กาฬสินธุ์

แผนที่

จังหวัด กาฬสินธุ์


จังหวัดกาฬสินธุ์มีเนื้อที่ประมาณ 7,055.07 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4.3 ล้านไร่

อยู่บริเวณตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภูมิประเทศตอนบนเป็นภูเขาตามแนวเทือกเขาภูพาน 

ส่วนตอนกลางเป็นเนินเขาสลับป่าโปร่ง

กาฬสินธุ์เป็นแหล่งขุดค้นซากไดโนเสาร์ที่มีชื่อเสียง 

ทำให้ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์แบบ

และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

และแหล่งสร้างงานหัตถกรรมพื้นบ้านต่างๆ ด้วย

เมืองฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศลํ้า วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา

     ผาเสวยภูพาน มหาธารลําปาว ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี

      กาฬสินธุ์เป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล มีความเจริญทางด้านอารยธรรมมากว่า 1,600 ปี เดิมเป็นถิ่นที่อยู่ของชนชาติละว้ากระทั่งประมาณ พ.ศ. 2310 พระเจ้าศิริบุญสารได้ยกกองทัพเข้าตีเมืองเวียงจันทน์ และสถาปนาตนขึ้นเป็นกษัตริย์ ปี พ.ศ. 2320 ท้าวโสมพะมิตร ขุนนางแห่งราชสำนักเวียงจันทน์ได้อพยพไพร่พลหนีความขัดแย้งกับพระเจ้าศิริบุญสาร เข้ามมาตั้งบ้านเรือนบริเวณลุ่มน้ำก่ำ แถบบ้านพรรณา หรือในเขตจังหวัดสกลนครในปัจจุบันต่อมาพระเจ้าศิริบุญสารได้ยกทัพตามมา ท้าวโสมพะมิตรจึงอพยพหนีต่อ จนมาพบทำเลที่เหมาะสม คืดบริเวณแก่งสำโรงและลำน้ำปาว ตามบันทึกในปี พ.ศ. 2336 บ้านแก่งสำโรงได้รับการสถาปนาเป็นเมืองกาฬสินธุ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หลังจากเจ้าโสมพะมิตรเข้าเฝ้าฯ ถวายสวามิภักดิ์ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งขึ้นเป็นเจ้าเมือง นาม "พระยาไชยสุนทร"

       ต่อมาได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการปกครองแบบให้เจ้าเมืองปกครองขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร มาเป็นการปกครองแบบเทศาภิบาล มีมณฑล จังหวัด อำเภอ ตำบล จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เมืองร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดร้อยเอ็ด บรรดาหัวเมืองต่าง ๆ ให้ยุบเป็นอำเภอ คือ เมืองกาฬสินธุ์ เป็นอำเภออุทัยกาฬสินธุ์ ล่วงเข้าวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2456 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะจังหวัดร้อยเอ็ดขึ้นเป็นมณฑล ยกฐานะอำเภออุทัยกาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ ขึ้นต่อมณฑลร้อยเอ็ด และมีอำนาจปกครองอำเภออุทัยกาฬสินธุ์ อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาด โดยให้พระภิรมย์บุรีรักษ์เป็นปลัดมณฑลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์  เมื่อเกิดข้าวยากหมากแพง การเงินฝืดเคือง จำเป็นต้องยุบจังหวัดต่าง ๆลง จังหวัดกาฬสินธุ์จึงถูกยุบเป็นอำเภอขึ้นกับจังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2474 และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอรรถเปศลสรวดี เป็นข้าหลวงประจำจังหวัดมหาสารคาม (แทนพระยามหาสารคามคณาภิบาลซึ่งออกรับบำนาญ) ครั้นเมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2476 จึงได้ยกเลิกมณฑล วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2490 ได้ยกฐานะเป็น "จังหวัดกาฬสินธุ์" จนถึงปัจจุบัน

อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพะมิตร)

อยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริง ยืนบนแท่นมือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ เป็นอนุสาวรีย์ที่ชาวกาฬสินธุ์ได้ร่วมกันสละทรัพย์เพื่อก่อสร้าง ถือเป็นการแสดงกตเวทิตาต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์


แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

อยู่บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าว วัดสักกะวัน เดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวงหมายเลข 227) ประมาณ 25 กิโลเมตร ก่อนถึงสหัสขันธ์ 2 กิโลเมตร เมื่อปี พ.ศ. 2513 พระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ได้พบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นใหญ่ในบริเวณวัด แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ จึงได้นำกระดูกที่พบเก็บรักษาไว้ที่วัด กระทั่งปี พ.ศ. 2521 นักธรณีวิทยาและคณะจากกรมทรัพยากรธรณีได้เดินทางมาสำรวจธรณีวิทยาบริเวณนี้จึงได้พบกระดูกดังกล่าว และได้แจ้งว่าเป็นซากฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์

ต่อมาในปี พ.ศ.2523 คณะสำรวจธรณีวิทยาไทย-ฝรั่งเศสได้นำกระดูกเหล่านั้น 3 ท่อนไปศึกษาพบว่าเป็นส่วนกระดูกขาหน้าของไดโนเสาร์ซอโรพอด (Sauropod) พ.ศ. 2537 ได้ทำการสำรวจขุดค้นและอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ และพบซากไดโนเสาร์จำนวนมากในชั้นหินเสาร์ขัว ยุคครีเตเซียสตอนต้น อายุประมาณ 130 ล้านปี แหล่งขุดค้นแห่งนี้พบกระดูกไดโนเสาร์ชนิดกินพืชจำนวนมากกว่า 700 ชิ้น สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนของไดโนเสาร์ประมาณ 7 ตัว นอกจากนี้ยังมีซากปลาโบราณพันธุ์ใหม่ของโลกสภาพสมบูรณ์ เป็นปลาน้ำจืดมีชื่อว่า “เลปิโดเทส” ยาวประมาณ 30–60 เซนติเมตร อยู่ในยุคมีโซโซอิค หรือ 65 ล้านปีที่แล้ว จึงนับได้ว่าภูกุ้มข้าวเป็นแหล่งที่พบซากฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์แหล่งใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย      สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ไม่เสียค่าเข้าชม ระหว่างเวลา 08.30-17.00น. ภายในประกอบด้วยฟอสซิลไดโนเสาร์ และนิทรรศการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับไดโนเสาร์ไม่เสียค่าเข้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว กรมทรัพยากรธรณี อำเภอสหัสขันธ์ โทร. 0 4387 1014, 0 4387 1394, 0 4387 1613


พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์

จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์รวมของดีเมืองกาฬสินธุ์ ภายในแบ่งเป็นห้องบรรยายสรุป ห้องเจ้าเมือง ห้องศาสนา ห้องเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ห้องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวผู้ไท ห้องวิจิตรแพรวา ห้องศึกษาค้นคว้าเรื่องหัตถกรรม ห้องสาธิตจำหน่ายผ้าไหมแพรวา และของที่ระลึกพื้นเมือง โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00–16.30 น.ไม่เสียค่าเข้าชม พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ (หลังเดิม) ได้


พิพิธภัณฑ์สิรินธร

ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์ วัดป่าสักกะวัน จัดแสดงนิทรรศการด้านธรณีวิทยา และซากดึกดำบรรพ์ โดยใช้เทคโนโลยีประกอบกับการจัดแสดง แบ่งเป็น 9 โซน คือ การกำเนิดโลกและจักรวาล การกำเนิดสิ่งมีชีวิต ยุคสิ่งมีชีวิตโบราณ ยุคไดโนเสาร์ วิถีชีวิตของไดโนเสาร์ การวิจัยและคืนชีวิตให้ไดโนเสาร์ การวิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กาวิวัฒนาการ ของมนุษย์ และนิทรรศการหมุนเวียน พิพิธภัณฑ์ยังมีบริการจัดค่ายเยาวชน มีห้องประชุม ร้านอาหาร และร้านจำหน่ายของที่ระลึกไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย


วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือ วัดบ้านก้อม

ตั้งอยู่บ้านเสมา ตรงข้ามกับทางเข้าเมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นวัดเก่าที่ชาวบ้านช่วยกันนำใบเสมาหินที่ขุดพบมารวบรวมไว้ มีใบเสมาหินขนาดใหญ่ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของอีสาน เนื่องจากแทบจะไม่พบในภาคอื่นเลย ความโดดเด่นคือ นิยมแกะสลักภาพเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและชาดก มีใบเสมาจำลองหลักที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด สลักภาพพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากกรุงกบิลพัสดุ์พร้อมด้วยพระเจ้าสุทโธทนะ พระราหุล และนางยโสธราพิมพา เข้าเฝ้าแสดงสักการะอย่างสูงสุดด้วยการสยายพระเกศาเช็ดพระบาทพระพุทธเจ้า เรียกเสมาหินภาพ “พิมพาพิลาป” ใบเสมาหลักนี้ของจริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ขอนแก่น เข้าชมได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30 -16.30 น.


วัดกลาง

วัดกลางเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ภายในมีพระอุโบสถที่สร้างต่อเติมจากพระอุโบสถหลังเก่า เป็นอาคารทรงไทยประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา บานประตูไม้แกะสลักภาพพุทธประวัติ ส่วนหน้าต่างแกะสลักเป็นชาดกเรื่องต่าง ๆ ด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถมีทวารบาลปูนปั้น ภายในพระอุโบสถเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก บริเวณศาลาใกล้กับพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ดำ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 20 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปลักษณะงดงาม ที่พระแท่นมีรอยจารึกเป็นภาษาไทยโบราณ สร้างในสมัยพระเจ้าคูนาขาม ซึ่งพระชัยสุนทร (กิ่ง) ได้นำมาเป็นพระพุทธรูปศรีเมือง ชาวเมืองถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หากปีใดฝนแล้งประชาชนชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปออกแห่ขอฝนเสมอ      นอกจากนั้นที่นี่ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองขนาดกว้าง 1 ศอก ยาว 4 ศอก ทำด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยที่ละว้าเข้ามาปกครอง เดิมอยู่ริมลำปาวใกล้แก่งสำโรง แต่ตลิ่งลำปาวพังเข้ามาทุกปี ชาวเมืองเกรงจะถูกน้ำเซาะทำลาย จึงได้อัญเชิญมาไว้ที่วัดนี้

277/20-21 ถ.กลางเมือง (ริมบึงแก่นนครฝั่งทิศตะวันตก) อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทร 0 4322 7714-5 โทรสาร 0 4322 7719
E-mail : tatkhkn@tat.or.th

สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ 0-43811695
การท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสิทธุ์ 0-4381-1386
สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ 0-4382-1162

ศาลากลางจังหวัดกาฬสิทธุ์ 043 812 184
สนง. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ 0-4381-4843
ที่ว่าการอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ 0-4381-1560
สำนักงานเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 0-43811284

สถานีขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ 0-43811298, 0-43813451
บริษัท ขนส่ง จำกัด 999 0-4381-2513
บริษัท แสงประทีบเดินรถ จำกัด 0-4381-1298
การไฟฟ้่ากาฬสินธุ์ 043-815355
การประปาส่วนภูมิภาค สาขากาฬสินธุ์ 0-4381-1611
โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 0-43811020

สถานีตำรวจภูธร 043811111, 0-43812191
สภ.กมลาไสย 0-4389-9136
สภ.กุฉินารายณ์ 0-4385-1356
สภ.คำม่วง 0-4387-9078
สภ.ฆ้องชัย 0-4385-4175
สภ.ดอนจาน 0-4380-1009
สภ.ท่าคันโท 0-4387-7016
สภ.นาคู 0-4381-7240
สภ.นามน 0-4386-7189
สภ.ยางตลาด 0-4389-1350
สภ.ร่องคำ 0-4389-7080
สภ.สมเด็จ 0-4386-1189
สภ.สหัสขันธ์ 0-4387-1036
สภ.สามชัย 0-4381-8143
สภ.หนองกุงศรี 0-4388-1059
สภ.ห้วยผึ้ง 0-4386-9083
สภ.ห้วยเม้ก 0-4988-9103
สภ.เขาวง 0-4385-9119
สภ.เมืองกาฬสินธุ์ 0-4381-1111
#
อยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริง ยืนบนแท่นมือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ เป็นอนุสาวรีย์ที่ชาวกาฬสินธุ์ได้ร่วมกันสละทรัพย์เพื่อก่อสร้าง ถือเป็นการแสดงกตเวทิตาต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์ 
#
อยู่บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าว วัดสักกะวัน เดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวงหมายเลข 227) ประมาณ 25 กิโลเมตร ก่อนถึงสหัสขันธ์ 2 กิโลเมตร เมื่อปี พ.ศ. 2513 พระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ได้พบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นใหญ่ในบริเวณวัด แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ จึงได้นำกระดูกที่พบเก็บรักษาไว้ที่วัด กระทั่งปี พ.ศ. 2521 นักธรณีวิทยาและคณะจากกรมทรัพยากรธรณีได้เดินทางมาสำรวจธรณีวิทยาบริเวณนี้จึงได้พบกระดูกดังกล่าว และได้แจ้งว่าเป็นซากฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์

ต่อมาในปี พ.ศ.2523 คณะสำรวจธรณีวิทยาไทย-ฝรั่งเศสได้นำกระดูกเหล่านั้น 3 ท่อนไปศึกษาพบว่าเป็นส่วนกระดูกขาหน้าของไดโนเสาร์ซอโรพอด (Sauropod) พ.ศ. 2537 ได้ทำการสำรวจขุดค้นและอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ และพบซากไดโนเสาร์จำนวนมากในชั้นหินเสาร์ขัว ยุคครีเตเซียสตอนต้น อายุประมาณ 130 ล้านปี แหล่งขุดค้นแห่งนี้พบกระดูกไดโนเสาร์ชนิดกินพืชจำนวนมากกว่า 700 ชิ้น สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนของไดโนเสาร์ประมาณ 7 ตัว นอกจากนี้ยังมีซากปลาโบราณพันธุ์ใหม่ของโลกสภาพสมบูรณ์ เป็นปลาน้ำจืดมีชื่อว่า “เลปิโดเทส” ยาวประมาณ 30–60 เซนติเมตร อยู่ในยุคมีโซโซอิค หรือ 65 ล้านปีที่แล้ว จึงนับได้ว่าภูกุ้มข้าวเป็นแหล่งที่พบซากฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์แหล่งใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย      สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ไม่เสียค่าเข้าชม ระหว่างเวลา 08.30-17.00น. ภายในประกอบด้วยฟอสซิลไดโนเสาร์ และนิทรรศการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับไดโนเสาร์ไม่เสียค่าเข้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว กรมทรัพยากรธรณี อำเภอสหัสขันธ์ โทร. 0 4387 1014, 0 4387 1394, 0 4387 1613
แผนที่

     ผ้าไหมแพรวา จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นที่รู้จักและทำชื่อเสียงให้จังหวัดมายาวนาน   ผ้าไหมแพรวา มาจากคำว่า “แพร” หมายถึง ผ้า  และ “วา” หมายถึง ความยาว 2 เมตร ซึ่งในอดีตจะทอหน้าแคบยาว แต่ปัจจุบันนิยมทอเป็นผ้าหน้ากว้าง  “แพรวา”   มีลวดลายแตกต่างกันถึง 60 ลาย  อาทิ ลายเกาะ ลายล่วง  (แพรวา 2 สี)   ผ้าสไบ 10 ลาย ผ้าพันคอแพรวา 3 สี เป็นต้น  “ผ้าไหมแพรวา ” เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของชาวผู้ไทยบ้านโพน  อำเภอคำม่วง  จังหวัดกาฬสินธุ์  เป็นภูมิปัญญาซึ่งได้รับการสืบทอดมายาวนาน  และจากความวิจิตรงดงามนี้จึง ได้รับการขนานนามว่า “ แพรวา  ราชินีแห่งไหม ”  ด้วยลักษณะเด่นของลวดลายทรงเรขาคณิตจำนวนมากในผืนเดียวกัน  ใช้เส้นไหมหลากสีสอดสลับกันในลวดลาย  เอกลักษณ์ดั้งเดิมมี สีโทนแดงเป็นพื้น  การทอผ้าไหมแพรวาของชาวผู้ไทยบ้านโพนได้รับการถ่ายทอดกันมาผ่านหลายยุคหลายสมัย 

จนกระทั่งในวันที่ 2พฤศจิกายน พ.ศ.2520สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่อำเภอคำม่วง  จังหวัดกาฬสินธุ์   ทอดพระเนตรเห็นผ้าไหมแพรวา  ทรงสนพระทัยและชื่นชมในความงดงามจึงทรงแนะนำให้ส่งเสริมพัฒนาผ้าไหมแพรวาที่ชาวบ้านทออยู่ให้สามารถใช้ตัดเสื้อได้  จนปัจจุบันผ้าไหมแพรวาได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกันนี้ พระองค์ทรงรับผ้าไหมแพรวาไว้ในโครงการศิลปาชีพ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในการส่งเสริมให้ชาวบ้านโพนรักและดูแลสืบทอดภูมิปัญญานี้ให้ดำรงอยู่ต่อไป ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถชมและเลือกซื้อผ้าไหมแพรวาได้ที่ศูนย์วัฒนธรรมบ้านโพนโทรศัพท์  043 865 204  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   www.phraewabanphon-kalasin.com 

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรี-นครราชสีมา (ทางหลวงหมายเลข 2) ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ต่อด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 23 และทางหลวงหมายเลข 209 ผ่านมหาสารคาม จนถึงกาฬสินธุ์
ไทรทอง บังกะโล ถ.โสมพะมิตร ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000 โทร : 0 4381 3348 จำนวนที่พัก 16 ห้อง, ราคา 200 - 360 บาท
ผู้ชม : 2,208

250.5k แชร์เรื่องนี้

แสดงความคิดเห็น

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย | ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1600 ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ แขวง มักกะสัน เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400
โทร: 0-2250-5500 TAT Call Center: 1672