สกลนคร

แผนที่


จังหวัดสกลนครเป็นจังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองพุทธศาสน์ พระธาตุห้าแห่ง แหล่งอารยธรรมสามพันปี” 

เนื่องจากมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมที่ตกทอดกันรุ่นสู่รุ่นมาจากบรรพบุรุษ

ตั้งแต่สมัยโบราณ ที่หล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนมีความเป็นเอกลักษณ์

และโดดเด่น กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งศาสนาและอารยธรรมอันน่าสนใจ

สกลนครยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ พืชพรรณ สัตว์ป่านานาชนิด 

และแหล่งน้ำขนาดใหญ่น้อยหลายแห่ง ที่ทำให้จังหวัดสกลนครเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ




พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาร

แลตระการปราสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม

สกลนคร เป็นเมืองพุทธศาสน์ พระธาตุห้าแห่ง แหล่งอารยธรรมสามพันปี ตามตำนานเล่าว่า เมืองหนองหานหลวงในอดีต หรือสกลนคร สร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 16 ในยุคที่ขอมมีอำนาจในดินแดนนี้ ต่อมาเมื่ออิทธิพลขอมเสื่อมลง เมืองหนองหานหลวงตกไปอยู่ในความปกครองของอาณาจักรล้านช้าง เรียกชื่อเมืองว่า “เมืองเชียงใหม่หนองหาน” และเมื่อมาอยู่ในความปกครองของไทย ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองสกลทวาปี” ต่อมา ในปี พ.ศ. 2373ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เปลี่ยนชื่อจากเมืองสกลทวาปี เป็น “เมืองสกลนคร” ในปัจจุบัน

พระธาตุเชิงชุม

ตั้งอยู่ถนนเจริญเมือง ในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ฐานรูปสี่เหลี่ยม สูงประมาณ 24 เมตร ยอดฉัตรทองคำเหนือองค์พระธาตุเชิงชุมทำด้วยทองคำบริสุทธิ์มีน้ำหนัก 247 บาท มีซุ้มประตู   4  ด้าน ข้างในทึบ สร้างครอบรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ ซึ่งหมายถึง พระกกุสันทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดม หรือพระศรีอารยเมตตรัย สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานชัด แต่เป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาแต่โบราณ ภายในวิหารใกล้พระธาตุเชิงชุมประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร ทุกวันพระในตอนค่ำจะมีประชาชนไปบูชากราบไหว้พระธาตุ และหลวงพ่อองค์แสนเป็นจำนวนมาก งานประจำปีของพระธาตุเชิงชุมจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 9 ค่ำ ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่ (2) ของทุกปี (กำหนดตามจันทรคติ)


หนองหาร

เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีชื่อเสียง และกว้างใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย  มีเนื้อที่ประมาณ 123 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งรับน้ำตกของลำห้วยต่าง ๆ หลายสาย และเป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ให้ประโยชน์ในด้านการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การประมง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านในชุมชนรอบหนองหาร ระดับน้ำในหนองหารลึกประมาณ 3 - 8 เมตร ในบริเวณหนองหารมีเกาะต่าง ๆ กว่า 20 เกาะ เช่น เกาะดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด บนเกาะมีวัดร้าง และพระพุทธรูปเก่าแก่ ตามเกาะต่าง ๆ เหล่านี้จะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด บางเกาะได้สร้างศาลาพักร้อน เช่น เกาะแก้ว เกาะดอนสะคาม และเกาะดอนสะทุง ซึ่งในเวลากลางวันสาหร่ายที่อยู่ใต้พื้นน้ำ เมื่อแดดส่องลงในน้ำจะเห็นสาหร่ายเป็นสีทอง 


พระธาตุดุม  

อยู่ที่วัดพระธาตุดุม บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วดอน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 5 กิโลเมตร (ถนนสาย รพช. ทางไปโรงเรียนพัฒนาศึกษา) ลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียว สร้างด้วยศิลาแลงสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวง แต่องค์ปราสาทเล็กกว่ามีเพียงยอดเดียวไม่มีฐานรองรับ พบทับหลังทั้ง 4 ด้าน ด้านทิศเหนือเป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ นอกจากนี้ยังมีภาพเทวดาทรงพาหนะเหนือหน้ากาลประกอบด้วยสัตว์ต่าง ๆ เช่น ช้าง สิงห์ และลายใบไม้ม้วน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17 ศิลปะเขมรแบบบาปวน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17 


พิพิธภัณฑ์บริขารอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ  

ตั้งอยู่ในวัดป่าสุทธาวาส  ตรงข้ามศูนย์ราชการจังหวัด พิพิธภัณฑ์ก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ประยุกต์ ภายในมีรูปหล่อเหมือนองค์ของพระอาจารย์มั่น ในท่านั่งสมาธิ  และตู้กระจกบรรจุอัฐิของท่านที่แปรสภาพเป็นแก้วผลึกใสสีขาว ยกฐานสูงพื้นปูด้วยหินอ่อน พร้อมทั้งตู้แสดงเครื่องอัฐบริขาร ในครั้งที่ท่านมรณภาพและได้รับพระราชทานเพลิงศพแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชกระแสว่า “ควรสร้างเจดีย์ที่วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ที่วัดนี้มีอัฐิธาตุของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ท่านจะได้อยู่ใกล้กัน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ร่างแบบเจดีย์องค์นี้ด้วยพระองค์เอง


ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง   

ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง บ้านธาตุ เป็นพระธาตุประกอบด้วยปรางค์องค์เดียว สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ สลักลวดลายลงบนเนื้อหิน มีทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะฆ่าสิงห์ ในรูปแบบศิลปะเขมร สมัยบาปวน ลักษณะคล้ายกับปราสาทหินของขอมที่ปรากฏหลายแห่งในภาคอีสาน ลวดลายสลักหินบนซุ้มประตู หน้าต่างยังมีลักษณะสมบูรณ์ปรากฏชัด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผู้หญิงสร้างทั้งหมด เพื่อแข่งขันกับผู้ชายที่สร้างพระธาตุภูเพ็ก รูปแบบและศิลปะสันนิษฐานว่ามีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ทุกวันขึ้น 11-15 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี  จะมีงานประเพณีของพระธาตุเจงเวง ปราสาทอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5กิโลเมตร ใช้เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี (ทางหลวงหมายเลข 22)ถึงบริเวณบ้านธาตุ ซึ่งอยู่ก่อนถึงสี่แยกถนนเลี่ยงเมืองเล็กน้อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 400 เมตร 


พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

ตั้งอยู่กลางเทือกเขาภูพาน เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระราชวงศ์ ในคราวเสด็จแปรพระราชฐานเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอบๆเป็นป่าไม้ร่มรื่น มีไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนแลกบัรเข้าได้ที่ประตูทางเข้า การเดินทาง ตามเส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ (ทางหลวงหมายเลข 213) ห่างจากตัวเมืองสกลนคร 13 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปทางด้านขวามือ


อุทยานแห่งชาติภูพาน

มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในเขตอำเภอเมืองสกลนคร อำเภอพรรณานิคม อำเภอภูพาน  จังหวัดสกลนคร และอำเภอสมเด็จ อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอกุดบาก จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ประมาณ 655 ตารางกิโลเมตร หรือ 415,838 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2525  ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน โดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูน เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร และห้วยต่าง ๆ สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณ สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ ค่าง ชะมด ลิงลม ภายในอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่  พระธาตุภูเพ็ก อยู่บนเทือกเขาภูพาน เป็นพระธาตุเก่าแก่สมัยขอมเรืองอำนาจ สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงในลักษณะของเทวาลัย ถ้ำเสรีไทย  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4.5 กิโลเมตร เป็นถ้ำที่ฝ่ายเสรีไทยได้ใช้เป็นที่สะสมอาวุธ และเสบียง บริเวณเดียวกันมีร่องรอยการขุดแต่งเป็นสนามบินลับด้วย

เทือกเขาภูพาน  เป็นดินแดนที่น้อยคนนักที่ได้ไปสัมผัสความงามธรรมชาติ โดยเฉพาะรอยต่อระหว่างจังหวัดสกลนคร-กาฬสินธุ์ น้ำตกคำหอม และ โค้งปิ้งงู  อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 14 กิโลเมตร น้ำตกคำหอมอยู่ใกล้กับน้ำตกตาดโตน และเขตพระราชฐาน บริเวณใกล้เคียงกันจะเป็นที่ตั้งของน้ำตกต่าง ๆ อีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวสินธุ์ชัย น้ำตกสามหลั่น น้ำตกสาวไห้  ผาหินซ้อน อยู่ท่ามกลางป่าไม้ที่ร่มเย็น และหน้าทางเข้าน้ำตกคำหอม บนถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ เป็นช่วงที่คดเคี้ยวไปมาเหมือนกับงูเลื้อย หรืองูที่ถูกปิ้งที่มีไหล่ทางลดหลั่นลงมา มีหลักกิโลเมตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตั้งอยู่ริมทาง ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม  การคมนาคมเข้าแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้สะดวก และปลอดภัย สามารถเดินทางเข้าถึงตลอดทั้งปี สำหรับน้ำตกต่าง ๆ  จะมีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น

ผานางเมิน และลานสาวเอ้  ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ตามเส้นทางเดินเท้าประมาณ 700 เมตร และ 2 กิโลเมตร ตามลำดับ สองข้างทางจะเป็นป่าพลวงไปตลอดถึงริมหน้าผา ผานางเมิน เป็นลานหินทอดยาวหันหน้าไปทางทิศตะวันตกมองเห็นธรรมชาติเบื้องล่างได้อย่างชัดเจนสวยงาม เหมาะแก่การพักแรม และดูพระอาทิตย์ตก ส่วนด้านล่างหน้าผามีทางเดินไปลานสาวเอ้ เป็นลานหินธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ท่ามกลางป่าเขา และบริเวณหน้าผาสูงชัน ในเดือนสิงหาคม-ตุลาคม จะได้พบเห็นดอกไม้ เช่น ดุสิตา กระดุมเงิน สร้อยสุวรรณขึ้นสลับสี เป็นทุ่งกว้าง เหมาะสำหรับพักผ่อน ถ่ายภาพ และชมธรรมชาติ

ผาเสวย  อยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ลักษณะเป็นหน้าผาที่หันหน้าไปทางทิศใต้ ณ ที่แห่งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จและประทับเสวยพระกระยาหารกลางวัน จึงได้ชื่อว่า ผาเสวย มาตั้งแต่บัดนั้น 

น้ำตกห้วยใหญ่  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 12 กิโลเมตร ลักษณะเป็นลำน้ำที่ยุบตัวลง ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ รายล้อมด้วยสภาพป่าเขาทึบที่ร่มเย็น 

น้ำตกปรีชาสุขสันต์ ตั้งอยู่ในเทือกเขาภูพาน อำเภอเมืองสกลนคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 24 กิโลเมตร และห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตร ตามเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี เป็นน้ำตกที่ไหลมาตามลานหินลาดเขาลดหลั่นเป็นชั้น บางช่วงคล้ายสไลเดอร์ มีความยาว 12 เมตร อยู่ท่ามกลางสภาพป่าไม้ที่สมบูรณ์ สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย การคมนาคมสะดวก สามารถเข้าถึงตัวน้ำตกได้ตลอดปี 

สะพานหินธรรมชาติ (ทางผีผ่าน)  เป็นสะพานหินที่เชื่อมต่อระหว่างหินสองกลุ่มขนาด  กว้างของสะพานประมาณ 1.5 เมตร ยาว 8 เมตร ด้านใต้เป็นเวิ้งถ้ำกว้างใช้เป็นที่หลบแดดหลบฝนได้ นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างหนึ่ง  

อุทยานฯ ได้ทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่บริเวณผานางเมิน ลานสาวเอ้ แก้งขี้ลิง เขตป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง แล้วกลับสู่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติอีกครั้ง และตลอดเส้นทางเดินป่ามีจุดสำหรับการศึกษาธรรมชาติในเรื่องของสภาพป่าไม้โดยทั่วไปของพื้นที่อุทยานฯ เฟิร์น หินทราย มอส และไลเคนส์ ลานสาวเอ้ ต้นไม้เพื่อนรัก เป็นต้น ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูพาน ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 57000 โทร. 0 4270 3044 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760  www.dnp.go.th เดินทางตามเส้นทางสกลนคร-กาฬสินธุ์ ทางหลวงหมายเลข 213 กิโลเมตรที่ 10-11 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 25 กิโลเมตร  


ชาวภูไท บ้านโนนหอม 

ชาวภูไทที่บ้านโนนหอมนี้อพยพมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง เมื่อประมาณ 100 กว่าปีแล้ว ปัจจุบันยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวภูไทไว้ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อการแสดง การจัดพาแลง (พาแลง หมายถึง การร่วมรับประทานอาหารเย็นกับชาวภูไท) และการฟ้อนรำของชาวภูไทล่วงหน้าที่ ศูนย์สาธิตการตลาดบ้านโนนหอม เลขที่ 5 หมู่ที่ 2 ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47000  การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางสกลนคร- นาแก (ทางหลวงหมายเลข 223) ประมาณ 13 กิโลเมตร มีทางแยกขวาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร


ภาพรอยสลักผาสามพันปีที่ภูผายล

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านนาผาง ตำบลกกปลาซิว ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 38กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ ในบริเวณนั้นมีภาพแกะสลักบนหน้าผาหินเป็นรูปภาพต่าง ๆ แสดงชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ เช่น ภาพสัตว์ คน ไร่นา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีธรรมชาติรอบข้างเป็นป่าเขาที่สวยงาม   เดินทางจากตัวอำเภอเต่างอยไปตามเส้นทางอำเภอเต่างอย-ศรีวิชา 5 กิโลเมตร เข้าสู่บ้านม่วง-นาอ่าง และเดินทางต่อผ่านบ้านโพนบก-โพนแพง และบ้านนาผางตามลำดับ ระยะทาง 35  กิโลเมตร ก่อนถึงภูผายลจากบ้านนาผางขึ้นไปจะเป็นถนนลาดยางจนถึงหน้าผาหิน และมีบันไดขึ้นสู่หน้าผายอดเขา ตามระยะทางสามารถแวะพักตามจุดชมวิว ซึ่งมีก้อนหินทรายตั้งวางเป็นระยะ บางแห่งรูปคล้ายเพิงพัก หรือแท่นที่นั่ง


ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ 

ตั้งอยู่ที่ บ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง อ.เมือง โดยสามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 213(กาฬสินธุ์–สกลนคร)จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าบ้านนานกเค้า (อยู่ก่อนถึงตัวเมืองสกลนคร 10กม.)ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จัดตั้งเพื่อเป็นศูนย์ตัวแทนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการศึกษา ทดลอง วิจัยและพัฒนาในทุกๆด้านการเกษตร เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ที่สามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้ได้ มีการจัดนิทรรศการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฟาร์มเพาะเลี้ยง “สามดำมหัศจรรย์แห่งภูพาน” คือโคทาจิมะ สุกรภูพาน และไก่ดำภูพาน ฟาร์มเพาะเห็ด ฟาร์มเลี้ยงหม่อนไหม ฟาร์มไก่งวง วัวนม กวางรูซ่า การเลี้ยงปลาในกระชัง แปลงนาสาธิต และสวนไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าสมุนไพร สินค้าแปรรูปทางการเกษตร โทร.042-747458


พระธาตุภูเพ็ก 

ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหัวบ่อ  ผู้ที่จะไปนมัสการพระธาตุต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 491 ขั้น พระธาตุซึ่งสร้างอยู่บนยอดเขาภูพาน องค์พระธาตุสร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลง มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ด้านหน้าเชื่อมต่อกับมณฑป รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นที่ 1 สูงประมาณ 1.58 เมตร ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 0.70 เมตร ตัวปราสาทสูง 7.67 เมตร  ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ  ไม่มีหลังคา และยอดปราสาท  เพียงแต่ทำขื่อตั้งไว้เท่านั้น พระธาตุภูเพ็กสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธศาสนสถาน การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 22 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปอีก 14 กิโลเมตร


วัดถ้ำขาม หรือ ภูขาม   

ตั้งอยู่บนภูขาม ชาวบ้านมักเรียกว่า ภูคำขาม อยู่ในเขตบ้านคำป่า เป็นเขาลูกหนึ่งบนเทือกเขาภูพาน  เดิมเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ที่ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้จนถึงประมาณ พ.ศ. 2507  เมื่อท่านอาพาธจึงได้ไปจำพรรษาที่วัดป่าอุดมสมพร  และที่นี่ยังเป็นวัดที่เก็บอัฐิของพระอาจารย์เทศก์ เทศรังสีด้วย การเดินทาง ใช้เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี (ทางหลวงหมายเลข 22) ประมาณ 22 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าทางเดียวกับพระธาตุภูเพ็กไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนที่จะตรงขึ้นไปพระธาตุภูเพ็กมีทางแยกขวาไปประมาณ 30 กิโลเมตร


พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร

ตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม พิพิธภัณฑ์เป็นรูปเจดีย์ฐานกลมกลีบบัวสามชั้น  ภายในมีรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้นมีขนาดเท่ารูปจริง มีตู้กระจกบรรจุอัฐิ และแสดงเครื่องอัฐบริขารที่ท่านใช้เมื่อยามมีชีวิต รวมทั้งประวัติความเป็นมาตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) และเลี้ยวขวาผ่านตัวอำเภอพรรณานิคมไปประมาณ 2 กิโลเมตร


ปราสาทบ้านพันนา 

ตั้งอยู่ที่บ้านพันนา อยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี ลักษณะของปราสาทมียอดเดียว ฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า สร้างด้วยศิลาแลง บริเวณใกล้กับตัวปราสาทมีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยศิลาแลงเป็นชั้น ๆ มีน้ำขังตลอดปี เชื่อว่าสร้างสมัยเดียวกับปราสาทพระธาตุภูเพ็ก ปราสาทบางส่วนยังคงสภาพสมบูรณ์


วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม หรือวัดถ้ำพวง  และพิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน อุตตโม  

สร้างเป็นรูปทรงจตุรมุข 2 ชั้น  ประดับด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ชั้นล่าง ตกแต่งเป็นห้องแสดงภาพวาดเกี่ยวกับประวัติของพระอาจารย์ตั้งแต่เกิด ส่วน ชั้นบน มีรูปปั้นของท่านในท่านั่งขัดสมาธิ พร้อมเครื่องสักการบูชาที่ตกแต่งสวยงาม และตู้กระจกแสดงเครื่องอัฐบริขารของท่าน บริเวณใกล้เคียงกันมีถ้ำพวงซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระมุจรินทร์องค์ใหญ่ และในบริเวณวัดถ้ำอภัยดำรงธรรมยังมีสังเวชนียสถานจำลองสถานที่ประสูติ  ตรัสรู้  ปฐมเทศนา  และปรินิพพานจากประเทศอินเดียแห่งเดียวในภาคอีสาน การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) ระยะทางประมาณ 84 กิโลเมตร ถึงอำเภอสว่างแดนดินเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอส่องดาวไปถึงวงเวียนอนุสาวรีย์พระเวสสันดร แล้วเลี้ยวขวาไปวัดถ้ำอภัยดำรงธรรมประมาณ 5 กิโลเมตร


อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก 

ครอบคลุมพื้นที่ในส่วนของอำเภอส่องดาว อำเภอวาริชภูมิ อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร อำเภอสามหมอ จังหวัดอุดรธานี และอำเภอสมเด็จ อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ 261,875 ไร่ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน ภูเขาที่สูงที่สุดคือ ภูอ่างสอ สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ไผ่หลายชนิด และสมุนไพรชนิดต่าง ๆ สัตว์ป่าที่พบเห็นได้แก่ หมูป่า เก้ง กระจง นกชนิดต่าง ๆ สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่ ผาสุริยันต์  เป็นหน้าผาสูงอยู่บนยอดเขาสูงสุดของภูผาเหล็ก เป็นจุดชมวิว และชมพระอาทิตย์ขึ้น ผาดงก่อ เป็นหน้าผาสูงอยู่บนยอดภูผาเหล็ก มีก้อนหินขนาดใหญ่วางพาดอยู่ริมหน้าผาที่ดูเหมือนจะหล่นลงไปข้างล่าง หากยืนบนภูเขาแห่งนี้จะมองเห็นทิวเขาอันสลับซับซ้อนของภูพาน และมองเห็นภูผาหัก ภูไม้ ภูซากลาก อยู่ในเขตอำเภอวังสามหมอ ของจังหวัดอุดรธานี ผาน้ำโจ้ก เป็นหน้าผาสูงที่อยู่ยอดภูผาเหล็ก สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำห้วยหวด และมองเห็นวิวทิวทัศน์ของจังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่นได้

ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาผักหวาน  อยู่ที่บ้านภูตะคาม ตำบลท่าศิลา ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ  18 กิโลเมตร เป็นภาพเขียนโบราณ มีอายุประมาณ 3,600 ปี อยู่บนก้อนหินใหญ่ ลักษณะคล้ายผู้หญิงยืนเรียงกันเป็นแถวโดยใช้มือเกาะไหล่กัน 

ลานอุษาสวรรค์ เป็นบริเวณที่ราบบนยอดภูผาเหล็ก เนื้อที่ประมาณ 1,550ไร่ เป็นทุ่งป่าละเมาะ เขา และโขดหิน สลับกับทุ่งหญ้า ดูคล้ายสวนประดิษฐ์ มีดอกไม้ป่าขึ้นมากมาย เช่น สารดอย เอนอ้า ดาวเรืองภู ม้าวิ่ง หญ้าข้าวก่ำ กระดุมเงิน ดุสิตา ฯลฯ

สุสานไดโนเสาร์ อยู่บริเวณกลางเขาภูผาเหล็ก อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร และบริเวณชายป่าภูพาน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นกระดูกสัตว์ที่กลายเป็นหิน มีอายุหลายล้านปีทับถมกันจำนวนมาก บางส่วนยังฝังอยู่ในหินและดิน  บางแห่งเป็นฟอสซิลของพืช เช่น ไม้กลายเป็นหิน 

หอส่องดาว ยู่บนยอดภูผาเหล็กมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร จากจุดนี้มองเห็นทัศนียภาพได้รอบด้าน หอส่องดาวจึงเป็นที่สำหรับศึกษาดวงดาวในเวลากลางคืน สามารถชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกได้ชัดเจนมาก

การเดินทางมาตามทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 95 ให้เลี้ยวขวาไปตามถนน รพช. สายบ้านต้าย-ดอนส้มโฮง ถึงทางแยกบ้านโพนสว่าง กิโลเมตรที่ 17 ให้เลี้ยวขวาไปตามถนน รพช. สายบ้านโพนสว่าง-ภูผาเหล็ก อีก 6 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ


อุทยานแห่งชาติภูผายล

ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในอำเภอเมืองสกลนคร อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และอำเภอดงหลวง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร มีพื้นที่ประมาณ 825 ตารางกิโลเมตร หรือ 517,850 ไร่ เป็นอุทยานฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เป็นที่ราบสูงสลับกับเทือกเขาหินทราย ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา พรรณไม้ที่พบ ได้แก่ ไม้ตะเคียน ตะแบก กะบก สัตว์ป่าที่พบได้แก่ เก้ง กวาง หมาไน เป็นต้น   

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่ 

อ่างเก็บน้ำห้วยหวด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 500 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นเขื่อนชลประทานตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ บริเวณพลับพลาฝั่งขวามีก้อนหินรูปร่างแปลก และยังสามารถมองเห็นน้ำตก 2 สาย ซึ่งไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยหวด 

น้ำตกคำน้ำสร้าง เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดของอุทยานฯ มีความสูง 25 เมตร ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 1.8 กิโลเมตร 

ภูผายล  มีจุดชมวิวที่สวยงาม บริเวณหน้าผามีรูปแกะสลักภาพต่าง ๆ ที่มีอายุประมาณ 3,000 ปี การเดินทาง 

ผาพญาเต่างอย  จากที่ทำการอุทยานฯ ไปตามเส้นทางบ้านห้วยหวด-โคกกลาง ประมาณ 7 กิโลเมตร จะพบผาพญาเต่างอยอยู่ริมถนน มีลักษณะเป็นหินทรายรูปร่างคล้ายเต่างอยกำลังจะลงน้ำหันหน้าลงสู่ลำน้ำพุง เชื่อกันว่าบริเวณใดที่มีเต่างอยแสดงว่าเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นตำนานที่เรียกชื่อบ้านเต่างอย

ลานดุสิตา  เป็นลานหินซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง ปลายฤดูฝนจะมีดอกไม้เล็ก ๆ นานาพรรณขึ้นอยู่ละลานตา โดยเฉพาะดอกดุสิตาซึ่งมีสีม่วง และมีดอกกระดุมเงิน สร้อยสุวรรณา เอนอ้า หยาดน้ำค้าง ซึ่งทางอุทยานฯ ได้จัดทำทางเดินเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามของธรรมชาติ โดยไม่เหยียบย่ำไปบนพืชเล็ก ๆ เหล่านี้  นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้แก่ ถ้ำหีบภูผานาง ถ้ำเสาวภา อ่างเก็บน้ำดงน้อย และถ้ำพระเวทย์ การเดินทางจากอำเภอเมืองสกลนครเดินทางไปตามทางหลวงสายสกลนคร-นครพนม ประมาณ 14 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอเต่างอย และเดินทางต่อไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือใช้เส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ ไปประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2339 ไปอุทยานฯ อีกประมาณ 35 กิโลเมตร

เลขที่ 184/1 ถ.สุนทรวิจิตร ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.นครพนม 48000 โทรศัพท์ 0 4251 3490-1 โทรสาร 0 4251 3492 E-mail : tatphnom@tat.or.th

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 042-711789

ตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร 0-4271-1665
สถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร  0-4271-1506,0-4271-6409 
สถานีตำรวจภูธรพรรณานิคม 042779232 042779233 
สถานีตำรวจภูธรวาริชภูมิ  0-4278-1186
สถานีตำรวจภูธรสว่างแดนดิน 042-721-605-6
สภ.วานรนิวาส 042-791134
สภ.กุสุมาลย์ 042-769080
สภ.อากาศอำนวย 042-799078
สภ.กุดบาก 042-784116
สภ.บ้านม่วง 042-794321
สภ.ส่องดาว 042-786091
สภ.คำตากล้า 042-796004
สภ.นิคมน้ำอูน 042-789122
สภ.เจริญศิลป์ 042-709394
สภ.เต่างอย 042-761079
สภ.โคกศรีสุพรรณ 042-766092
สภ.โพนนาแก้ว 042-707020
สภ.ภูพาน 042-708130
สภ.ขมิ้น 042-711667
สภ.ตาดโตน 042-759014
สภ.แวง 042-729123
สภ.ศรีวิชัย 042-767087
สภ.คำบ่อ 042-774111
สภ.หนองสนม 042-756720
สภ.โพนงาม 042-756849
สภ.สว่าง 042-779329
สภ.สร้างค้อ 042-703058
สภ.โพนแพง 042-769242
สภ.นาใน 042-703417
สภ.โคกสี 042-776057
สภ.ดงมะไฟ 042-701678

ธนาคารกรุงไทย 042-711134  , 711  
ธนาคารกรุงเทพ 042-711501 , 711  
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 042-713791 , 713  
ธนาคารกสิกรไทย 042-713312-4
ธนาคารทหารไทย 042-711993 , 713  
ธนาคารไทยพาณิชย์ 042-732789 , 711  
ธนาคารไทยธนาคาร  จำกัด 042-711190 , 711  
ธนาคารออมสิน 042-730463 , 711  
ธนาคาร ธ.ก.ส. ระดับจังหวัด 042-732368-9
ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาสกลนคร 042-711378 , 713  
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 042-733600-6
ธนาคารศรีนคร 042-716446-50

บ. การบินไทย 042-712259 , 714
บ.พีบีแอร์ 042-715179-80
บขส.999 รถบัสปรับอากาศ 042-712860
แสงประทีป รถบัสปรับอากาศ 042-714445
เชิงชุมเดินรถ รถบัสปรับอากาศ 042-711619

โรงพยาบาลสกลนคร  042-711615
รพ.สกลนคร (รพท.) 042-711722, 042-711189
รพ.สว่างแดนดิน (รพช.) 042-721111, 042-721538
รพ.พระจารย์ฝั้นฯ พรรณนานิคม (รพช.) 042-779105-6
รพ.พังโคน (รพช.) 042-771222
รพ.วานรนิวาส (รพช.) 042-791122, 042-791185
รพ.อากาศอำนวย (รพช.) 042-799081, 042-799000
รพ.วาริชภูมิ (รพช.) 042-781187
รพ.ส่องดาว (รพช.) 042-786026
รพ.กุสุมาลย์ (รพช.) 042-796023
รพ.บ้านม่วง (รพช.) 042-794118
รพ.คำตากล้า (รพช.) 042-796046
รพ.กุดบาก (รพช.) 042-784021
รพ.โคกศรีสุวรรณี (รพช.) 042-766061, 042-766054
รพ.เต่างอย (รพช.) 042-761021
รพ.นิคมน้ำอูน (รพช.) 042-789015
รพ.โพนนาแก้ว (รพช.) 042-707005-7
รพ.เจริญศิลป์ (รพช.) 042-708148-50

ที่ว่าการอำเภอเมืองสกลนคร 042-711295
ที่ว่าการอำเภอพรรณานิคม 042-779126
ที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิ 042-781241
ที่ว่าการอำเภอวานรนิวาส 042-791379
ที่ว่าการอำเภอสว่างแดนดิน 042-721151
ที่ว่าการอำเภออากาศอำนวย 042-798214
ที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์ 042-784015
ที่ว่าการอำเภอกุดบาก 042-784043
ที่ว่าการอำเภอบ้านม่วง 042-794121
ที่ว่าการอำเภอพังโคน 042-771008
ที่ว่าการอำเภอส่องดาว 042-786034
ที่ว่าการอำเภอคำตากล้า  042-796055
ที่ว่าการอำเภอเต่างอย 042-761018
ที่ว่าการอำเภอโคกศรีสุพรรณ 042-766073
ที่ว่าการอำเภอนิคมน้ำอูน 042-789027
ที่ว่าการอำเภอเจริญศิลป์  042-709197
ที่ว่าการอำเภอโพนนาแก้ว 042-707013
ที่ว่าการอำเภอภูพาน  042-708155
ผู้ชม : 3,352

250.5k แชร์เรื่องนี้

แสดงความคิดเห็น

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย | ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1600 ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ แขวง มักกะสัน เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400
โทร: 0-2250-5500 TAT Call Center: 1672