ขี่ช้างบวชนาค

ขี่ช้างบวชนาค
จะเขียนว่าบวชนาคช้างก็ตะขิดตะขวงใจ เพราะช้างบวชไม่ได้บวชนาคคนได้ก็เลยตั้งชื่อเรื่องไว้อย่างนั้นจะได้ไม่ไปทำให้คนอ่านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการบวชช้างที่หลายๆคนเขาเรียกบวชนาคช้างก็อาจจะตั้งชื่อเรื่องให้มันตื่นเต้น ขายได้ นั่นก็เป็นเรื่องของ “นักขาย”ไม่ใช่ “นักเขียน”
การแห่นาคด้วยช้างมีหลายแห่งครับ สุโขทัยก็มี แถวชายแดนจังหวัดตากแม่ฮ่องสอนก็มี ชัยภูมิก็มี แต่เดี๋ยวนี้ช้างในบางที่บางแห่งก็หายไปตามกาลเวลา ดีที่หมู่บ้านตากลางได้ อบจ. ได้จังหวัด ได้ททท. ได้อบต. สนับสนุนเอาไว้..ไม่งั้นล่องจุ๊นไปนานแล้ว การบินไทยเคยสนับสนุนก็ถอนไปเรียบร้อยเพราะยุคโน้นการเดินทางมาเที่ยวอีสานด้วยเครื่องบิน (ที่ทำให้การท่องเที่ยวอีสานสะดวกขึ้น) แบบปัจจุบันไม่มี 
การแห่นาคด้วยม้าที่ผมเคยเห็นก็ลดน้อยถอยลง จำได้ว่าบางอำเภอที่กาญจนบุรีก็มีแห่ แห่แบบม้าเต้นรำซะด้วย ตอนนี้จะเหลือแห่สักกี่ม้าก็ไม่รู้ นานๆจะมีงานสักที คนฝึกม้าก็ไม่ค่อยอยากจะทำกัน เพราะแก่ๆกันไป ลูกหลานรุ่นหลังๆก็ไปทำงานห้องแอร์กันหมด ขายเป็นม้าขี่แถวหัวหินดีกว่า
งานนี้เขาเริ่มกันช่วย 13-15 ค่ำเดือน 6 ทุกปีครับ คนบวชในยุคก่อนซึ่งไม่ใช่ยุคคนย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานในกทม.ก็จะบวชกันในช่วงอายุ 20 กันทุกคน แต่ปัจจุบันครบอายุแล้วก็บวชบ้างไม่บวชบ้างตามอัธยาศัย ที่นั่นเขาบวชกันรวมๆครับ แห่ก็แห่กันเป็นรวมๆ ใครจะไม่บวชรวม แห่รวมก็ได้ขึ้นกับความพอใจของแต่ละคน แต่ที่นี่หลวงพ่อเจ้าอาวาสดีครับ ท่านเป็นศูนย์รวมของผู้คนในท้องถิ่น เลยมีนาคมาแห่ร่วมกัน ปีนี้ก็ได้ประมาณ 16 นาค
นาคที่แห่ก็แต่งตัวกันแบบมีชฏาแบบเทวดาล่ะครับ เพราะเขาถือว่านาคคือเทวดาของพ่อของแม่ในช่วงเวลานี้ ท่านผู้อ่านคงเคยเห็นไทยใหญ่บวชลูกแก้วไหม? อย่างไรก็อย่างนั้น ต่างสไตล์กันเท่านั้น ที่อื่นเขาก็ให้ค่าความเป็นนาคพอๆกันทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั่นแหละ ยกเว้นแถบอื่นที่ถือพุทธคนละนิกายเท่านั้น การแต่งแบบนี้อาจจะเป็นกุศโลบายให้นาคเห็นว่าตนเองมีคุณค่านั่นเอง!
เสื้อผ้าชุดที่แต่งก็งามงดสไตล์กูย เขมรล่ะครับ 

ส่วนเครื่องเสียงที่จ้างมาก็กระหึ่มทั้งเพลงบรรเลงแนวอีสานใต้ แนวอีสานกลาง ทำให้งานทั้งงานคึกครื้นด้วยท่วงทำนองเร้าใจครับ..ไม่ว่าจะแห่นาคโหดด้วยแคร่หรือแห่นาคด้วยช้างหรือแห่นาคด้วยรถปิ๊คอัพก็เป็นพิธีเงียบๆ ต้องมีดนตรีพื้นเมือง รถเครื่องเสียงใหญ่ๆบรรเลงจนกระเทือนไปทั้งตับไตไส้พุงด้วย 555..ไม่เช่นนั้นไม่มันถึงใจพ่อแม่พี่น้อง (เขาแข่งหน้าตากันเรื่องนี้แหละ แต่ยังไงๆก็เกรงใจตับไตไส้พุงและแก้วหูบ้างก็ได้)
กรรมวิธีการปลงผมก็ธรรมดาๆครับ การเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นชุดคล้ายเทวดานี่สิน่าสนใจ เพราะมันทำให้มีความต่างจากคนทั่วไป พอมาทำพิธีอะไรๆในวัดหรือที่บ้านก็ดูแปลกตา เด็กๆในบ้านและเด็กๆรอบๆบ้านนาคก็ไม่ค่อยจะกล้าเข้าหาเพราะจำไม่ได้
ก่อนจะแห่นาคเขาก็ต้องแต่งหน้าแต่งตาช้างด้วยครับ ใครจะวาดรูปจะเขียนอะไรบนตัวช้างก็ช่วงเช้าของวันที่สองนั่นแหละครับ ระหว่างวาดอะไรต่อมิอะไรไปบนตัวช้างควาญช้างประจำตัวก็ต้องเอาอาหารไปให้มันกินด้วย มันจะได้สบายใจ เวลาช้างสบายใจก็คือแกว่งหูโบกไปมานั่นแหละครับ (เวลามันไม่ชอบใจขึ้นมาก็ชันหู ชันหูเมื่อไหร่ก็เตรียมตัวกันให้ดี..อิอิ)

ผมไปดูเขาแต่งตัวให้ช้างในเมืองอินเดียก็ไม่ต่างกันครับ จะต่างก็ตรงสีสันและลวดลายคือสีที่มาทาหน้าตาและวาดรูปบนหน้าช้างและลำตัวของอินเดียน่ะใช้สีสดใสแปร๋นเลย ส่วนสีที่ทาช้างบ้านเราน่ะมีแค่สีหรือสองสีเท่านั้น ลวดลายลีลายังเทียบกับอินเดียไม่ได้ ผมว่าถ้า ททท. หรือผู้จัดงาน ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาศิลปะไปช่วยลงสีให้หน้าและลำตัวช้างก็น่าจะดี จะเอาสไตล์อีสานใต้ เอาผ้าตัดเย็บแบบอีสานใต้ไปแต่งให้ช้างเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของอีสานใต้บ้างก็น่าจะดี ผมว่าสปอนเซอร์สีก็คงหาได้ สปอนเซอร์ผ้าก็น่าจะหาได้ จัดกันแบบเดิมๆโดยไม่มีพัฒนาการ..มันจะ 4.0 ได้ไง?
นางรำอีสานใต้ไม่มีเหรอ ทำไมพนมรุ้งจึงทำได้?
งานแบบนี้ต้องผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาอำนวยการร่วมด้วยจึงจะใหญ่โตพอขายท่องเที่ยวได้ มีต้นทุนคือช้างอยู่แล้ว..ฝรั่งก็อยากมาดู..แค่ช้างอาบน้ำยังขายทัวร์ฝรั่งได้ งานใหญ่ๆแบบนี้ขายไม่ได้ได้อย่างไร?
เห็นการโปรโมทงานแห่นาคด้วยช้างดูแล้วก็เสียของครับ งานแบบนี้ขายได้ คนไทยก็ยังอยากมาเลย ผมโพสต์ไปในโซเชียลมีเดียคนยังชอบ
เอารูปมาให้ดูครับไม่ได้ตามขั้นตอนอะไร แต่ก็มีสีสันและบรรยากาศที่ดีไม่แพ้บวชลูกแก้ว ต่างที่บวชลูกแก้วเป็นการบวชเณร ส่วนการบวชของกูยบ้านตากลางเป็นการบวชเณรแล้วบวชพระเลยครับ
ปล.ตอนนี้หมู่บ้านตากลางที่ขายการท่องเที่ยวด้วยช้างติดตลาดไปเรียบร้อยแล้วแต่ถึงจะติดตลาดไปอย่างไรก็ยังต้องกระตุ้นกิจกรรมกันไปเรื่อยๆแบบเดียวกับการเขย่าขวดยา แต่อย่าลืมเรื่องสุขภาพช้าง จิตใจช้างด้วย
กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับรายได้นั้นมักจะตามมาด้วยความแตกแยกในเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ ความแตกแยกระหว่างหน่วยงานด้วยเรื่องจุดยืน ทัศนะและมรรควิธี เช่นการทำหมู่บ้านให้กลายเป็น “สวนสนุก” ดู “โชว์ช้าง” โดยไม่คำนึงถึง “วิถีการเลี้ยงช้าง” แบบดั้งเดิม (ที่นักท่องเที่ยวอยากเห็น) ก็ขัดกันทางด้านความเห็นและวิธีการแล้ว ดังนั้นจึงต้องมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นเจ้าภาพ ไม่ใช่แต่ละหน่วยงานไปหางบมาแล้วก็แย่งกันทำงานแบบไม่สนใจภูมิหลังวัฒนธรรมดั้งเดิมเลยเดี๋ยวนักท่องเที่ยวหายไปจะหาว่าผมไม่เตือนนะครับ!

ผู้ชม: 249

แสดงความคิดเห็น

เที่ยว พัก กิน ถิ่นอีสาน

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านเลยดานัง เป็นร้านอาหารเวียดนามที่เปิดคู่กับจังหวัดเลยมานานหลายปี สาขาที่ 2 บรรยากาศภายในร้านยังคงตกแต่งแบบเรียบง่าย มีกลิ่นอายเวียดนาม เน้นการบริการแบบเป็นกันเอง บริการอาหารเวียดนามต้นตำรับ มีทั้ง แหนมเนือง, กุ้งพันอ้อย, บั่นหอย, เปาะเปี๊ยะสด, เปาะเปี๊ยะทอด และเพิ่มเมนูพิเศษเอาใจลูกค้าอย่างเมนู ส้มตำ แกงเห็ด เพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้ามากขึ้น เหมาะกับการทานอาหารกับกลุ่มพื่อน คนรู้ใจ หรือมาทานกับครอบครัว

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

ใดเฮงบูติคโฮเต็ล เปิดให้บริการอยู่ถนนชายโขง ที่ตั้งโรงแรมอยู่ไม่ไกลกันมาก ซึ่งสไตล์การตกแต่งคงคอนเซ็ปต์ของโรงแรมใดเฮงเอาไว้ บรรยากาศทั้งสองที่คล้ายๆ กันตรงที่อยู่ริมแม่น้ำโขง จุดเด่นของสาขาที่ 2 แห่งนี้ก็คือ เพียงเปิดประตูออกจากห้องพักก็สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขง ทอดยาวไปจนสุดสายตา นับเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่นักท่องเที่ยวต่างหลงรัก

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน ตัวบ้านเป็นสีเหลือง แต่ด้านในทาด้วยสีเขียว บรรยากาศภายนอกมีต้นไม้ล้อมรอบ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้เลื้อย โซนทานอาหารด้านในเป็นเก้าอี้ไม้ ด้านนอกต่อเติมให้เป็นโซนทานอาหารแบบเอาท์ดอร์ ด้วยโต๊ะหินอ่อนหลังคามุงจาก เมนูอาหารส่วนใหญ่เป็นเมนูจากปลาน้ำโขง อาทิ ปลาช่อนน้ำตก, ปลาลุยสวน และเมนูอื่นๆ อย่าง หมึกสดไข่เค็ม และส้มตำทอด

ดูทั้งหมด