ต่อยอดงานผีตาโขน

ต่อยอดงานผีตาโขน
ไปงานผีตาโขนมาตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน เห็นการพัฒนาการของงานมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ยังเป็นเรื่องของประเพณีมาจนเป็นงานประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวสอดคล้องกับพัฒนาการของยุคทุนนิยม ณ เวลาปัจจุบัน
แต่ก่อนคิดแบบวัยรุ่นไร้เดียงสา ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการเมือง ผมก็จะแอนตี้ใครหรือหน่วยงานใดก็ตามที่เอาวัฒนธรรมประเพณีมาหากิน แต่พอมาเรียนรู้การเมือง เรียนรู้วิวัฒนาการของสังคมและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม จึงมองเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดา
เรื่องวัฒนธรรม Sufficiency Economy ของยุคกลางเอามาขายในยุคทุนนิยมนี้ไม่ใช่มีแต่เพียงในบ้านเรา ทุก ๆแห่งในโลกรูปแบบก็เป็นไปเช่นนี้ ต่างที่ว่าโลกของ Sufficiency Economy Mind หรือจิตวิญญาณของความเป็น Sufficiency จะต่างกับ Mind ของยุคทุนนิยมหรือยุค Capitalist  

ยุค Sufficiency Economy ไม่มีการค้า ใครทำมากหรือน้อยก็กินแค่อิ่ม นอกนั้นก็แจกแลกกันไปด้วยใจที่แบ่งปัน แต่พอมาถึงในยุค Capitalist หรือยุคทุนนิยม มีการซื้อการขาย จิตใจแบบ Sufficiency Economy ของระบบสังคมก็จะหายไป จะหลงเหลืออยู่ก็แต่บางปัจเจกชนเท่านั้น สรุปแล้วก็คือใครที่ไปดูงานผีตาโขนในวันนี้ก็คือไปดูผีตาโขนในยุคทุนนิยม ไม่ใช่ผีตาโขนในยุค Sufficiency Economy
ไปดูแล้วเป็นไง? ก็ต้องบอกว่า..พัฒนาการของผีตาโขนโดยเฉพาะสีสันของหน้ากากและการแต่งกายของบรรดาผีใหญ่ผีน้อยที่มาร่วมงาน “ดีขึ้น” เข้าใจว่ามีศิลปินจากภายนอกที่มีฝีมือเข้าไปร่วมแจมมากขึ้นนั่นเอง ผมเสียดายที่ไปงานนี้ช้าไปหน่อย ไม่เช่นนั้นจะแวะไปคุยกับบรรดาศิลปินค่ายต่าง ๆ ที่มาทำกิจกรรมผีตาโขนร่วมเหล่านี้
หน้าผีตาโขนยุคใหม่สีไม่แปร๋นหรือเขียนโดยศิลปินพื้นบ้านแบบแต่ก่อนแล้วนะครับ มีการใช้สีที่ดีขึ้นมีโทน มีโมโนโทน ดูคลาสสิคแบบโมเดิร์น ๆ มากขึ้น
อาจจะเรียกว่ามันเป็นหน้ากากผีตาโขนยุค 4.0 ก็ได้ เพราะไม่ได้เป็นการผลิต “เพื่อทิ้ง” หรือ “เพื่อแจก” แต่เป็นการผลิต “เพื่อขาย” ขายโดยการต่อยอดจากของเดิม เป็นการทำของที่ไม่มี Value ทางเศรษฐกิจให้มี Value ทางเศรษฐกิจขึ้น!
สภาพดังกล่าวจึงไม่ต่างอะไรกับการต่อยอดลายผ้าอีสานดั้งเดิมให้ “ทันสมัย” มีการตัดเย็บด้วยเครื่องจักรสมัยใหม่ให้ดูดีมีสกุลสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศนั่นเอง
งานนี้มีเด็กและวัยรุ่นมาร่วมงานมากเป็นพิเศษ อาจจะถูกเกณฑ์มาจากทางโรงเรียนที่ได้รับคำสั่งมาจากนายอำเภอก็ได้ แต่ต้องเข้าใจว่าการเกณฑ์แบบนี้ไม่ใช่เป็นการเกณฑ์แบบให้ไปยืนตากแดดต้อนรับนายนะครับ เกณฑ์แบบมีกิจกรรมสนุกสนาน เกณฑ์แบบให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมกับการเต้นรำไปตามจังหวะดนตรีสอดคล้องกับวัยของเขาแบบนี้ เด็กชอบครับ!
ชอบที่ได้ออกอาการเต้น ชอบที่ได้สนุกสนานกับเพื่อนฝูงและผู้ใหญ่อย่างเสมอภาค
การให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเซลฟี่กับผีตาโขนสอดคล้องกับอัตวิสัยของนักท่องเที่ยวที่ต้องการโชว์ตัวตนในโซเชียลมีเดีย สอดคล้องกับอัตวิสัยของเยาวชนผีตาโขนที่ต้องการการยอมรับ สอดคล้องกับภาวะวิสัยหรือความเป็นจริงของยุค

ทำให้ทุกคนชื่นมื่นในท่ามกลางจังหวะเร้าอารมณ์ของดนตรีอีสาน!
ฝรั่ง ญี่ปุ่น จีนก็มางานนี้ สนุกและพกพาความชื่นมื่นกลับไปเล่าขานพร้อมกับคลิปที่สนุกสนาน
คนพวกนี้แหละคือสะพานการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปีต่อๆไป
โซเชี่ยลมีเดียถ้าฝ่ายขายการท่องเที่ยวเล่นเป็น...ไม่ต้องจ้างใครมาโฆษณาให้ก็ได้..เพราะการ Paticipate ในงานของนักท่องเที่ยวคือการช่วยเราโฆษณาทางอ้อมนั่นเอง จะให้ชาติไหนมาเที่ยวก็ให้คนในชาตินั้นๆถ่ายคลิปเอาไปเผยแพร่กันเอง คนในชาติไหนๆเขาก็เชื่อคนในชาตินั้น ๆ กันเองอยู่แล้ว
ปีหน้า ททท. ไม่ต้องเหนื่อยกับการควานหานักท่องเที่ยวไทยหรอกครับ ปีนี้คนไทยเข้าไปร่วมงานผีตาโขนกันมาก ส่งคลิปส่งภาพให้เพื่อนฝูงให้ญาติพี่น้องกันเต็มบ้านเต็มเมืองไป ถ้าจะกระตุ้นก็ให้โซเชียลมีเดียไปปลุกกระแสก่อนงานสักอาทิตย์สองอาทิตย์ ขี้คร้านคนด่านซ้ายจะรับแขกไม่ไหว
ว่าแต่ว่าคนด่านซ้ายเตรียมตัวเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” “ให้ดี” ทั้งในเรื่องอาหาร ที่พักและความเอื้ออาทรต่อแขกผู้มาเยือน
การที่ให้เยาวชนมามีส่วนในงานถือได้ว่านี่การฝังชิพความเป็นคนด่านซ้ายให้กับพวกเขา ทำให้เยาวชนเหล่านั้นมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น หวงแหนในวัฒนธรรมที่กินได้ของพวกเขาเอาไว้นานเท่านาน 
ถ้าผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนี้ ผมจะให้มีการบูรณาการการเรียนการสอนศิลปะการวาดภาพ การเต้น การเป็นเจ้าบ้านที่ดีหรืออื่นใดที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ให้กับเด็กและเยาวชนในโรงเรียนแถบนั้นให้หมด  


คราวนี้ดีใจมากนะครับที่ได้เห็น “อาหารถิ่น” สารพัดอาหารที่ทำด้วยหน่อไม้ในท้องถิ่น น้ำผักสะทอน มาปลุกปั้นให้เป็นอาหารที่ทุกคนที่ไปด่านซ้ายต้องกินมาโชว์นะครับ เสียดายที่การจัดสรรที่จัดงานอาหารเล็กไปหน่อย

มีข้อตำหนิงานนี้นิดเดียวก็คือ..การบริหารจัดการจราจร! ห่วยปีที่แล้วอย่างไร..ห่วยปีนี้ก็อย่างนั้น
ผู้ที่เกี่ยวข้องของจังหวัดต้องแก้ไขนะครับ อย่าลืมว่า....งานผีตาโขนเป็นงานระดับชาติไปแล้วนะครับ ไม่ใช่งานระดับท้องถิ่นอีกต่อไปแล้ว ปีนี้รถติดแค่นี้ ปีหน้าจะติดมากขึ้นอีกหลายเท่า ต่างชาติก็จะมามากขึ้นทั้งจีน ทั้งญี่ปุ่น ทั้งฝรั่ง ภาษาเราพร้อมหรือยัง รสชาติอาหารที่สอดคล้องกับลิ้นของแขกทำได้หรือเปล่า
วันนี้เมืองด่านซ้ายมีร้านอาหารดีขึ้นเยอะนะครับ อำเภออื่นก็ดีขึ้นเช่นกัน แต่ถามว่ามันพอรับแขกที่จะมีในหน้าหนาวที่จะถึงนี้หรือยัง? ผีตาโขนมีในหน้าฝน ทำไมเราไม่ขายสินค้าความเป็นหน้าฝนพ่วงกับผีตาโขนไปด้วย ในเมื่อนักท่องเที่ยวตั้งใจมาแล้ว ทำไมเราไม่เอาสินค้าด้านการตลาดแหล่งอื่น ๆ พ่วงเข้าไปด้วย ทะเลหมอกที่มีแทบจะทุกอำเภอทำไมไม่เอามาขาย แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตร เช่น ไร่ข้าวโพดตักหงาย ไร่แก้วมังกร สวนเกษตรอินทรีย์ สับปะรดไร่ม่วงที่อร่อยติดอันดับชาติ สวนดอกไม้ที่ภูเรือ อุทยานแห่งชาติสวยงามที่ภูหลวง ภูเรือ ภูกระดึงที่งามมากในหน้าฝน ขายได้ไหม เมืองชายโขงขายได้ไหม? นี่เป็นการกระจายนักท่องเที่ยวไม่ให้กระจุกอยู่แต่ด่านซ้าย การกระจายนักท่องเที่ยวคือการกระจายรายได้ไปทั้งจังหวัด

อ่าว..ผีตาโขนพามาถึงเรื่องนี้ได้อย่างไร!
อย่าถือคนบ้า..อย่าว่าคนแก่นะครับ อิอิ!


ผู้ชม: 173

แสดงความคิดเห็น