พนมไพร : มหาอำนาจแห่งบั้งไฟหาง

พนมไพร : มหาอำนาจแห่งบั้งไฟหาง
งานบั้งไฟยิ่งใหญ่ทั้งสามงานอันได้แก่ 1.บั้งไฟยโสธร 2.บั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้า กาฬสินธุ์ และ 3. บั้งไฟพนมไพร ที่เพิ่งจบไปเมื่อขึ้น 1 ค่ำเดือน 7 หรือวันที่ 10 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา แม้จะดูว่าเป็นงานบั้งไฟเพื่อการบูชาพญาแถนตามฮีต 12 คลอง 14 เช่นเดียวกัน แต่เมื่อลงลึกลงไปในรายละเอียดแล้ว แต่ละถิ่นต่างมีความโดดเด่นในความเป็นตัวตนกันไปคนละทาง

บั้งไฟยโสธรเป็นบั้งไฟที่ “ชิงความได้เปรียบทางด้านการตลาด” ของงานชนิดนี้ไปก่อนใครเพราะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือน 6 จุดเด่นของบั้งไฟยโสธรก็คือขบวนแห่ ขบวนแห่บั้งไฟของยโสธรถือได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในขบวนแห่จริงๆ เพราะมีทั้งผู้อาวุโสและเยาวชนจากอำเภอต่างๆมาร่วมด้วยมากมาย ข้อดีของการได้ผู้อาวุโสมาร่วมงานคือการเติมชีวิตชีวาให้กับพวกท่านเหล่านั้นไม่ให้เหงา เพิ่มความแข็งแรงและสนุกสนานได้ดี ส่วนการได้เยาวชนเข้ามา ถือว่าได้ช่วยให้การ “สืบสาน” “เอกลักษณ์ท้องถิ่น” ให้อยู่ไปนานๆนั่นเอง 

มรรควิธีดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้า “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ไม่เห็นความสำคัญและลงไม้ลงมือด้วยตัวเอง งานบั้งไฟดังกล่าวจึงต้องให้ค่าของผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรไป ถ้า..ไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองอะไรเสียก่อน คนนี้น่าจะเป็นดาวเด่นของมหาดไทยทีเดียว


บั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้าแห่งเมือกาฬสินธุ์ ถือได้ว่าเป็นบั้งไฟที่ถือได้ว่า “มันส์ที่สุด” “สะใจที่สุด” ที่ว่ามันส์ที่สุด สะใจที่สุด ก็เพราะช่วงเวลาบั้งไฟแต่ละลูกที่ขึ้นไปนั้น มันได้ปลดปล่อยพลังของดินปืนที่ติดไฟออกมาจากช่องของแกนทั้ง 4 ที่ถูกเจาะเสียงฟึ่บบๆๆๆๆๆๆๆหนักๆดังไปทั่วท้องทุ่ง ก้อนควันสีขาวม้วนขึ้นแบบระเบิดปรมาณูก่อนที่จะเห็นบั้งไฟทะยานนั้น..เร้าใจคนดูที่ลุ้นอยู่เป็นพันเป็นหมื่นคนได้สุดยอดจริงๆ!


ไม่มีนักเขียนคนไหนที่จะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกความระทึกในหัวใจของการขึ้นของบั้งไฟนี้ได้ดีได้เลย มีแต่ภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงเท่านั้นที่ถ่ายทอดอารมณ์ของบั้งไฟตะไลได้ใกล้เคียงที่สุด
หลายคนบอกว่ากลัวๆแต่ก็ทนดูกันจนจบ เพราะมันทำให้ทำให้เลือดสูบฉีดได้สุดยอดจริงๆ โดยเฉพาะที่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆกับลานจุด
ในจำนวนบั้งไฟทั้งหลาย บั้งไฟตะไลเป็นบั้งไฟที่มี “ช่างภาพ” ที่ชอบ “ความท้าทาย” ไปร่วมประลองฝีมือมากมาย งานบั้งไฟตะไลกุดหว้า..เป็นงานบั้งไฟที่องค์กรท้องถิ่นเล่นกับ สสส. ในการที่จะทำให้งานเป็นงานที่ปลอดแอลกอฮอล์ ซึ่งก็ทำได้ดีระดับหนึ่ง หลายคนก็ดื่มเหล้ากันแบบปิดลับและไม่มีเหล้าขายในงาน..ที่สำคัญคือ.ไม่มีการตีกันหรือขัดแย้งกันให้เห็นเลย ทุกคนสนุกสนานกันแบบสไตล์อีสานจริงๆ การลากเพื่อนลากฝูงมาลงโคลน (ซึ่งปีนี้มากเป็นพิเศษเพราะแอ่งน้ำในนามาก) เป็นอัตลักษณ์ที่สนุกสนานของที่นี่จริงๆ ถ้ามีโอกาส..ปีหน้า..ผมก็จะไปอีก!
งานบั้งไฟหางที่ใหญ่ที่สุดก็คงไม่มีที่ไหนในแผ่นดินนี้เทียบได้กับบั้งไฟพนมไพร แห่งเมืองร้อยเอ็ด!
ผู้เขียนเคยมางานนี้เมื่อหลายสิบปีก่อน..ครั้งกระโน้นยิ่งใหญ่อย่างไร..วันนี้ก็ยิ่งใหญ่อย่างนั้น แต่ละงานบั้งไฟจะเว้นการพนันไม่ได้ก็จริง..แต่จากการไปดูมาหลายต่อหลายครั้ง..ผมก็ยืนยันว่า..ถ้าเทียบกับสมัยที่ผมไปดูเมื่อหลายสิบปีก่อน พ.ศ.นี้..การพนันลดน้อยลงไปมากมายแทบจะเรียกได้ว่าน้อยจนน้อยที่สุดจริงๆ ประเภทจ่ายเงินกันเห็นๆแทบจะไม่มีเลยเมื่อเทียบกับยุคก่อน ส่วนเรื่องเหล้ายาแอลกอฮอล์นั้นแม้จะมีขาย แต่ก็ไม่ได้ทำให้งานเสียหายแต่อย่างใด
บั้งไฟพนมไพรที่ยิงหรือเตรียมการยิงขึ้นฟ้า มีจำนวนบั้งไฟมากที่สุดกว่าทุกงานของบั้งไฟอีสาน ปีนี้ยิงกันไปพันกว่าบั้ง (มากสุดคือบั้งไฟหมื่น) 
การมีบั้งไฟที่ยิงขึ้นฟ้ามากที่สุด (อดีตตั้งแต่ตีห้าจรดค่ำ) จึงมีคนมางานนี้มากที่สุดกว่าจำนวนงานบั้งไฟทุกๆงานในแผ่นดินอีสาน ไปหลายครั้งแล้วก็เห็นกับตาว่า..มากันเป็นหมื่นๆ จากทุกจังหวัดจริงๆ
หลายคนสงสัยว่า..ทำไมบั้งไฟพนมไพรจึงมีจำนวนบั้งไฟมาก มีคนมาร่วมงานมาก มากจนถือได้ว่า..
มหาอำนาจแห่งบั้งๆไฟของอีสานนั้น..อยู่ที่พนมไพรจริงๆ!

ที่บั้งไฟพนมไพรมากท่านผู้อ่านเชื่อไหมว่า..นอกจากจะเป็นการทำตามฮีต 12 คลอง 14 แล้ว มันมาจากการบนบานศาลกล่าวจริงๆ เพราะที่วัดกลางอุดมเวทย์ซึ่งเป็นวัดหลักของอำเภอพนมไพร (ที่มีพระเจดีย์โบราณสมัยทวารวดีที่ถูกครอบด้วยเจดีย์แบบลาว เจดีย์แบบอีสาน แบบที่ครอบเอาไว้ที่วัดพระธาตุเชิงชุม เมืองสกลนคร) นั้น เป็นที่ “บน” และที่ “แก้บน” กันด้วยบั้งไฟเท่านั้น
ทุกวันจะมีคนเวียนกันมา “บน” และมาแก้บนกันก็ช่วงวันที่ 15 เดือน 7 เท่านั้น ดังนั้นช่วงเวลาดังกล่าวจึงมีจำนวนบั้งไฟในงานนี้มากถึงมากที่สุดในภูมิภาค ปกติของทุกๆปี ที่ไม่ถูกจำกัดด้วยข้อห้ามตามมาตรา 44 ที่มีอยู่ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เขายิงกันตั้งแต่เช้ามืดก่อนตี 5 ไปจน 17.00 ใกล้มืดค่ำทีเดียว
บั้งไฟล้าน บั้งไฟแสนก็เป็นร้อยแล้ว บั้งไฟหมื่นอีกมากกว่านั้นหลายเท่า รวมแล้วก็พันกว่าบั้งทุกปี 
ไม่เช่นนั้นจะมีแท่นยิงบั้งไฟใหญ่ 5 บั้ง แท่นบั้งไฟเล็ก (ที่ทำด้วยไม้ไผ่แบบไม่ถาวร) อีกจำนวนมากมายได้อย่างไร?

มียกเว้นก็หลังจากเจอ ม.44 เข้าไปช่วง 3 ปีนี้แหละที่ถูกจำกัดด้วยเวลา 08.00-16.00 แต่ก็ต้องยิงบั้งไฟที่ “บน” เอาไว้ให้หมดอยู่ดี ส่วนเรื่องว่าใครบนอะไร ได้รับผลสำเร็จแค่ไหน ผมคงไม่ก้าวล่วง
เปรียบเทียบให้เห็นความต่างกันอย่างนี้..และบั้งไฟก็ยังยิงกันไม่จบนะครับ มันยังอยู่กันอีกเป็นเดือน แต่มีในส่วนตำบล หมู่บ้านและอำเภอ แต่ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับพนมไพร!

ผู้ชม: 61

แสดงความคิดเห็น