ท่องเที่ยวโคราชเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

ท่องเที่ยวโคราชเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
นครราชสีมาหรือโคราชของแผ่นดินที่ราบสูง กลายเป็นจังหวัดที่ถูกหวยโดยไม่ต้องซื้อ ด้วยเพราะความเป็นหน้าด่านหรือประตูของอีสาน จึงทำให้เส้นทางคมนาคมไปสู่อีสาน ลาวและเขมรตอนใต้รวมทั้งจีน ถูกบังคับสภาพให้มากองรวมกันตรงนี้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางรถลอยฟ้า เส้นทางรถไฟความเร็วสูงหรือแม้กระทั่งเครื่องบินระยะสั้น ๆ จาก กทม.หรือจากภาคอื่นก็ตาม ขอนแก่นที่ว่าเป็นศูนย์กลางของอีสานก็ยังสู้โพสิชั่นของโคราชไม่ได้
โคราชนั้นมีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล จะเรียกว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่สุดของประเทศก็ไม่ผิด เพราะอุบลราชธานีถูกแบ่งพื้นที่ไปเป็นยโสธร อำนาจเจริญแล้ว (และมีแนวโน้มว่าอาจจะถูกแบ่งอีก) ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ก็ไม่ใหญ่เท่านี้ 
ด้วยเหตุว่าเป็นพื้นที่ใหญ่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมชนเผ่า เป็นดินแดนยุคล้าน ๆ ปี (มีต้นไม้กลายเป็นหินและซากฟอสซิลให้เห็นมากมาย) เป็นดินแดนยุคก่อนประวัติศาสตร์ (ขุดค้นเจอโครงกระดูก 2,500-3,000 ปี) ยุคประวัติศาสตร์ สมัยทวาราวดี สมัยขอม อยุธยา รัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตผลการเกษตรแปลงใหญ่ (ผลไม้ปากช่องและที่อื่น ๆ เพียบ) มีเทือกเขาใหญ่เป็นมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีสัตว์มากมายจนล้นมาให้ดูได้สบาย มีแหล่งท่องเที่ยวแบบแมนเมด มีอาหารอีสานอร่อย ทั้งยังเป็นแหล่งเลี้ยงโคเนื้อ โคนม จนต้องจัดงานท่องเที่ยวสอดคล้องกับวิถีการผลิตได้ทั้งปี เป็นสถานการศึกษาหลายแห่ง เป็นที่ตั้งของหน่วยทหารคือกองทัพภาค เป็นโรงงานอุตสาหกรรมของทุนผูกขาดใหญ่ไทยและอื่น ๆ เงินจึงไหลเข้าโคราชเหมือนเลือดทุกเส้นไหลเข้าหัวใจนั่นเอง เรียกว่าคนเมืองนี้ (และคนที่อาศัยเมืองนี้หากิน) อยู่กันสบาย ๆ!
บุญศูนย์กลางการคมนาคมอีสานที่หล่นทับโคราชในเวลาอีกไม่นาน จะเปลี่ยนโฉมโคราชในวันนี้อย่างสิ้นเชิง เพราะการคมนาคมคือเศรษฐกิจ แต่เศรษฐกิจประเทศเสรีนิยมที่มีทุนผูกขาดเป็นใหญ่อย่างไทย เราก็ต้องถามว่าเป็นเศรษฐกิจของใคร? ของประชาชนทุกคนหรือของนายทุน?
ท่านผู้อ่านคงรู้จัก “เกาะลังกาวี” กับ “เขตเศรษฐกิจพิเศษเสินเจิ้น” ของจีนกันใช่ไหม?
เสินเจิ้นเกิดก่อนลังกาวี ลังกาวีเลียนแบบเอามาจากเสินเจิ้น อพท.ไทยเลียนแบบลังกาวี (คุณทักษิณก็บินไปหามหาเธ่ย์บ่อย ๆ) คุณทักษิณเอา “ลังกาวีโมเดล” มาใช้ในไทยเริ่มที่ “เกาะช้าง”เป็นแห่งแรกและต่อ ๆ มาก็ขยายไปทำที่อื่น ๆ  โดยคนทำก็ไม่เข้าใจลังกาวีโมเดลว่าเขาทำเพื่อจุดประสงค์ใดและทำอย่างไร..ราษฎรบนเกาะลังกาวีจึงไม่เสียที่ดินไปในขณะเดียวกันก็มีรายได้และได้เรียนรู้การบริหารจัดการธุรกิจไปพร้อม ๆ กัน


หลังจากเหมาเจ๋อตงเสียชีวิตไป ระบอบคอมมิวนิสต์ซ้ายไร้เดียงสาก็ล่มสลายไปด้วย เติ้งเสี่ยวผิงก็ประกาศนโยบายสี่ทันสมัย แมวขาว แมวดำขอให้จับหูได้ก็โอเค เติ้งเปิดเศรษฐกิจพิเศษเสินเจิ้นพื้นที่ไม่มีราคาขึ้นมาเพื่อให้ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น มาใช้พื้นที่โดยมีแรงงานจีนราคาถูก (สมัยโน้น) เป็นพาร์ทเนอร์กับทุนและเทคโนโลยีจากตะวันตก แรก ๆพวกญี่ปุ่น ตะวันตกก็ไม่มาเพราะรังเกียจความเป็นคอมมิวนิสต์จีน จีนก็วิ่งเข้าหาจีนโพ้นทะเลจากอาเซียนและประเทศอื่น ๆ เข้าไปลงทุน (จีนใช้วัฒนธรรมจีนเป็นเครื่องมือในการเข้าหา จีนจึงให้มีทูตทางวัฒนธรรมในทุก ๆ สถานทูต) เมื่อจีนโพ้นทะเลเข้าไปได้กำไรก็ทำให้ยุโรปทนไม่ได้ เข้าไปลงทุนด้วย จีนใช้มาตรการผู้จัดการต่างประเทศ 1 คนต้องมีผู้จัดการจีน 1 คนเข้าไปเรียนรู้การบริหารจัดการ คนจีนที่ไปประกบ ไปเรียนรู้เทคโนโลยีตะวันตกที่สั่งสมมานานนั่นแหละที่ไปก็อปเอาเทคโนโลยีเขามาพัฒนาประเทศ สามารถผลิตสินค้าราคาถูกไปถล่มตะวันตกในเวลานี้นั่นแหละ 


ประเด็นสำคัญคือตะวันตกเอาเทคโนโลยีมาแลกกับกำไรโดยที่จีนไม่เสียแผ่นดินแม้ตารางนิ้วเดียว เพราะแผ่นดินจีนทั้งแผ่นดินเป็นของรัฐบาลจีน! หันมาดูเทมาเส็กกันบ้าง! มหาเธ่ย์เอาเงินภาษีราษฎรมาเลเซียมาลงทุน “อัพ” ลังกาวี ดินแดนที่ล้าหลังที่สุดของมาเลเซีย มาเลเซียใช้ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม ใครมือยาวสาวได้สาวเอา ถ้าเอาภาษีราษฎรมาสร้างสวรรค์วิมานลังกาวี ถ้าขืนให้มีการลงทุนโดยพวกมือยาวหรือพวกทุนผูกขาดมาเลย์ ราษฎรยากจนลังกาวีก็ต้องขายที่ดินกินจนหมดตัว มหาเธ่ย์จึงตั้งองค์กรที่เรียกว่า “องค์กรลาด้า” ขึ้น องค์กรนี้ประกอบไปด้วยคนท้องถิ่นรักบ้านเกิดและเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง โดยมีหน้าที่คอยดูแลไม่ให้มีคนลังกาวีการขายที่ดินให้กับนายทุน พอสร้างระบบสาธารณูปโภคอัพให้แล้ว นายทุนคนใดจะมาลงทุนก็ให้หิ้วเงินมาเป็น “พาร์ทเน่อร์” หรือหุ้นส่วนกับ “ที่ดิน” ของคนลังกาวี เป็นหุ้นส่วนในการบริหารจัดการยุคใหม่ด้วยแบบเดียวกับที่จีนทำกับบริษัทยุโรป
รัฐบาลสร้างที่ท่องเที่ยวแมนเมดเต็มที่ โรงแรมต่าง ๆ ก็มาลงทุนด้วยสิทธิพิเศษ หลังจากนั้นก็โปรโมทลังกาวีเต็มที่ (ทัวร์ไทยก็ได้รับสิทธิพิเศษด้วย) ช่วงนั้นคนไทยหวั่นไหวลังกาวีกันใหญ่แต่ลังกาวีก็บอกว่าเขาไม่ได้มาเป็นคู่แข่งกับภูเก็ตไทยนะ..ทำให้ความตื่นตระหนกไทยลดน้อยลงแถมไปเที่ยวซื้อสินค้าดิวตี้ฟรีกันยกใหญ่ 

ผลของลังกาวีโมเดลของมหาเธ่ย์คือ 
1.ชาวบ้านยากจนลังกาวีไม่สูญเสียที่ดินให้กับนายทุน เพราะองค์การลาด้าของมหาเธ่ย์ปกป้องเอาไว้ด้วยกฎหมายพิเศษเฉพาะพื้นที่
2.ชาวบ้านยากจนได้ปันผลจากการเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทที่มาลงทุน
3.ชาวบ้านยากจนได้อัพเกรดตัวเองจากการเรียนรู้การบริหารจัดการธุรกิจสมัยใหม่
การกระทำดังกล่าวส่งผลดีทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อมาเลย์ก็คือ ทำให้ช่องว่างระหว่างชนชั้นและรายได้ของประชากรไม่ห่างกันมาก ส่งผลทำให้การกดขี่ระหว่างชนชั้นและการกดขี่อันเกิดจากความต่างของรายได้ลดน้อยลง สงครามระหว่างชนชั้น สงครามประชาชนก็ไม่เกิดขึ้น ที่นี้หันมาดูโคราชโมเดล (ซึ่งผมสมมุติชื่อขึ้นมาเอง) กันบ้าง


จากการพูดคุยกับประธานหอการค้าหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาเมื่อครั้งไปเยือนงานโคราชลดทั่วเมืองเลยได้มีโอกาสสนทนากับคุณชัชวาล วงจร ประธานหอฯ กับคุณมารุต ชุ่มขุนทด เจ้าของและผู้จัดการหนุ่มร้าน Class coffee ผมก็แสดงความห่วงใยและฝากการบ้านให้ไปคิดเล็กน้อย (แต่ส่งผลถึงคนโคราชและอื่น ๆ มากมาย) ว่า 

1. มีการเตรียมการอย่างไรที่จะไม่ให้คนโคราชสูญเสียที่ดินไปจากการพัฒนาการคมนาคมในครั้งนี้ เพราะอย่างไรทุนใหญ่ย่อมกินทุนเล็กเสมอ
2. พ่อค้าผู้ประกอบการโคราชย่อมยินดีปรีดากับถนนหนทางและความเจริญที่จะเข้ามาพร้อมกับถนน..แต่..อย่า และการบริหารจัดการต่ำรวมอยู่ด้วย ทำอย่างไรที่จะไม่ทำให้คนจำนวนมากเหล่านี้ “ตกขบวน” “รถไฟความเร็วสูง” ต้องนั่งมองคนรวยนั่งรถข้ามหัวผ่านไปผ่านมาแบบตาละห้อย ทั้ง ๆ ที่พวกเขาคือเจ้าของที่ดินที่แท้จริงของโคราช
อย่าลืมว่าคนรวยจะมีบ้านทองคำที่ล้อมรอบด้วยสลัมยังไงก็อยู่ไม่เป็นสุข การอัพทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อจะได้ไม่ให้มีใครตกขบวน เพราะจะไปทำให้ขบวนของการพัฒนามีการฉุดรั้งกันเองภายใน 
3. โคราชมีการเตรียมการวางผังเมือง ผังการจราจรอย่างไร กับการคมนาคมและความเจริญที่กำลังจะมาถึง และที่สำคัญคือ..อย่าลืมว่า..การพัฒนาเมืองของโคราชนั้นเป็นเหตุให้น้ำท่วมขังแบบเดียวกับกรุงเทพฯมาแล้ว
4. มีการเตรียมคนเพื่อรองรับการพัฒนาเมืองหลักของอีสานตรงนี้อย่างไร เพราะคนคือทรัพยากรของอนาคต
5. มีการเตรียมการรองรับขยะในอนาคตอย่างไร เพราะขยะก็คือปัญหาของเมืองใหญ่ ปัญหาของการท่องเที่ยว
6. จะเตรียมการท่องเที่ยวเพื่อรองรับการพัฒนานี้อย่างไร
นี่เป็นเพียงข้อกังวลที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของโคราช ซึ่งท่านทั้งสองรวมทั้ง ผอ.ททท. โคราชก็ได้ร่วมนั่งคุยกันในวงนี้ด้วย

ผู้ชม: 128

แสดงความคิดเห็น

เที่ยว พัก กิน ถิ่นอีสาน

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านเลยดานัง เป็นร้านอาหารเวียดนามที่เปิดคู่กับจังหวัดเลยมานานหลายปี สาขาที่ 2 บรรยากาศภายในร้านยังคงตกแต่งแบบเรียบง่าย มีกลิ่นอายเวียดนาม เน้นการบริการแบบเป็นกันเอง บริการอาหารเวียดนามต้นตำรับ มีทั้ง แหนมเนือง, กุ้งพันอ้อย, บั่นหอย, เปาะเปี๊ยะสด, เปาะเปี๊ยะทอด และเพิ่มเมนูพิเศษเอาใจลูกค้าอย่างเมนู ส้มตำ แกงเห็ด เพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้ามากขึ้น เหมาะกับการทานอาหารกับกลุ่มพื่อน คนรู้ใจ หรือมาทานกับครอบครัว

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

ใดเฮงบูติคโฮเต็ล เปิดให้บริการอยู่ถนนชายโขง ที่ตั้งโรงแรมอยู่ไม่ไกลกันมาก ซึ่งสไตล์การตกแต่งคงคอนเซ็ปต์ของโรงแรมใดเฮงเอาไว้ บรรยากาศทั้งสองที่คล้ายๆ กันตรงที่อยู่ริมแม่น้ำโขง จุดเด่นของสาขาที่ 2 แห่งนี้ก็คือ เพียงเปิดประตูออกจากห้องพักก็สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขง ทอดยาวไปจนสุดสายตา นับเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่นักท่องเที่ยวต่างหลงรัก

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน ตัวบ้านเป็นสีเหลือง แต่ด้านในทาด้วยสีเขียว บรรยากาศภายนอกมีต้นไม้ล้อมรอบ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้เลื้อย โซนทานอาหารด้านในเป็นเก้าอี้ไม้ ด้านนอกต่อเติมให้เป็นโซนทานอาหารแบบเอาท์ดอร์ ด้วยโต๊ะหินอ่อนหลังคามุงจาก เมนูอาหารส่วนใหญ่เป็นเมนูจากปลาน้ำโขง อาทิ ปลาช่อนน้ำตก, ปลาลุยสวน และเมนูอื่นๆ อย่าง หมึกสดไข่เค็ม และส้มตำทอด

ดูทั้งหมด