เตรียมตัวไปงานบุญบั้งไฟกันเถอะ

เตรียมตัวไปงานบุญบั้งไฟกันเถอะ
งานประเพณีอีสานตาม ฮีตสิบสอง คองสิบสี่ ที่สนุกสนาน เพื่อต้อนรับช่วงฤดูกาลการปลูกข้าวซึ่งเป็นพืชอาหารหลักของคนในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีงานไหนที่สนุกและเต็มไปด้วยสีสันเท่ากับงานบั้งไฟแน่
จะเรียกได้ว่าอีสานทั้งอีสานมีชีวิตชีวาที่สุดรองจากงานสงกรานต์ก็คืองานนี้แหละที่ทุกคนรอคอย จะมีนาปลูกข้าวหรือไม่มีนาปลูกข้าวก็สนุกสนานและตื่นตาตื่นใจกันได้ทุกคน ทุกภาค
บุญบั้งไฟก็คือการจุดบั้งไฟไปเตือนพญาแถนซึ่งเคยห้ามนาคเล่นน้ำจนฝนไม่ต้องตามฤดูกาล จนพญาคันคากต้องยกทัพไปตีเมืองพญาแถนซึ่งอยู่บนฟ้าจนพญาแถนพ่ายแพ้ ต้องยอมให้นาคขึ้นไปเล่นน้ำเพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลเหมือนเคย โดยเฉพาะช่วงเดือน 6 ซึ่งเป็นช่วงที่ฝนต้องตกลงมาเพื่อให้น้ำแก่ชาวนาเพื่อทำนา
และก็ด้วยเรื่องเล่าในตำนานนี้เองจึงมีรูปปั้นพญาคันคากอยู่กลางเมืองยโสธรและเมืองนี้ก็จะจัดงานบั้งไฟกันในช่วง 11-14 พ.ค.นี้ เช่นเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ ในอีสานและปิดท้ายด้วยบั้งไฟเมืองเลยแต่ยโสธรก็ไม่ใช่มหาอำนาจแห่งบั้งไฟนะครับ มหาอำนาจแห่งบั้งไฟอยู่ที่กาฬสินธุ์ต่างหาก ไม่ว่าโรงงานใหญ่ โรงงานเล็ก โรงงานน้อย อยู่ที่กาฬสินธุ์แทบทั้งสิ้น เงินหมุนเวียนในการทำบั้งไฟในแต่ละปีอยู่ที่กาฬสินธุ์ครับ เพราะจังหวัดอื่น ๆ มาเอาบั้งไฟไปจากที่นี่ทั้งนั้น
สมัยก่อนโน้นบั้งไฟทำด้วยไม้ไผ่ ต่อมาก็ใช้แป๊บน้ำ แต่แป๊บน้ำนั้นอันตรายอย่างยิ่งเพราะระเบิดขึ้นมาก็เหมือนระเบิดทำลายดี ๆ นี่เอง ตอนหลังเขาใช้ท่อเอสล่อนมาแทน เวลาระเบิดจึงไม่อันตรายนักนอกจากอยู่ใกล้จริง ๆ ผู้เขียนเคยเจอบั้งไฟที่ทำด้วยท่อเอสล่อนระเบิดใส่ในระยะห่างไม่เกิน 5-7 เมตร ก็ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด มีแต่ฝุ่นดินปืนเต็มหัวไปหมด คนจุด คนโบกธงซึ่งอยู่ใกล้กว่าก็ไม่เป็นอะไรเหมือนกัน
บั้งไฟนี่ไม่ใช่มีแค่เดือนเดียวนะครับ มีกันไปเรื่อย ๆ  และก็ไม่ใช่มีแต่จังหวัดหรืออำเภอใหญ่ ๆ ตามหมู่บ้านเล็กหมู่บ้านน้อยก็มีไปทั่ว มียิงบั้งไฟเมื่อไหร่ก็จะมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเอาของไปขาย ทั้งเสื้อผ้าและผลไม้พืชผักพื้นเมืองทุกชนิด เรียกได้ว่างานบุญบั้งไฟทำให้เศรษฐกิจอีสานหมุนโดยไม่ต้องให้ใครไปกระตุ้นเลย บั้งไฟไม่ใช่แต่จะไปกระตุ้นพญาแถนให้ปล่อยน้ำให้คนอีสานทำนาได้ดีเท่านั้น ยังไปกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคให้หมุนเวียนดีโดยไม่ต้องมีโครงการโน่นนี่จากรัฐเลย
และก็ไม่ใช่คนอีสานไม่มีโนวฮาวในการทำบั้งไฟจนเกิดระเบิดขึ้นนะครับ ไอ้ที่ระเบิดๆ น่ะอยู่ที่ว่าเขาจะล้มมวยกันหรือเปล่า ถ้าอยากจะล้มมวยก็ใส่ดินปืนไปแบบไม่ครบหรือใส่ให้บกพร่อง เพื่อเวลาขึ้นจะขึ้นได้ไม่สูงหรือเกิดระเบิดก่อน 
ก็เพื่อการพนันนั่นแหละครับ ทำให้ไก่ชนตัวเองไม่สมบูรณ์เสีย จะได้ตีแพ้ไงครับแต่ก็อย่าไปมองว่าบั้งไฟสร้างขึ้นมาก็เพื่อการพนันเพียงด้านเดียวนะครับ ขอให้มองในแง่การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจของชาวบ้านและการท่องเที่ยวด้วย เพราะมันมี 2 ด้าน
บั้งไฟก็ใช่มีแต่ที่ภาคอีสานนะครับ ในลาวก็มี แถบสิบสองปันนา (เรียกบั้งไฟขึ้น) ก็มี ภาคเหนือของเราก็มี แถมภาคใต้ที่มีคนอีสานถูกเกณฑ์ไปอยู่อย่างสุคีรินทร์ นราธิวาส ควนกาหลงสตูล (อพยพคนอีสานที่เกี่ยวข้องกับคอมมิวนิสต์สมัยจอมพลสฤษดิ์) ก็มี แต่จะมีที่ไหนสนุกเท่าที่อีสานไม่มีอีกแล้ว
ในโซเชียลมีเดียเวลานี้แซวกันว่า การตึงเครียดระหว่างอเมริกากับเกาหลีเหนือกำลังจะลดลง เพราะทางไทยกำลังจะส่งบั้งไฟไปปราบทั้งคู่ในช่วงเดือน 6 นี้ แหะ ๆ บั้งไฟปราบปรมาณูได้ บั้งไฟมีกี่ชนิด? คำตอบก็มีหลายชนิดล่ะครับ

บั้งไฟโหวดหรือบั้งไฟกระแต ใช้กระบอกยาว 4-10 นิ้วมาทำดินระเบิดไม่มากหรอกครับ แค่ 1/8-1/2 ก.ก.เท่านั้น ใช้หางบังคับทิศทางยาวแค่ 1-4 เมตร

บั้งไฟม้า บั้งไฟชนิดนี้ก็คือบั้งไฟบังคับทิศทางได้ เราเรียกในภาคกลางหรือในหมู่คนมอญว่า “ลูกหนู” นั่นแหละครับ คนมอญใช้ลูกหนูจุดศพพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีพรรษามาก ๆ หรือฆราวาสที่มีคนนับถือมาก มีทั้งในไทยและในพม่า บั้งไฟช้างหรือบั้งไฟไม่มีหาง ไม่ต้องการให้พุ่งขึ้นฟ้าแบบบั้งไฟทั่วไป แต่ต้องการให้มีเสียง บั้งไฟแสน บั้งไฟล้านหรือบั้งไฟสิบล้าน เป็นบั้งไฟที่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของดินปืนที่ใส่บรรจุ นับตั้งแต่ 120 ก.ก.ขึ้นไป โดยเอา 10 คูณไปเรื่อย ๆ

บั้งไฟตะไล เป็นบั้งไฟที่ทำแบบแบน ๆ คล้ายจานบิน ดัดเอาท่อเอสล่อนขวางไขว้กันและเอาไม้ไผ่มาโค้งให้เป็นวงกลมเพื่อบังคับสภาพอัดดินปืนเข้าไปตามท่อเอสล่อน เจาะท่อเอสล่อนให้มีช่องห่างกันพอประมาณหลาย ๆ ช่องเพื่อเอาไว้ต่อชนวนจุด พอจุดแล้วมันก็จะหมุนติ้วขึ้นฟ้าเหมือนตะไลอันเล็กๆ บั้งไฟตะไลนี้เวลาขึ้นฟ้าแล้วเป็นเกลียวสวยงามและน่าตื่นเต้นมาก บ้านกุดหว้าคือมหาอำนาจแห่งบั้งไฟชนิดนี้แหละครับ ผมไปดูแล้วชอบกว่าบั้งไปที่พุ่งขึ้นฟ้ามาก

บั้งไฟตื้อ เป็นบั้งไฟขนาดเล็ก เอาไว้จุดประกอบงานใหญ่ๆ

บั้งไฟแบบพลุ เอาไว้จุดเพื่อบอกกล่าวว่ามีงาน ไม่ได้มุ่งหวังเพื่อไปกระตุ้นพญาแถนแต่ประการใด
ผมเอาภาพถ่ายบั้งไฟตะไลมาให้ท่านผู้อ่านได้ดูชมเพราะมันสวยงาม และก็อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งหลายไปดูด้วย แม้ว่าช่วงนี้อากาศจะร้อน แต่ช่วงเดือน 6 แล้ว อากาศจะเย็นลง งานประเพณีอะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขอฟ้าขอฝนมีเยอะครับ ผีขนน้ำเอย อะไรต่อมิอะไรเอยในอีสานมีเพียบ และก็อยากจะบอกหลาย ๆ คนที่อยู่แต่ในกรุงมาทั้งชีวิต ได้รับการบอกเล่าผิด ๆ ว่าอีสานเป็นพื้นที่แห้งแล้ง มีแต่คนยากจนและคนกินหมาก ก็ขอให้คิดใหม่ได้เลยว่า อีสานเดี๋ยวนี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแล้ว เป็นโมเดิร์นอีสานแล้ว ไม่ใช่อีสานกินหมากหรือจกปลาร้ากินเหมือนแต่ก่อนแล้ว
อีสานในวันนี้กลายเป็นโมเดิร์นอีสานที่มีอาหารอร่อยกินทั้งอาหารพื้นเมืองและอาหารแบบตะวันตก จะบอกให้ว่าหลายแห่งที่มีเขยฝรั่งมาก ๆ อย่างอุดรหรือขอนแก่น (ตอนนี้เขยฝรั่งแซงหน้าอุดรไปแล้ว) กำลังจะกลายเป็นเมืองที่ทันสมัยและไม่อึดอัดแบบกรุงเทพฯ เตรียมที่จะมีรถอัจฉริยะที่เจ๋งและตรงเวลากว่ากรุงเทพในเวลาอีกไม่นาน
ยิ่งเปิดเออีซีเมื่อไหร่ อีสานที่มีดินแดนที่ติดกับทั้งลาวเขมร เชื่อมต่อเวียดนามได้ จีนได้ กรุงเทพก็กรุงเทพเถอะ เจอเศรษฐีอีสานเกทับ จะหาว่าหล่อไม่เตือนนะครับ อิอิ

ผู้ชม: 95

แสดงความคิดเห็น