อำนาจเจริญ

แผนที่


อำนาจเจริญเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานหลายร้อยปี 

และมีความเกี่ยวเนื่องกับอำเภอเขมราฐ เมืองที่เคยรุ่งเรืองมาแต่ครั้งอดีต 

แม้อำนาจเจริญจะเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ แต่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าชม 

ทั้งวัดวาอาราม ธรรมชาติที่สวยงาม และแหล่งหัตถกรรมฝีมือชาวบ้านที่น่าเที่ยวชม

พระมงคลมิ่งเมือง แหล่งรุ่งเรืองเจ็ดลุ่มน้ำ งามล้ำถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เทพนิมิตรพระเหลา

เกาะแก่งเขาแสนสวย เลอค่าด้วยผ้าไหม ราษฎร์เลื่อมใสใฝ่ธรรม

พุทธศักราช 2437 เจ้าพระพรหมวรราชสุริยวงศ์ เจ้าเมืองอุบลราชธานี คนที่ 2 ได้มีใบบอกลงไปกราบทูลพระกรุณา พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ขอพระราชทานตั้งบ้านโคกก่ง กงพะเนียง (ปัจจุบันเป็นตำบลอยู่ในการปกครองของอำเภอชานุมาน)เป็นเมืองเขมราฐธานี พระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าตามที่พระพรหมวรราชสิริยวงศากราบทูล และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้อุปฮาดก่ำ บุตรชายคนโตของพระวอ จากเมืองอุบลราชธานี มาเป็นเจ้าเมืองเขมราฐ(ที่ตั้งอยู่เมืองบริเวณบ้านคำแห้ว เมืองเก่า อำเภอชานุมาน) ได้รับสถาปนาเป็นพระเทพวงศา(ก่ำ) ในปีพุทธศักราช 2369 ได้เกิดศึกระหว่างกรุงเทพฯ กับกองทัพเจ้าอนุวงศ์ เจ้านครจำปาศักดิ์ ได้ยกทัพมายึดเมืองเขมราฐ ขอให้พระเทพวงศา (ก่ำ)เข้าเป็นพวกด้วย แต่พระเทพวงศาไม่ยอมจึงถูกประหารชีวิต พระเทพวงศา (ก่ำ) มีบุตรชาย 3 คน คือ พระเทพวงศา (บุญเฮ้า) คนที่ 3 ท้าวแดง มียศเป็นพระกำจนตุรงค์ ได้เป็นเจ้าเมืองวารินชำราบ พระเทพวงศา (บุญจันทร์) มีบุตรชาย 2 คน คือ ท้าวบุญสิงห์ และท้าวบุญชัย ต่อมาท้าวบุญสิงห์ ได้เป็นเจ้าเมืองเขมราฐ มียศเป็นพระเทพวงศา (บุญสิงห์) มีบุตรชาย 2 คน คือ ท้าวเสือ และท้าวพ่วย ซึ่งได้รับยศเป็นท้าวจันทบุรมหรือจันทบรม ต่อมาในปีพุทธศักราช 2401ได้กราบบังคมทูลยกฐานะบ้านค้อใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอลืออำนาจ) ขึ้นเป็นเมืองอำนาจเจริญ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะบ้านค้อใหญ่ ขึ้นเป็นเมือง ให้ชื่อว่า "เมืองอำนาจเจริญ" เมื่อพุทธศักราช 2410และโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวจันทบรม (เสือ) เป็นเจ้าเมือง มียศเป็นพระอมรอำนาจ(ต้นสกุลอมรสิน) เมืองอำนาจเจริญจึงได้รับการสถาปนาเป็นเมืองตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยขึ้นการบังคับบัญชาของเจ้าเมืองเขมราฐธานี โดยมีท้าวจันทบุรม (เสือ) มีพระอมรอำนาจ ซึ่งเป็นบุตรชายของพระเทพวงศา (ท้าวบุญสิงห์) เจ้าเมืองเขมราฐธานี ซึ่งเป็นหลานเจ้าพระวอ เจ้าเมืองอุบลราชธานี เป็นเจ้าเมืองอำนาจเจริญคนแรก นับว่าเมืองอำนาจเจริญเป็นเชื้อสายของเจ้าพระวอพระตาโดยตรง

ต่อมา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ได้เปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง โดยมีการปฏิรูปการปกครองให้เข้าสู่ระบบการบริหารราชการแผ่นดินแบบยุโรปตามแบบสากล เป็นเทศาภิบาล เมื่อพุทธศักราช 2429 ถึงพุทธศักราช 2445 โดยยกเลิกการปกครองแบบเดิมที่ให้มีเจ้าเมือง พระอุปราช ราชวงศ์ และราชบุตร ที่เรียกว่า อาญาสี่ นับแต่ปี พุทธศักราช 2429 ถึง พุทธศักราช 2455 ได้ยกเลิกการปกครองแบบเก่า คือ ยกเลิกตำแหน่งอาญาสี่สืบสกุล ในการเป็นเจ้าเมืองนั้นเสีย จัดให้ข้าราชการจากราชสำนัก ในกรุงเทพฯมาปกครอง เปลี่ยนชื่อตำแหน่งผู้ปกครอง จากเจ้าเมือง มาเป็นผู้ว่าการเมืองแทน และปรับปรุงการปกครองหัวเมืองมณฑลอีสาน จึงได้ยุบเมืองเล็กเมืองน้อยรวมเป็นเมืองใหญ่ ยุบเมืองเป็นอำเภอ เช่น เมืองเขมราฐธานี เมืองยศ(ยโสธร) เมืองฟ้าหยาด(มหาชนะชัย) เมืองลุมพุก(คำเขื่อนแก้ว) เมืองขุหลุ(ตระการพืชผล) เมืองอำนาจเจริญ ไปขึ้นการปกครองกับจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาอำเภออำนาจเจริญจึงได้แต่งตั้งนายอำเภอปกครอง นายอำเภอคนแรก คือ รองอำมาตย์โทหลวงเอนกอำนาจ (เป้ย สุวรรณกูฏ)พุทธศักราช. 2455-2459 ต่อมาประมาณ พุทธศักราช 2459 ย้ายจากที่เดิม (บ้านค้อ บ้านอำนาจ อำเภอลืออำนาจในปัจจุบัน) มาตั้ง ณ ตำบลบุ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน ตามคำแนะนำของพระยาสุนทรพิพิธ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขามณฑลอีสาน ได้เดินทางมาตรวจราชการ มีความเห็นว่าหากย้ายอำเภอมาตั้งใหม่ที่บ้านบุ่ง ซึ่งเป็นชุมชนและชุมทางสี่แยก ระหว่างเมืองอุบล-มุกดาหาร และเมืองเขมราฐ-เมืองยศ (ยโสธร) โดยคาดว่าจะมีความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปในอนาคต โดยชื่อว่า อำเภอบุ่ง (เสนอแนะย้ายพร้อมกับอำเภอเดชอุดม ย้ายจากเมืองขุขันธ์ (ศรีสะเกษ) มาขึ้นกับจังหวัดอุบลราชธานี) โดยยุบเมืองอำนาจเจริญเป็นตำบล ชื่อว่าตำบลอำนาจ ซึ่งชาวบ้านชอบเรียกว่า เมืองอำนาจน้อย อยู่ในเขตท้องที่อำเภอลืออำนาจในปัจจุบัน ต่อมาในปี พุทธศักราช 2482 จึงเปลี่ยนชื่อจากอำเภอบุ่ง เป็นอำเภออำนาจเจริญ ขึ้นการปกครองกับจังหวัดอุบลราชธานี พุทธศักราช 2536 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2536 ตรงกับวันพุธ แรม 3 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา ได้ยกฐานะอำเภออำนาจเจริญ เป็นจังหวัดอำนาจเจริญ โดยแยกอำเภออำนาจเจริญ อำเภอชานุมาน อำเภอปทุมราชวงศา อำเภอพนา อำเภอหัวตะพาน อำเภอเสนางคนิคม และกิ่งอำเภอลืออำนาจ (ปัจจุบันอำเภอลืออำนาจ) รวม 6 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ จากการปกครองจังหวัดอุบลราชธานี รวมกันขึ้นเป็นจังหวัดอำนาจเจริญ (ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ หน้า 4-5-6 เล่ม110 ตอนที่ 125 ลงวันที่ 2กันยายน 2536

พุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง

ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมือง ที่เขาดานพระบาท ห่างจากตัวเมืองไปทางด้านเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณวัดประกอบด้วยหินดานธรรมชาติ ร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้เป็น "พุทธอุทยาน"  ส่วนพระมงคลมิ่งเมือง หรือพระใหญ่ ปางมารวิชัย องค์พระหน้าตักกว้าง 11 เมตร ความสูงจากระดับพื้นดินถึงยอดเปลวรัศมี 20 เมตร เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับอิทธิพลอินเดียเหนือ (ปาละ) ที่แผ่อิทธิพลมายังภาคอีสานของไทย เมื่อพันปีเศษ ออกแบบโดย จิตร บัวบุศย์ การก่อสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็กครอบพระองค์เดิม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น มีฐานกว้าง 8.4 เมตร ยาว 12.6 เมตร สูง 5.2 เมตร ตกแต่งด้านนอกด้วยกระเบื้องโมเสกสีทอง สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2508 เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี   ทางด้านหลังของพระมงคลมิ่งเมือง มีพระพุทธรูปลักษณะแปลกอีก 2 องค์ ห่มจีวรเหลืองลออตามีนามว่า "พระละฮาย" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "พระขี่ล่าย" หมายถึง ไม่สวย ไม่งาม โดยเรียกตามรูปลักษณ์ขององค์พระพุทธรูปโบราณ พบในหนองน้ำ เมื่อปี พ.ศ. 2505  ครั้งปรับปรุงเพื่อทำฝายกั้นน้ำ ถือกันว่าเป็นพระที่ให้โชคลาภ ชาวบ้านมักมาบนบานขอพรอยู่เสมอ


วัดถ้ำแสงเพชร (วัดศาลาพันห้อง)

ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง บนถนนสายอำนาจเจริญ- เขมราฐ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 18  กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีบริเวณกว้างขวาง ประกอบด้วยวิหารอยู่บนยอดเขาสูง ด้านทิศเหนือมีถ้ำขนาดใหญ่ ภายในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เป็นพระประธาน มีพุทธลักษณะงดงาม เป็นที่สักการะของนักท่องเทียวที่ไปเที่ยวชม  นอกจากนี้ บริเวณศาลาพันห้อง สามารถใช้เป็นจุดชมธรรมชาติที่สวยงาม ที่มาของชื่อถ้ำแสงเพชร เนื่องมาจากประกายของเกล็ดหินที่กระจายอยู่ดารดาษ เมื่อต้องกับแสงตะวัน จะวาบวับคล้ายแสงเพชร ที่สำคัญวัดนี้เคยเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมสายพระอาจารย์ชา สุภัทโท สาขาวัดหนองป่าพง มีพระภิกษุนานาชาติมาปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจำ


วัดโพธิ์ศิลา

วัดโพธิ์ศิลา ตั้งอยู่บ้านเปือยหัวดง ตำบลเปือย อำเภอเมือง สิ่งที่น่าสนใจในวัดคือใบเสมาที่ทำด้วยหินทราย มีลักษณะเรียวปลายแหลม คล้ายใบหอกป้าน ส่วนฐานสลักลายดอกบัวบาน ใบเสมาเหนือแนวกลีบบัว สลักแนวแกนเสมาคล้ายรูปสถูปจำลอง หรือปลียอดสถูป ด้านล่างเป็นรูปหม้อน้ำตั้งซ้อนอยู่บนองค์ระฆังคว่ำ ถัดไปเป็นปล้อง มีแนวลวดลายบัวคั่นตรงกึ่งกลาง แกนเสมาสลักลายใบไม้ 3 แฉก หงายขึ้นรับลายดอกไม้ตรีงดอก ในขอบวงโค้ง 3  วงเรียงต่อกัน  ส่วนยอดเป็นพุ่มปลายแหลม เหมือนยอดธง มีอุบะห้อย ลวดลายกลีบบัวบนฐานเสมา ได้รับอิทธิพลมาจากลีบบัวฐานพระพุทธรูป หรือธรรมจักร ศิลปะสมัยทวาราวดี ลายดอกไม้ครี่งดอกในวงโค้ง 3 วง ที่เรียงต่อกันเป็นวงเดียวกันนั้น คล้ายคลึงกับลายดอกไม้ตรีงดอกในวงโค้ง ที่ปรากฏอยู่บนฐานเทวดาซึ่งย่อตัวพนมมือหันเข้าหาจุดกึ่งกลางของทับหลัง ซึ่งขุดพบที่บริเวณประตูด้านทิศตะวันออก ของปรางค์ทิศเหนือของปราสาทเขาน้อยสีชมพู อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว


วัดพระเหลาเทพนิมิตร

วัดพระเหลาเทพนิมิตร ตั้งอยู่ที่อำเภอพนา บนทางหลวงหมายเลข 2134  ห่างจากตัวอำเภอพนา ประมาณ 2 กิโลเมตร หรือห่างจากอำนาจเจริญ 40  กิโลเมตร พระอุโบสถของวัด เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา มีพระประธานคือ "พระเหลาเทพนิมิตร"ปางมารวิชัย ประทับขัดสมาธิราบ ลงรักปิดทองงดงาม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2263 กล่าวกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในภาคอีสาน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปศิลปะลาว สกุลช่างเวียงจันทน์ ที่ได้รับอิทธิพลจากพระพุทธรูปศิลปะล้านนา ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 21-22 สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นหลังจากระยะดังกล่าวไปเล็กน้อย เนื่องจากมีอิทธิพลของฝีมือช่างท้องถิ่นปรากฏอยู่มาก เป็นต้นว่า เค้าพระพักตร์ เปลวรัศมีที่ยืดสูงขึ้น สัดส่วนของพระเหลา และพระบาท ซึ่งคล้ายคลึงกับที่ปรากฎอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปไม้ และสำริดที่สร้างขึ้นระหว่างปลายพุทธศตวรรษที่ 23 ถึงพุทธศตวรรษที่ 24 ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง


วัดไชยาติการาม

วัดไชยาติการาม ตั้งอยู่ที่บ้านโพนเมือง ตำบลไม้กลอน อำเภอพนา วัดนี้มีพระพุทธรูปสำริด ประทับขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย สูง 55 เซนติเมตร จัดอยู่ในศิลปะลาวสกุลช่างเวียงจันทน์ เปรียบเทียบได้กับ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่ระเบียงหอพระแก้วเมืองเวียงจันทน์ และพระพุทธรูปที่วัดวิชุล เมืองหลวงพระบาง ซึ่งมีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 22 ถึงพุทธศตวรรษที่ 23


แหล่งท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติและสวนเกษตร

อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว

เป็นอุทยานที่มีเนื้อที่อยู่บนแนวรอยต่อ 3 จังหวัด คือ อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร อำเภอชานุมาน และอำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ มีเนื้อที่ 252 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 145,0007  ไร่ ภูมิประเทศทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับช้อน ทอดตัวเป็นแนวยาวจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยป่าอันอุดมสมบูรณ์ พื้นที่หลายแห่งมีลานหินขนาดใหญ่ กระจายอยู่ตามป่า ซึ่งชาวท้องถิ่นเรียกว่า "ดาน" ป่าที่นี่ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด โดยเฉพาะที่เทือกเขาภูสระดอกบัว ซึ่งเป็นป่าขนาดใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งน้ำ สามารถพบสัตว์ป่าได้หลายชนิด เช่น เก้ง หมูป่า กระต่ายป่า ลิง บ่าง เม่น กระจง และสัตว์ปีกประเภทต่างๆ ได้แก่ ไก่นา ไก่ป่า เป็นต้น สิ่งดึงดูดบริเวณเขตอุทยานฯ คือทิวทัศน์ที่สวยงาม และความวิจิตรพิสดารของหินผาที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ ในยุคที่มีความขัดแย้งทางการเมือง สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ภูสระดอกบัว ได้แก่


ภูผาแต้ม 

เป็นหน้าผาประกอบด้วยรูปรอยฝ่ามือ และการเขียนสีโบราณก่อนประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าเป็นยุคเดียวกับภาพเขียนสีของอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ที่จังหวัดมุกดาหาร และอุทยานแห่งชาติผาแต้ม หน้าผามีลักษณะคล้ายถ้ำ อันเกิดจากการเลื่อนไหลของหิน ภาพเขียนสีจะอยู่สูงจากพื้นถ้ำประมาณ 7-12 เมตร ถ้ำมีความยาวประมาณ 60 เมตร


ผามะเกลือ 

เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจและชมวิว ใกล้ภูผาแต้ม มีลักษณะเป็นลานหิน ใต้เพิงร่มรื่นไปด้วยแมกไม้        


ลานหินบนภูวัด 

เป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนในท้องถิ่นโดยรอบ


ภูผาหอม 

เป็นจุดชมวิวที่สวยงามของเทือกเขาภูผาแต้ม จุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ในระยะไกลออกไป ทางทิศตะวันตก มีความสูงประมาณ 366 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล ด้านหลังจะมองเห็นภูหมู ภูแผงม้า ภูไม้ซาง ภูของ ภูอัดรชาด เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่นิยมกันมาก รวมถึงการพักค้างแรม


ภูสระดอกบัว 

เป็นภูเขาที่มีความสูงประมาณ 423  เมตร บนรอยต่อ 3  จังหวัด ที่ยอดภูสระดอกบัว มีแอ่งหินกว้างประมาณ 2.5  เมตร อยู่ 5-6  แห่ง มีน้ำขังตลอดปี มีบัวพันธุ์ต่างๆ ขนาดเล็กขี้นอยู่เต็มสระ เล่ากันว่าบัวขึ้นเหล่านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเป็นอยู่อย่างนี้มานานแล้ว จึงได้ชื่อว่า "ภูสระดอกบัว" บริเวณเดียวกันยังมีถ้ำขนาดใหญ่ เคยเป็นที่อาศัยของกลุ่มผู้ฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ ขนาดจุคนได้ถึง 100  คน


ภูผาแตก 

หรืออีกชื่อหนึ่งในสมัยที่มีการสู้รบว่า "เนิน 420" ปัจจุบันเป็นจุดชมวิวทีมีองค์ประกอบทางธรรมชาติสวยงาม ทางด้านทิศเหนือมองเห็นทิวเขาของอุทยานแห่งชาติมุกดาหารในระยะไกลได้


ลานหินและป่าเต็งรังแคระ เป็นลานหินยาวและใหญ่ บางแห่งมีขนาด 20-40ไร่ สลับกับป่าเต็งรังแคระ บางแห่งเป็นป่าเต็งรังสลับกับป่าหญ้าเพ็ก ดูสวยงามมาก พบได้หลายแห่ง เช่น ภูผาหอม หลังภูผาด่าง หลังภูผา ภูสระดอกบัว ภูบก ภูหัวนาคเป็นต้น


แม่น้ำโขงที่ชานุมาน

ที่อำเภอชานุมาน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 80 กิโลเมตร มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงระยะทาง 38 กิโลเมตร บริเวณนี้จึงเป็นจุดชมความงามของทัศนียภาพ 2 ฝั่งโขงที่งดงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง (กุมภาพันธ์-พฤษภาคม) จะสามารถเห็นเกาะแก่งได้หลายแห่ง เช่น แก่งตางหล่าง ที่หมู่บ้านศรีสมบูรณ์ ใกล้เคียงกับตัวอำเภอ แก่งหินขัน ที่บ้านหินขัน (ห่างจากตัวอำเภอไปทางใต้ 13 กิโลเมตร)


วนอุทยานดอนเจ้าปู่

ตั้งอยู่ที่อำเภอพนา เป็นป่าชุมชนที่ประชาชนในท้องถิ่นรักษาไว้เป็นดอนปู่ตา โดยทั่วไป เป็นป่าไม้เบญจพรรณ และมีลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เนื้อที่ประมาณ 260 ไร่


สวนเกษตรชิตสกนต์

ตั้งอยู่ที่ชานเมืองอำนาจเจริญ บริเวณเดียวกันกับชิตสกนต์รีสอร์ท เป็นสวนเกษตรประเภทไม้ดอกไม้ประดับ ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ สวนดอกดาวเรือง รวมถึงพันธุ์ไม้ประเภทพืชผัก สมุนไพร พันธุ์ไม้หายาก บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ที่แยกออกจากบริเวณรีสอร์ท จุดเด่นของที่นี่คือการชมความงามของดาวเรืองอเมริกันพันธุ์ Sovereign Gold และไร่ดาวเรืองเหลืองอร่ามเต็มทุ่ง รวมถึงความรู้ต่างๆเกี่ยวกับการปลูก


แหล่งท่องเที่ยวประเภทหมู่บ้านหัตถกรรม

ศูนย์จำหน่ายหัตถกรรมบ้านคำพระ

ตั้งอยู่ที่บ้านคำพระ อำเภอหัวตะพาน ริมทางหลวงสายอำเภอหัวตะพาน อำนาจเจริญ ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 37  กิโลเมตร เป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ประเภทหัตถกรรมของกลุ่มแม่บ้าน ที่มีสินค้าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะผ้าขิต และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขิต


ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ

ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ ตั้งอยู่ที่อำเภอหัวตะพาน ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นศูนย์ผลิตและฝึกอบรมงานด้านหัตถกรรมพื้นบ้านหลายประเภท เช่น การทอผ้า และการเจียรในพลอย เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถชมวิธีการผลิตและเลือกชื้อผลิตภัณฑ์กลับไปเป็นของฝากได้


หมู่บ้านหมอลำ บ้านปลาค้าว จ.อำนาจเจริญ

เป็นชุมชนในตำบลปลาค้าว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นแหล่งรวมหมอลำหมอแคนแดนอีสานชื่อดัง คนทั้งชุมชนเกือบ 3,000 คน ล้วนเป็นหมอลำกันทุกคน สามารถฟ้อน ร้องรับส่ง แก้เกี้ยวกันได้ในทุกกระบวนท่า  เป็นตำบลที่ร่ำรวยหมอลำมากที่สุดในเมืองไทย ประกอบไปด้วยคณะใหญ่และคณะกลางกว่า 20 ประมาณว่าตำบลปลาค้าวมีรายได้จากการแสดงหมอลำถึงปีละ 20 ล้านบาท สิ่งพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ ชาวบ้านปลาค้าวมีประเพณีสวดสรภัญญะ ใครไปเที่ยววัดเก่าแก่จะได้ยินเสียงเหล่าสตรีพากันสวดสรภัญญะน้ำเสียงไพเราะ นับเป็นประเพณีที่ไม่เหมือนใคร

เลขที่ 264/1 ถ.เขื่อนธานี อ.เมืองฯ จ.อุบลราชธานี 34000 โทรศัพท์ 0 4524 3770 , 0 4525 0714 โทรสาร 0 4524 3771 E-Mail : tatubon@tat.or.th

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด  045-523127

ตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ  0-4551-2012
สถานีตำรวจภูธรชานุมาน 0-4546-6005
รสถานีตำรวจภูธรปทุมราชวงศา  0-4546-5234-6
สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ 0-4551-2007
สถานีตำรวจภูธรลืออำนาจ 0-4527-2338
สถานีตำรวจภูธรเสนางคนิคม 0-4546-1123
สถานีตำรวจภูธรหัวตะพาน 0-4546-9078
สถานีตำรวจภูธรพนา 0-4546-3034 
สถานีตำรวจภูธรน้ำปลีก 0-4527-3191
สถานีตำรวจภูธรปลาค้าว 0-4545-3129
สถานีตำรวจภูธรโพนทอง 0-4555-0191

ที่ทำการอำเภอเมืองอำนาจเจริญ 0-4551-1991
ที่ทำการอำเภอปทุมราชวงศา 0-4546-5233
ที่ทำการอำเภอหัวตะพาน 0-4546-9035
ที่ทำการอำเภอเสนางคนิคม 0-4546-1067
ที่ทำการอำเภอพนา 0-4546-3686
ที่ทำการอำเภอลืออำนาจ 0-4554-7202
ที่ทำการอำเภอชานุมาน 0-4546-6069

ขนส่งจังหวัดอำนาจเจริญ 0-4552-4034

โรงพยาบาลปทุมราชวงศา 045-465231-2
โรงพยาบาลอำนาจเจริญ 045-511940-8
ผู้ชม : 3,336

250.5k แชร์เรื่องนี้

แสดงความคิดเห็น

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย | ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1600 ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ แขวง มักกะสัน เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400
โทร: 0-2250-5500 TAT Call Center: 1672