดยเฉพาะจารึกที่หลืบประตูปราสาทสระกำแพงใหญ่ สันนิษฐานว่าปราสาทนี้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 ตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวน เพื่อเป็นเทวาลัยถวายแด่พระศิวะ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน


ปราสาทบ้านปราสาท หรือ ปราสาทห้วยทับทัน

เดินทางจากตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 ประมาณ 39 กิโลเมตร ถึงอำเภอห้วยทับทัน เลี้ยวขวาบริเวณหน้าสถานีรถไฟ อ.สำโรงทาบ ข้ามรางรถไฟไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวขวาเข้าถนน ศก.4049  ตรงไปตามถนนประมาณ 8 กิโลเมตร จะพบสามแยกเลี้ยวขวาไปจนถึงไป อบต.ปราสาท แล้วเลี้ยวซ้ายข้าง อบต.ปราสาท เข้าหมู่บ้าน เลี้ยวขวาอีกครั้งไปตามทางอีกประมาณ 500 เมตร ปราสาทบ้านปราสาทจะอยู่ขวามือ ตั้งอยู่ที่วัดปราสาทพนาราม   บ้านปราสาท เป็นโบราณสถานแบบขอมที่ถูกดัดแปลงในสมัยหลังเช่นเดียวกับปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะส่วนหลังคาซึ่งคล้ายคลึงกันมาก แต่มีขนาดสูงกว่าประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกันในแนวเหนือ-ใต้ มีกำแพงล้อมรอบพร้อมซุ้มประตูก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าเดิมมี 3 หรือ 4 ทิศ ปัจจุบันคงเหลือเพียงด้านทิศใต้เท่านั้น    ปรางค์องค์กลางขนาดใหญ่กว่าปรางค์อีก 2 องค์ ขนาบข้างเล็กน้อยแต่ส่วนหลังคาเตี้ยกว่า เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง มีประตูเดียวด้านหน้าทางทิศตะวันออก กรอบประตูหินทราย และทับหลังติดอยู่เป็นภาพบุคคลยืนอยู่เหนือหน้ากาล ส่วนท่อนพวงมาลัยมีลายมาแบ่งที่เสี้ยวภาพบุคคลยืนในซุ้มเรือนแก้ว ไม่สามารถสันนิษฐานว่าเป็นผู้ใดด้วยลายสลักยังไม่แล้วเสร็จ  ปรางค์สององค์ที่ขนาบข้าง มีขนาดเดียวกัน แต่ดัดแปลงรูปแบบไปมากโดยเฉพาะส่วนหลังคาและประตู ซึ่งก่อทึบหมดทุกด้าน ยังคงปรากฏกรอบประตูหินทราย และชิ้นส่วนทับหลังสลักภาพการกวนเกษียรสมุทรตกอยู่หน้าประตูปรางค์องค์ด้านทิศใต้  จากลักษณะศิลปกรรมของทับหลังที่ปรากฏอาจสันนิษฐานได้ว่าปราสาทแห่งนี้มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16  ร่วมสมัยศิลปะขอมแบบคลัง-บาปวนของเขมร และถูกดัดแปลงในสมัยหลัง  ปัจจุบันมีการขุดค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายอย่าง อาทิ โครงกระดูกมนุษย์ที่มีอายุสมัยก่อนพุทธกาล ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา และเครื่องเงิน อีกทั้งยังค้นพบทับหลังจำนวน 4 ชิ้น อันได้แก่ ทับหลังรูปหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ทับหลังรูปบุคคลทรงโคปุระ และทับหลังกวนเกษียรสมุทร


ปราสาทปรางค์กู่ 

อยู่ห่างจากศรีสะเกษเป็นระยะทาง ประมาณ 70 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้สองเส้นทางคือ ทางศรีสะเกษ-สุรินทร์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง 2234 หรือเส้นทางศรีสะเกษ-ขุขันธ์ แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๑๖๗ ปรางค์กู่อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 10 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ ปรางค์สร้างด้วยอิฐเรียงแผ่นโต ๆ เหมือนปราสาทศีขรภูมิ ที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นศาสนสถานสมัยขอมที่เก่าแก่มาก อายุกว่าพันปีมาแล้ว ด้านหน้าปรางค์กู่มีสระน้ำขนาดใหญ่ เป็นทำเลพักหากินของนกเป็ดน้ำ ซึ่งมีมากในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป


ปราสาทบ้านสมอ หรือ ปราสาททามจาน 

ห่างจากตัวจังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข 220 และ 2167 ประมาณ 52 กิโลเมตร ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านทามจาน ต.สมอ เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็ก ภายในองค์ปรางค์มีรูปประติมากรรมจำหลัก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18


ปราสาทตาเล็ง 

จากตัวเมืองศรีสะเกษ ตามทางหลวงหมายเลข 220 จนถึงอำเภอขุขันธ์ เลี้ยวขวาผ่านสถานีตำรวจไป 3  กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวซ้าย 300 เมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน ศก. 4047 ต.กันทรารมย์ ตรงไปประมาณ 18 กิโลเมตร ถึงบ้านปราสาท เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้าน ตรงไปตามทางอีก 200 เมตรแล้วเลี้ยวขวา ปราสาทตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านปราสาท ต.กันทรารมย์ มีลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวตั้งอยู่บนฐาน องค์ปรางค์มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปัจจุบันเหลือเพียงผนังด้านหน้าและผนังด้านข้างบางส่วน มีประตูเข้าได้เพียงประตูเดียวด้านหน้า อีกสามด้านเป็นประตูหลอก ที่สำคัญคือเสาติดผนังของประตูหน้าทั้งสองข้างยังคงมีลวดลายก้านขดสลักเต็มแผ่นอย่างสวยงาม สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 -17

นอกจากนี้บนพื้นรอบ ๆ ยังมีทับหลังวางอยู่หลายชิ้น ชิ้นหนึ่งวางอยู่หน้าประตูด้านทิศเหนือ สลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างในซุ้มเรือนแก้วเหนือหน้ากาล ซึ่งคายท่อนพวงมาลัยออกมาจากปากและยึดท่อนพวงมาลัยนั้นไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ทับหลังชิ้นอื่น ๆ มีลักษณะคล้ายกัน ทับหลังชิ้นหนึ่งมีแนวภาพตอนบนสลักเป็นรูปฤาษีนั่งเรียงกันในท่าสมาธิ 7  ตอน สันนิษฐานได้ว่าปราสาทตาเล็งสร้างขึ้นในศิลปะขอมแบบบาปวน ซึ่งมีอายุราว พ.ศ. 1560 - 1630


วัดเขียนบูรพาราม

จากตัวเมืองศรีสะเกษ มาตามทางหลวงหมายเลข 220 จนถึง อ.ขุขันธ์ เลี้ยวซ้าย ตรงไปตามทางอีก 2  กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยเหนือ ห่างจากตัว อ.ขุขันธ์ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองขุขันธ์ เดิมเรียกว่าวัดเขมร มีโบราณสถานที่สำคัญได้แก่ พระอุโบสถที่มีลักษณะเป็นสิมอีสาน สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวขุขันธ์เคารพอย่างยิ่ง ประดิษฐานภายในวิหาร คือหลวงพ่อโต อีกทั้งมุมที่สี่ของพระอุโบสถดังกล่าว ยังมีธาตุในศิลปะล้านช้าง แต่ในปัจจุบันเหลือเพียง 2 องค์


หัตถกรรมจักสานกระเป๋าผอบจากใบตาล

จากสี่แยก อ.ขุขันธ์เลี้ยวซ้าย ผ่านสถานีตำรวจไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร ถึงบริเวณบ้านหนองก๊อก หัตถกรรมจักรสานกระเป๋าผอบใบตาลจะอยู่ซ้ายมือ ที่ 169 หมู่ 10 ต.ห้วยสำราญ บ้านหนองก๊อก ต.ห้วยสำราญ ห่างจากตัว อ.ขุขันธ์ประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นหัตถกรรมที่ได้รับการสืบทอดจากบรรพบุรุษ โดยนำใบตาลมาจักสานเป็นกระเป๋าผอบ ซึ่งเดิมผอบบรรพบุรุษได้ทำเป็นของใช้ในบ้าน แต่ปัจจุบันทำเป็นของที่ระลึกและจัดจำหน่าย สามารถเยี่ยมชมและสั่งซื้อสินค้าที่หัวหน้ากลุ่ม นางอรสา ขุขันธินโทร. 0 4563 0688, 0 89 6241 1461  


กลุ่มหัตถกรรมเกวียนน้อย

จากสี่แยก อ.ขุขันธ์ เลี้ยวซ้ายผ่านสถานีตำรวจ อ.ขุขันธ์ ไปจนถึงบริเวณสามแยก เลี้ยวขวา ประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าบ้านใจดี ตรงไป 2 กิโลเมตร กลุ่มหัตถกรรมเกวียนน้อยจะอยู่ซ้ายมือ บ้านเลขที่ 3 หมู่ 10 บ้านใจดี อ.ขุขันธ์ ที่นี่เป็นหมู่บ้านทำเกวียนเลียนแบบเกวียนที่ใช้งานจริง แต่มีขนาดเล็กเพื่อใช้ประดับตกแต่งและเป็นของที่ระลึก ซึ่งการทำ 1 ชิ้นงาน ใช้เวลาประมาณ 7 วันขึ้นไปแล้วแต่ขนาด


วัดลำภู

จากสี่แยก อ.ขุขันธ์ เลี้ยวซ้ายผ่านสถานีตำรวจ อ.ขุขันธ์ ไปจนถึงบริเวณสามแยก เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 5กิโลเมตร เลี้ยวขวาขับตามทางไปประมาณ 3  กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาอีกครั้ง ขับตรงไปอีก 1 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ที่ตำบลใจดี ห่างจากตัว อ.ขุขันธ์ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระแก้วเนรมิต พุทธลักษณ์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเนื้อสัมฤทธิ์ มียอดพระเกศายาวและโค้งงอไปด้านหลัง ซึ่งพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ) เจ้าเมืองขุขันธ์ท่านแรก เป็นผู้อัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทร์ ในปี 2321


วัดโสภณวิหาร

จากตัวเมืองศรีสะเกษ ตามทางหลวงหมายเลข 220 จนถึง อ.ขุขันธ์ เลี้ยวขวาผ่านสถานีตำรวจไป 3 กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวซ้าย 300 เมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนศก.4047  เข้า ต.กันทรารมย์ ตรงไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร วัดจะอยู่ซ้ายมือ ที่บ้านลุมพุก ต.กันทรารมย์ เดิมวัดนี้ชื่อว่า“วัดบ้านลุมพุก”ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดโสภณวิหาร ไม่ปรากฏปีที่สร้าง ภายในวัดมีสิมเก่าแบบลาว ตัวโบสถ์มีการรับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบลาว ก่ออิฐถือปูนยกพื้นสูง หน้าบันตกแต่งลายปูนปั้น ผนังเขียนภาพระบายสี หน้าต่างประดับด้วยลูกมะหวด พระประธานอิทธิพลศิลปะแบบลาว มีหลักเสมาปักไว้ในสิมต่างจากที่อื่น ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพื้นที่บริเวณแถบนี้ บริเวณวัดมีสถูปคู่คล้ายกับพบที่บริเวณผามออีแดงเชิงเขาพระวิหารอยู่หลายคู่


กลุ่มหัตถกรรมจักสานครุน้อย

จากสี่แยก อ.ขุขันธ์ ตรงขึ้นไปทาง อ.วังหิน ผ่านหน้าห้างโลตัส เลี้ยวขวาผ่านโรงเรียนบ้านสะอาง จนถึงที่ทำการ อบต.ห้วยเหนือ เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร กลุ่มหัตถกรรมจักรสานครุน้อยจะอยู่ซ้ายมือ บ้านเลขที่ 30 หมู่ 12 บ้านสะอาง ต.ห้วยเหนือ ห่างจากตัว อ.ขุขันธ์ ประมาณ 15  กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่ทำหัตถกรรมเลียนแบบครุ(ภาชนะตักน้ำของชาวบ้านภาคอีสานในอดีต) มีการพัฒนาแปรรูปแบบให้เล็กลง เรียกว่า ครุน้อย เพื่อทำเป็นของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน พวงกุญแจ ดอกไม้ พวงผลไม้ เข็มกลัดติดเสื้อ ติดต่อเยี่ยมชมและสั่งซื้อสินค้าที่หัวหน้ากลุ่มที่ นางเพ็ญ บัวจันทร์โทร. 089 439 2077


วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)

จากวงเวียน อ.ขุนหาญ วนออกทางขวาถนนหมายเลข 2128 ฝั่งโรงเรียนบ้านสิริขุนหาญ ตรงไป 50 เมตรเลี้ยวขวาไปอีก 100 เมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ ในเขตสุขาภิบาล สิ่งปลูกสร้างภายในตกแต่งด้วยขวดแก้วหลากสีหลายแบบนับล้านใบ ที่ชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาค เป็นวัดที่มีลักษณะสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะศาลาใหญ่ที่เรียกว่า ศาลาฐานสโมสรมหาเจดีย์แก้ว นอกจากนี้ยังมีสิม (โบสถ์)ที่ใช้ขวดเครื่องดื่มจำนวนมากเป็นส่วนประกอบตั้งอยู่กลางน้ำ ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาว ข้างหลังองค์ประธานตกแต่งลวดลายด้วยฝาจีบของเครื่องดื่มต่างๆ ที่นำมาประกอบรวมกันซึ่งมีความวิจิตรงดงามมาก 


ปราสาทตำหนักไทร

จาก อ.ขุนหาญ บริเวณวงเวียนอำเภอขุนหาญ เลี้ยวซ้ายตรงไป 1 กิโลเมตร พบวงเวียนตอไม้ เลี้ยวขวาถนน 2236  และขับรถตรงไปอีก 11 กิโลเมตร ปราสาทจะอยู่ขวามือภายในวัดตำหนักไทร ต.บักดอง เป็นปราสาทอิฐหลังเดียวบนฐานศิลาทราย ก่อด้วยอิฐเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีประตูเข้าออกได้ด้านเดียว คือ ด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นด้านหน้า อีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก คือสลักเป็นรูปบานประตูลงในเนื้ออิฐ บริเวณทางเข้ามีสิงห์จำหลักสองตัว เฉพาะด้านหน้ากรอบประตูเป็นหินทราย แต่เดิมเคยมีทับหลังเป็นภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ มีพระชายาลักษมีนั่งอยู่ที่ปลายพระบาท และมีพระพรหมผุดมาจากพระนาภี  สองข้างพระพรหมเป็นรูปฤาษีและบุคคลนั่งในซุ้มเรือนแก้ว ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ปราสาทเป็นเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17


น้ำตกสำโรงเกียรติ (น้ำตกปีศาจ) และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก

จาก อ.ขุนหาญ บริเวณวงเวียนอำเภอขุนหาญ เลี้ยวซ้ายตรงไป 1 กิโลเมตร พบวงเวียนตอไม้ เลี้ยวขวาถนน 2236 ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร เลี้ยวขวาสามแยก เข้าไปอีก 1 กิโลเมตร อยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก น้ำตกมีต้นกำเนิดจากภูเขากันทุง ในเทือกเขาบรรทัด เป็นน้ำตกขนาดกลางตกจากหน้าผาสูง 8 เมตร มีน้ำมากในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ เหนือน้ำตกเป็นธารน้ำไหลไปตามลานหินจะมีความสวยงามในฤดูฝน


วัดสำโรงเกียรติ

เดินทางจาก อ.ขุนหาญ บริเวณวงเวียนอำเภอขุนหาญ เลี้ยวซ้ายตรงไป 1 กิโลเมตร พบวงเวียนตอไม้ เลี้ยวขวาถนน 2236 ตรงไปอีก 12 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ เลขที่ 058 ม.8  ต.บักดอง วัดก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2437 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2523 สังกัดคณะมหานิกาย วัดมีเนื้อที่ประมาณ 11 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา เป็นที่ประดิษฐานของ “หลวงพ่อพระตาตน” พระพุทธรูปศิลปะแบบขอม ปางสะดุ้งมาร กว้าง 4 นิ้ว สูง 5 นิ้ว สร้างด้วยเกสรดอกไม้ผสมครั่งหรือยางชัน มีประวัติกล่าวว่าถูกค้นพบโดยนายตาตน ขณะที่ออกไปวางไซดักปลา องค์พระได้ติดไซของนายตาตนทุกครั้ง เขาจึงได้นำไปถวายวัดสำโรงเกียรติ เจ้าอาวาสได้แจ้งให้ญาติโยมประชาชนใกล้เคียงได้ทราบและต่างพากันมานมัสการอย่างคับคั่ง

ในปีพ.ศ.2420พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์ เดินทางมาอาราธนาพระตาตนไปประดิษฐานไว้ ณ เมืองขุขันธ์ (อ.ขุขันธ์)แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อพระตาตน จึงได้ประดิษฐาน ณ วัดสำโรงเกียรติจนถึงปัจจุบัน ผู้คนเชื่อว่าหลวงพ่อพระตาตน มีความศักดิ์สิทธิ์ในด้านการขอบุตรธิดาการรักษาโรคภัยต่าง ๆ นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดการเกินทางเข้าชมวัดและนมัสการองค์พระได้ที่วัดสำโรงเกียรติ โทร. 0 4592 1778 , 0 87 154 7844 หรือ 089 015 9521


น้ำตกห้วยจันทร์ (น้ำตกกันทรอม)

เดินทางจาก อ.ขุนหาญ บริเวณวงเวียนอำเภอขุนหาญ ขับไปตามวงเวียนและเลี้ยวซ้ายแยกที่สองบริเวณโรงเรียนสิริขุนหาญ ใช้ถนนหมายเลข 2341 ขับตรงไป 18  กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายบริเวณสามแยก อ.ขุขันธ์ – ขุนหาญ แล้วขับตรงไปอีก 5 กิโลเมตร จะพบสามแยกเลี้ยวขวาไปอีก ๒ กิโลเมตร น้ำตกตั้งอยู่ที่บ้านกันทรอม มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด บริเวณภูเสลา เป็นน้ำตกที่สวยงามไหลลดหลั่นมาตามชั้นหินก่อนไหลลงสู่แม่น้ำมูล น้ำมากในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ ร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ   


อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาพระวิหาร มีเนื้อที่ประมาณ 130 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัดคือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอน้ำขุ่น และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของประเทศ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2541

สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาตามแนวทิวเขาพนมดงรัก กั้นชายแดนไทย-กัมพูชา ปกคลุมด้วยป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมากที่อาศัยหากินข้ามไปมาในผืนป่าระหว่างสองประเทศ ได้แก่ หมูป่า กวาง เก้ง กระต่าย กระรอก ชะนี ชะมด เป็นต้น อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารยังมีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

ผามออีแดง   ตั้งอยู่ที่ชายแดนไทย กัมพูชา เป็นหน้าผาหินสีแดงที่มีทัศนียภาพกว้างไกลสุดตา จากจุดนี้สามารถมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารได้ นับเป็นจุดชมวิวในมุมสูงที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคอีสาน

ภาพสลักนูนต่ำ  อยู่ทางทิศใต้ของผามออีแดง มีบันไดลงไปชมได้สะดวก เป็นภาพเทพสามองค์ เชื่อว่าเป็นที่ซ้อมมือของช่างในการแกะสลักก่อนเริ่มการแกะสลักจริงที่ปราสาทเขาพระวิหาร

สถูปคู่  ชาวบ้านเรียกว่าพระธาตุ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของผามออีแดง ตัวสถูปทำจากหินทรายตัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ด้านบนกลมมนตั้งอยู่คู่กัน ข้างในเป็นโพรงบรรจุสิ่งของ เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของสมัยนั้น

ปราสาทโดนตวล อยู่บริเวณบ้านภูมิซรอล ตำบลบึงมะลู ห่างจากหน้าผาชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 300 เมตร สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 15 -16 เป็นปราสาทหินแบบขอม มีตำนานเล่าว่านางนมใหญ่ (เนียง ด็อฮฺ ธม) ได้แวะพักที่แห่งนี้ในขณะที่เดินทางไปเฝ้ากษัตริย์พระองค์หนึ่ง

สระตราว หรือ ห้วยตราว  เป็นธารน้ำอยู่ตรงบริเวณลานหินเชิงเขาพระวิหาร มีสายน้ำไหลผ่านถ้ำใต้เพิงหินลงสู่บริเวณที่ลุ่มต่ำ ซึ่งมีแนวหินซ้อนกั้นสายน้ำให้ไหลไปตามต้องการ สันนิษฐานว่าที่ลุ่มดังกล่าวคือ บารายหรือแหล่งเก็บน้ำของขอม ปัจจุบันมีการบูรณะและทำความสะอาดบริเวณสระตราวสำหรับเก็บกักน้ำ และนำมาใช้อุปโภค

น้ำตกและถ้ำขุนศรี  อยู่เหนือถ้ำขุนศรีสูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของสระตราว ใกล้เส้นทางเดินขึ้นปราสาทเขาพระวิหาร ส่วนถ้ำขุนศรีภายในมีขนาดกว้าง เชื่อกันว่าเป็นที่พักของขุนศรี ขณะมาควบคุมการตัดหินบริเวณสระตราวเพื่อใช้สร้างปราสาทเขาพระวิหาร

เขื่อนห้วยขนุน  เป็นอ่างเก็บน้ำชลประทานและเป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๒๕  กิโลเมตร มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนเที่ยวชมธรรมชาติ และเข้าค่ายกางเต็นท์พักแรม

ช่องอานม้า  เป็นจุดผ่อนปรนในการค้าขายและผ่านแดนระหว่างไทย-กัมพูชาอยู่ที่ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเฉพาะวันอังคารและวันพฤหัสบดี

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาสู่ทางหลวงหมายเลข 2  (มิตรภาพ) ก่อนถึงอำเภอสีคิ้วเลี้ยวขวา ไปตามทางหลวงหมายเลข 24 ผ่านอำเภอปักธงชัย อำเภอสังขะ และอำเภอขุขันธ

เลขที่ 355/3-6 ถ.สำนักงานเทศบาล 1 ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.สุรินทร์ 32000 โทรศ้พท์ 0 4451 4447-8 โทรสาร 0 4451 8530 E-Mail : tatsurin@tat.or.th

สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ 045-612545

ที่ว่าการอำเภอเมืองศรีสะเกษ  045-611069 ,045-612866
ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์  045-661422
ที่ว่าการอำเภอกันทรารมย์ 045-651008
ที่ว่าการอำเภอราษีไศล  045-682366 ,045-681015
ที่ว่าการอำเภออุทุมพรพิสัย 045-691854 ,045-691526
ที่ว่าการอำเภอศรีรัตนะ 045-677080
ที่ว่าการอำเภอปรางค์กู่ 045-677080
ที่ว่าการอำเภอขุนหาญ 045-679216
ที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ 045-671004
ที่ว่าการอำเภอไพรบึง 045-675095
ที่ว่าการอำเภอยางชุมน้อย 045-687034
ที่ว่าการอำเภอห้วยทับทัน 045-699051 ,045-699055
ที่ว่าการอำเภอโนนคูณ 045-659015
ที่ว่าการอำเภอภูสิงห์ 045-608151,045-608152
ที่ว่าการอำเภอเมืองจันทร์  045-603079
ที่ว่าการอำเภอบึงบูรพ์ 045-689055
ที่ว่าการอำเภอวังหิน  045-606121
ที่ว่าการอำเภอเบญจลักษ์  045-605152
ที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง  045-609043
ที่ว่าการอำเภอพยุห์  045-607133
ที่ว่าการอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ  045-604057
ที่ว่าการอำเภอศิลาลาด 045-668119

สำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ  045-617420
สำนักงานขนส่งจังหวัด สาขาอำเภอกันทรลักษ์  045-810711
สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดศรีสะเกษ  045-612500
สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอกันทรลักษ์  045-661486

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก  045-821405
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร 045-818021


ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ  045-612887 ,045-611555
สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ  045-612690
สถานีตำรวจภูธรยางชุมน้อย  045-687059
สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์  045-651258
สถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์  045-661423
สถานีตำรวจภูธรราษีไศล  045-681240
สถานีตำรวจภูธรขุขันธ์  045-671009
สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย  045-691573
สถานีตำรวจภูธรปรางค์กู่ 045-697098
สถานีตำรวจภูธรไพรบึง  045-675018
สถานีตำรวจภูธรห้วยทับทัน  045-699089
สถานีตำรวจภูธรโนนคูณ  045-659003
สถานีตำรวจภูธรบึงบูรพ์ 045-689064
สถานีตำรวจภูธรศรีรัตนะ  045-677018
สถานีตำรวจภูธรน้ำเกลี้ยง 045-609041
สถานีตำรวจภูธรวังหิน  045-606092
สถานีตำรวจภูธรภูสิงห์ 045-608148
สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทร์  045-603070
สถานีตำรวจภูธรเบญจลักษ์ 045-605155
สถานีตำรวจภูธรพยุห์ 045-607128
สถานีตำรวจภูธรโพธิ์ศรีสุวรรณ 045-607128
สถานีตำรวจภูธรศิลาลาด 045-668191

สำนักงานประปาศรีสะเกษ  045-611475

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  045-643585 ,045-643070-1 ,045-661298
ธนาคารกรุงไทยสาขาศรีสะเกษ  045-611558 , 045-611115
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (สาขาย่อยถนนเทพา) 045-622871-2
ธนาคารออมสิน สาขาศรีสะเกษ  045-614000 ,045-643436 ,045-612659, 045-611095
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาศรีสะเกษ  045-611706
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาศรีสะเกษ  045-611993
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาศรีสะเกษ 045-620708-9
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาศรีสะเกษ  045-612294

โรงพยาบาลศรีสะเกษ  045-643173
โรงพยาบาล กันทรลักษ์ 045 661 663
โรงพยาบาลกันทรารมย์ 045 636 059
โรงพยาบาลขุขันธ์ 045 671 315
โรงพยาบาลขุนหาญ 045 637 448-70
โรงพยาบาลน้ำเกลี้ยง 045 612077
โรงพยาบาลยางชุมน้อย 045-687262-3
โรงพยาบาลไพรบึง 045 675 067
โรงพยาบาลโนนคูณ 045 659 088
โรงพยาบาลบึงบูรพ์ 045-689043
โรงพยาบาลเบญจลักษ์ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 0-4560-5392 
โรงพยาบาลปรางค์กู่ 0-4569-7253
โรงพยาบาลไพรบึง 045 675 067
โรงพยาบาลภูสิงห์ 045 608 157
โรงพยาบาลเมืองจันทร์ 084 560 3051
โรงพยาบาลยางชุมน้อย 045 687 041
โรงพยาบาลราษีไศล 045 681 017
โรงพยาบาลวังหิน 045 606 089
โรงพยาบาลศรีรัตนะ 0-4567-7014, 0-4567-7140
โรงพยาบาลห้วยทับทัน 045 699 045
โรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย 045 691 516
ผู้ชม : 2,567

250.5k แชร์เรื่องนี้

แสดงความคิดเห็น

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย | ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1600 ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ แขวง มักกะสัน เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400
โทร: 0-2250-5500 TAT Call Center: 1672