นครพนม

แผนที่

พระธาตุพนมค่าล้ำ   วัฒนธรรมหลากหลาย   เรณูภูไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง

เดิมทีเป็นที่ตั้งของอาณาจักรศรีโคตรบูร ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำน้ำโขง (ฝั่งลาว) ตรงข้ามกับพระธาตุพนมในปัจจุบัน ตามประวัติเล่ากันว่าเมื่อพญานันทเสนผู้ครองศรีโคตรบูรสวรรคต เสนาอำมาตย์และประชาชนต่างก็เห็นว่าบ้านเมืองเกิดเภทภัยหลายครั้ง ควรที่จะย้ายไปสร้างเมืองใหม่อยู่ตรงข้าม ซึ่งเป็นบริเวณที่มีป่าไม้รวกขึ้นอยู่เป็นดงจึงได้เรียกชื่อเมืองใหม่นี้ว่า “มรุกขนคร” หมายถึงเมืองที่อยู่ในดงไม้รวก มรุกขนครในสมัยพญาสุมิตรธรรม  เมื่อ พ.ศ. 500 นั้นรุ่งเรืองมาก มีการบูรณะพระธาตุพนมขึ้นเป็นครั้งแรกด้วย โดยการก่อพระลานอูบมุงชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 แล้วสร้างกำแแพงล้อมรอบ มีงานสมโภชใหญ่โต หลังจากพญาสุมิตรธรรมก็มีผู้ครองนครต่อมาอีก พระองค์ 2แต่ก็เกิดมีเหตุอาเพศ จนกลายเป็นเมืองร้าง

กระทั่งถึง พ.ศ. 1800 เจ้าศรีโคตรบูรได้สร้างเมืองมรุกขนครขึ้นใหม่ใต้เมืองท่าแขก บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ใน พ.ศ. 2057 ผู้ครองเมืองมรุกขนครคือพระเจ้านครหลวงพิชิตทศพิศ ราชธานี ศรีโคตรบูรหลวง ได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่กลายเป็น “เมืองศรีโคตรบูร” ตรงตามชื่ออาณาจักรดั้งเดิม และยังได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมอีกด้วย ต่อมา พ.ศ. 2280 พระธรรมราชา เจ้าเมืองศรีโคตรบูรองค์สุดท้ายได้ย้ายเมืองมาตั้งบนฝั่งขวา (ฝั่งไทย) เยื้องเมืองเก่าขึ้นไปทางเหนือ แล้วให้ชื่อว่า “เมืองนคร” ซึ่งก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจะมีการโยกย้ายอีกหลายครั้ง เช่น  พ.ศ.2321 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้มีการย้ายเมืองอีกครั้งไปตั้งที่บ้านหนองจันทร์ ห่างขึ้นไปทางทิศเหนือ 52 กิโลเมตร จนถึงสมัยรัชกาลที่   1 พ.ศ.2333 เมื่อผู้ครองเมืองนครถึงแก่พิราลัย เมืองนครก็ได้ขอขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร โดยรัชกาลที่ 1 พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “นครพนม” ชื่อนครพนมนั้นมีข้อสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองลูกหลวงมาก่อนและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จึงได้ใช้คำว่า “นคร” ส่วนคำว่า “พนม” ก็มาจากพระธาตุพนมปูชนียสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน บ้างก็ว่ามรุกขนครเดิมที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีภูเขาสลับซับซ้อนจึงนำคำว่า “พนม” ซึ่งแปลว่าภูเขามาใช้ ส่วนคำว่า “นคร” ก็เป็นการดำรงชื่อเมืองไว้คือ เมืองมรุกขนคร นครพนมจึงหมายถึง “ เมืองแห่งภูเขา” นั่นเอง

วัดโอกาสศรีบัวบาน

ตั้งอยู่ริมฝั่งโขงเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ บริเวณกลางวัดจะมีหอประดิษฐานพระติ้วกับพระเทียมอยู่คู่กัน พระติ้วจะประทับอยู่ด้านขวาของพระเทียม   พระติ้ว เป็นพระพุทธรูปปางเพชรมารวิชัย ทำด้วยไม้ติ้วบุทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 30 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร  สร้างโดยเจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร เมื่อ พ.ศ. 1328 ส่วน พระเทียม มีลักษณะและขนาดเดียวกับพระติ้ว สร้างในสมัยพระเจ้าขัติยวงศา และมีการสมโภชให้พระติ้ว พระเทียม เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน              


วัดศรีเทพประดิษฐาราม 

ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ถนนศรีเทพ เยื้องโรงเรียนชุมชนเทศบาล 3 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2402 ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังรูปพุทธประวัติที่สวยงาม และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระแสง ตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นพร้อมกับพระสุกและหลวงพ่อพระใส (วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย) ข้าง ๆ โบสถ์มีเจดีย์บรรจุอัฐิของหลวงปู่จันทร์ (พระเทพสิทธาจารย์)  พระเกจิอาจารย์ที่ชาวนครพนมเคารพนับถือ ส่วนรูปปั้นนั้นจะอยู่ในตึกเทพสิทธาราม อาคารที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2464 ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมในด้านปูชนียสถานและวัดวาอาราม จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ


วัดนักบุญอันนา หนองแสง

ตั้งอยู่บนถนนสุนทรวิจิตร  เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนม สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1926 โดยคุณพ่อเอทัวร์ นำลาภ อธิการโบสถ์ วัดนักบุญอันนาหนองแสงนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนานาชาติที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่สถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตา ในช่วงก่อนวันคริสต์มาส ชาวคริสต์แต่ละชุมชนจะประดิษฐ์ดาวรูปแบบต่าง ๆ แล้วแห่มารวมกันไว้ที่นี่


วัดโพธิ์ศรี

ตั้งอยู่ริมถนนสุนทรวิจิตร เลียบริมแม่น้ำโขง ในกุฎิเจ้าอาวาสเป็นที่ประดิษฐานพระทอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองสำริด ปางมารวิชัย และเป็นพระพุทธรูปโบราณสกุลช่างล้านช้าง ตรงกับสมัยอยุธยาตอนต้น ในอดีตเคยทำพิธีสรงน้ำพระทองในวันสงกรานต์ แต่มักจะเกิดพายุและฝนตกหนักทุกครั้ง จึงเปลี่ยนเป็นพระพุทธรูปองค์อื่นแทน ปัจจุบันทุกวันเพ็ญเดือนหกจะนิมนต์มาตั้งไว้ที่หน้าโบสถ์ให้ชาวบ้านมาสรงน้ำ และในวันออกพรรษาชาวบ้านห้อมจะมาทอดปราสาทผึ้งที่วัดนี้ทุกปี


เขื่อนหน้าเมืองนครพนม  ถนนสุนทรวิจิตร

หรือถนนริมฝั่งโขงของตัวเมืองนครพนม เลียบขนานกับแม่น้ำโขงสองฟากฝั่ง ฝั่งที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นลานโล่งกว้าง มีต้นไม้ร่มรื่นสวยงาม เป็นจุดชมทิวทัศน์แม่น้ำโขง ส่วนย่านตัวเมืองเก่า มีอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ ทั้งตึกสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสและแบบท้องถิ่นที่สวยงาม  ถนนสายนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งที่ชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาปั่นจักรยานเลียบริมโขง เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในตัวเมืองนครพนม ในช่วงเย็นบริเวณหน้าตลาดอินโดจีน จะมีเรือบริการนำเที่ยวของเทศบาลให้บริการล่องเรือนำชมสองฝั่งโขง บริเวณลานกันเกรายังใช้เป็นสถานที่จัดงานและกิจกรรมต่างๆ อาทิ พิธีทำบุญตักบาตรที่ทางเทศบาลจัดให้มีขึ้นทุกวันพระ งานลอยกระทง งานฉลองเทศกาลปีใหม่ งานตรุษจีน- เวียดนาม งานประเพณีไหลเรือไฟ เป็นต้น เป็นลานกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเดินเล่นถ่ายภาพ ชมวิวทิวทัศน์ และทำบุญตักบาตรในยามเช้า


บ้านลุงโฮ

อดีตเป็นบ้านพักของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ วีรบุรุษของชาวเวียดนาม ที่เคยลี้ภัยการเมืองมาอาศัยอยู่ในเมืองนครพนม พ.ศ. 2466 - 2472 ปัจจุบันมีการอนุรักษ์ให้คงเดิม รวมทั้งจัดแสดงประวัติและเครื่องใช้สอยส่วนตัวของท่านให้ได้ชมและศึกษา


อควาเรียมปลาแม่น้ำโขง

เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ปลาแม่น้ำโขง แม่น้ำสงคราม และแม่น้ำก่ำ ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญของนครพนม รวมกว่า 96 ชนิด ที่หายาก ให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิดในอุโมงค์ลอดขนาดใหญ่ เช่นปลาบึก ปลาแข้ ปลาเสือตอ ปลากระเบนน้ำจืด ปลาเลิม ค่าบริการเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท โทร. 042 515 312


หาดทรายทองศรีโคตรบูร

เป็นหาดทรายน้ำจืดที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ในฤดูแล้ง (ราวเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม) หาดทรายจะยื่นออกไปกลางลำน้ำโขง โดยจะอยู่ตรงข้ามกับที่ทำการแขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและชมความงามของธรรมชาติ


หมู่บ้านมิตรภาพไทยเวียดนาม และบ้านลุงโฮ

ตั้งอยู่ที่บ้านนาจอก เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โฮจิมินห์เคยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกอบกู้เอกราชของวียดนาม ระหว่างปี พ.ศ. 2467 – 2474  หมู่บ้านนี้จะปลูกต้นไม้รอบบ้านอย่างร่มรื่น เช่น ต้นหมาก พลู กล้วย และชา การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 22 เส้นนครพนม-สกลนคร บริเวณกิโลเมตรที่ 237 - 238 สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 4252 2430


พระธาตุท่าอุเทน 

อยู่ที่บ้านท่าอุเทน  ใกล้กับที่ว่าการอำเภอท่าอุเทน องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม  สร้างเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นอุโมงค์บรรจุของมีค่าต่าง ๆ ชั้นที่ 2 สร้างครอบอุโมงค์ ชั้นที่ 3 คือ เจดีย์องค์ใหญ่ สูงประมาณ 15 เมตร พระอาจารย์ศรีทัตถ์เป็นผู้สร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2454 พระธาตุนี้เป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งองค์หนึ่ง บรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ ซึ่งพระอาจารย์ศรีทัตถ์ได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง จะมีงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี เดินทางจากตัวเมืองนครพนมไปตามทางหลวงหมายเลข 212 ประมาณ 26 กิโลเมตร


แหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์

ตั้งอยู่ริมถนนสาย 212 ช่วงนครพนม- บ้านแพง พื้นที่ อบต.พนอม อ.ท่าอุเทน โทร. 042 538 481 มีการค้นพบเมื่อ ปี พ.ศ. 2547 เป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ขนาดเล็กสูงประมาณ 150 ซม. สายพันธ์กินเนื้อตระกูลกินรีมีมัส อายุราว 150 ล้านปี ยุคครีเตเซียส พบทั้งหมด 199 รอย นับว่ามากที่สุดของไทยในปัจจุบัน


อุทยานแห่งชาติภูลังกา 

อุทยานแห่งชาติภูลังกาครอบคลุมพื้นที่ของตำบลไผล้อม อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย มีเนื้อที่ประมาณ 31,250 ไร่ มีลักษณะเป็นภูเขาทับซ้อนกัน 3 ลูก สลับด้วยเทือกเขาขนาดเล็กสลับซับซ้อนทอดยาวตามแนวลำน้ำโขง สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังที่สมบูรณ์มีสัตว์ป่าชุกชุม เป็นต้นกำเนิดของน้ำตก และลำธารใหญ่น้อยหลายสาย ช่วงฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม เป็นช่วงที่มีดอกไม้ กล้วยไม้ป่าและรองเท้านารีบานสะพรั่ง  บนยอดภูลังกา  ในเขตอุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ น้ำตกตาดขาม  เป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้น ๆ จำนวน 4 ชั้น  ชั้นสุดท้ายจะมีแอ่งน้ำขังตลอดปี สภาพโดยรอบร่มรื่น และมีลานหินเล็ก ๆ เหมาะสำหรับพักผ่อน น้ำตกตาดโพธิ์  กำเนิดจากเทือกเขาภูลังกา มีลักษณะสวยงามไม่น้อยกว่าน้ำตกตาดขาม เป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้นจำนวน 4 ชั้น แต่ละชั้นสูงไม่น้อยกว่า 10 เมตร ชั้นที่ 2 สูงถึง 30 เมตร  การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 จากนครพนมแล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 214 เข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกตาดขาม ประมาณ 4 กิโลเมตร  ทางอุทยานฯ มี เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ภูลังกา 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางแรก เส้นทางสายน้ำตกตาดโพธิ์-ถ้ำยา ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง เส้นทางที่สอง เส้นทางสายน้ำตกตาดโพธิ์-ผางอย ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1.30 – 2.00 ชั่วโมง จุดเด่นของเส้นนี้คือ บนผางอย สามารถชมวิวของพื้นที่อำเภอบ้านแพง และสายน้ำโขงได้ และ เส้นทางที่สาม เส้นน้ำตกตาดโพธิ์-เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ ใช้ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน เส้นนี้นักท่องเที่ยวควรเตรียมเต็นท์และเครื่องนอนมาด้วย ส่วนอาหารสามารถที่จะตกลงกับเจ้าหน้าที่นำทางเพื่อที่จะเตรียมอาหารไว้ให้ จุดเด่นของเส้นนี้คือจะได้ชมดอกไม้ป่า กล้วยไม้ป่า ผีเสื้อ และนกหลายชนิด บนยอดภูลังกายังมี เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ มีลักษณะเป็นลานหินคล้ายกองข้าวนำมากองไว้ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของภูลังกาและเป็นการพิชิตยอดภูลังกาอีกด้วย และยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม  (สำหรับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นยอดภูลังกาต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง และลูกหาบ ที่ที่ทำการอุทยานฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน) การเดินทาง จากตัวเมืองนครพนมใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 เส้นนครพนม-บ้านแพง ระยะทางประมาณ 105  กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 220 ห่างจากตัวอำเภอบ้านแพงประมาณ 6 กิโลเมตร


พระธาตุพนม

พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันจันทร์ และผู้ที่เกิดปีวอก ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200 - 1400 ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ สถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม ที่ผ่านมามีการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร” พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมเท่านั้น พระธาตุพนมยังเป็นที่เคารพของชาวไทยภาคอื่น ๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว


วัดพุทธสีมา  

ตั้งอยู่ที่บ้านฝั่งแดง อ.ธาตุพนม ภายในวัดมีจิตรกรรมฝาผนังแบบศิลปะพื้นบ้าน มีหลวงพ่อเกสร ซึ่งสร้างจากเกสรดอกไม้เคลือบด้วยสำริด ตั้งเป็นองค์ประธานอยู่ภายในสิม ปัจจุบันบางส่วนขอองค์พระปริแตก ทำให้มองเห็นเกสรดอกไม้แห้งอัดแน่น ตัวสิมมีลักษณะเด่นของสิมอีสานที่สร้างเป็นอาคารเล็กตั้งบนฐานสูง ที่ผนังมีจิตรกรรมฝีมือช่างท้องถิ่น บอกเรื่องราวพุทธประวัติและนิทานพื้นบ้าน ผนังด้านนอกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ เวสสันดรชาดก นรกสวรรค์   


เรณูนคร

เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวผู้ไทย ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นไว้เป็นอย่างดี อาทิ ธรรมเนียมการต้อนรับด้วยการบายศรีสู่ขวัญ การเลี้ยงอาหารแบบพาแลง การชวนดูดอุ (ชวนกันไปดื่มเหล้าหมักที่อยู่ในไห) การฟ้อนรำผู้ไทย นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่าง ๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงอีกมากมาย โดยเฉพาะบริเวณวัดพระธาตุเรณู และตลาดอำเภอเรณูนคร การเดินทาง อยู่ห่างจากพระธาตุพนม 15 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดนครพนมไปทางใต้ 51 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ถึงประมาณกิโลเมตรที่ 44 เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2031 อีกประมาณ 7 กิโลเมตร ทางลาดยางตลอด


วัดพระธาตุมหาชัย 

พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันพุธ ประดิษฐานอยู่บ้านมหาชัย ตำบลมหาชัย องค์พระธาตุสูง 37 เมตร เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์สารีริกธาตุ ภายในพระอุโบสถมีพระประธานคือ พระพุทธไชยสิทธิ์ และพระพุทธรูปปางห้ามญาติสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนบนฝาผนังอุโบสถแสดงพุทธประวัติ มีลวดลายศิลปกรรมที่งดงามมากในภาคอีสาน การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 39 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายนครพนม-สกลนคร ทางหลวงหมายเลข 22 (กิโลเมตรที่ 201-202 เลี้ยวซ้ายเข้าวัดอีก 2 กิโลเมตร


พระธาตุประสิทธิ์ 

พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุประสิทธิ์ หมู่ 13 ตำบลนาหว้า ห่างจากอำเภอเมืองนครพนมประมาณ 98 กิโลเมตร เดินทางจากตัวเมืองนครพนมไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข  212  ผ่านอำเภอท่าอุเทน ถึงทางหลวงหมายเลข 2032 แยกซ้ายมือเข้าอำเภอศรีสงคราม ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า ประชาชนในท้องถิ่นและใกล้เคียงเคารพนับถือมาก

เลขที่ 184/1 ถ.สุนทรวิจิตร ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.นครพนม 48000 โทรศัพท์ 0 4251 3490-1 โทรสาร 0 4251 3492 E-mail : tatphnom@tat.or.th

สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 0-4251-1730

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 043 812184

ที่ว่าการอำาเภอเมืองนครพนม 0-4251-1100
ที่ว่าการอำาเภอธาตุพนม(รกน.) 0-4254-0200
ที่ว่าการอำาเภอท่า อุเทน 0-4258-1263
ที่ว่าการอำาเภอนาแก 0-4257-1250
ที่ว่าการอำาเภอศรีสงคราม 0-4259-9084
ที่ว่าการอำาเภอบ้านแพง 0-4259-1021
ที่ว่าการอำาเภอเรณูนคร 0-4257-9416
ที่ว่าการอำาเภอนาหว้า 0-4259-7011
ที่ว่าการอำาเภอปลาปาก 0-4258-9131
ที่ว่าการอำาเภอโพนสวรรค์ 0-4259-5067
ที่ว่าการอำาเภอนาทม 0-4251-9270
ที่ว่าการอำาเภอวังยาง 0-4257-7031

ส.ภ.จังหวัดนครพนม 0-4251-5803
สภ.เมืองนครพนม 0-4251-1232
สภ.ทา่ อุเทน 0-4258-1323
สภ.บา้นแพง 0-4259-1252
สภ.ศรีสงคราม 0-4259-9177
สภ.ธาตพุ นม 0-4254-1266
สภ.นาแก 0-4257-1255-6
สภ.ปลาปาก 0-4258-9045
สภ.เรณูนคร 0-4257-9449
สภ.นาหว้า 0-4259-7086
สภ.โพนสวรรค์ 0-4259-5097
สภ.นาทม 0-4251-9191
สภ.วังยาง 0-4257-7010
สภ.บ้า้นกลาง 0-4252-1444-5
สภ.หลักศิลา 0-4254-1457
สภ.หนองฮี 0-4258-577-0
สภ.นาโดน 0-4257-9626
สภ.กุตาไก้ 0-4253-7846
สภ.พระซอง 0-4258-3131
สภ.หนองบอ 0-4253-7546

ขนสง่ จังหวัด 0-4251-1087
การไฟฟ้าสว่ นภูมิภาคจังหวัด 0-4251-2370
การการประปาสว่ นภูมิภาค 0-4251-1409

ธนาคารไทยพาณิชย์ 0-4251-2221-3
ธนาคารนครหลวงไทย 0-4252-2708-11
ธนาคารทหารไทย(รกท.) 0-4251-1023
ธนาคารกรุงไทย 0-4251-3994
ธนาคารกสกิรไทย 0-4251-1878
ธนาคารกรุงเทพ 0-4251-1134
ธนาคารกรุงเศรีอยธุ ยา 0-4251-3082-5
ธนาคารธนชาติ 0-4252-0632
ธนาคารออมสิน 0-4251-4767

โรงพยาบาลพระยอดเมืองขวาง 042-511422
โรงพยาบาลท่าอุเทน 042-581255
โรงพยาบาลนครพนม 042-511424
โรงพยาบาลนาหว้า 042-957022
โรงพยาบาลนาแก 042-571235
โรงพยาบาลบ้านแพง 042-591225
โรงพยาบาลปลาปาก 042-589103
โรงพยาบาลศรีสงคราม 042-599230
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม 042-541255-6
โรงพยาบาลเรณูนคร 042-579235
โรงพยาบาลโพนสวรรค์ 042-595064
ผู้ชม : 3,396

250.5k แชร์เรื่องนี้

แสดงความคิดเห็น

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย | ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1600 ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ แขวง มักกะสัน เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400
โทร: 0-2250-5500 TAT Call Center: 1672