ได้เวลา “ห้วยหลวง” และ “กุ้งเดินขบวน”

ได้เวลา “ห้วยหลวง” และ “กุ้งเดินขบวน”
พนมดงรักเป็นรอยต่อของสามประเทศคือลาว เขมร และไทยหรือที่เรียกให้เก๋ไก๋ว่า “สามเหลี่ยมมรกต”
ลำโดมใหญ่เป็นลำน้ำสายเดียวที่ไหลหล่อเลี้ยงเมืองอุบลต่างกับน้ำมูลที่ไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมาและแม่น้ำชีที่ไหลมาจากจังหวัดชัยภูมิก่อนที่ทั้งหมดจะรวมกันไหลงลงลำน้ำโขง

ด้วยน้ำที่ใสสะอาดของลำโดมใหญ่นี่แหละคือแหล่งเพาะพันธุ์ตามธรรมชาติของกุ้งชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “กุ้งก้ามขน” (Macrobrachium dienbienphuense) ซึ่ง “ว่ายทวนน้ำ” ขึ้นไปวางไข่และออกเป็นตัวในภายหลังบนต้นน้ำของลำโดมใหญ่จนเกิดปรากฎการณ์ “กุ้งเดินขบวน” ในบริเวณที่เรียกว่า..แก่งลำดวนซึ่งเป็นพลาญหินทราย (ชื่อได้มาเพราะมีต้นลำดวนหนาแน่น) ในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า “ยอดโดม” บ้านแข้ด่อน ตำบลโมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน (ซึ่งห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปประมาณ 120 ก.ม.หรือห่างจากอำเภอน้ำยืน 16 ก.ม.) นั่นเอง


การว่ายและเดินสวนน้ำของกุ้งเหล่านั้นก็คล้ายๆ กับปลาแซลมอนว่ายขึ้นไปวางไข่บนต้นน้ำนั่นเอง 
มันเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนของทุกปี จะมีมากให้คนเห็นก็ต่อเมื่อมีฝนตกหนักบนเทือกเขาพนมดงรัก ความแรงของน้ำป่าที่ไหลลงมาตามลำโดมใหญ่ทำให้กุ้งว่ายสวนน้ำขึ้นไปไม่ได้ จึงต้องอาศัยเดินไปตามริมตลิ่งก่อนลงไปในน้ำที่ไหลอ่อนกว่า ผู้เขียนเคยไปในช่วงจังหวะพอดีที่มีน้ำไหลแรง เจอกุ้งเดินขบวนนับหมื่นนับแสนตัวเลยทีเดียว (ดูภาพประกอบ) ความลับของธรรมชาติดังกล่าวผู้เขียนยังประทับตาประทับใจมาจนทุกวันนี้ 

ไม่น่าเชื่อว่าสัญชาติญาณชนิดไหนหนอจึงทำให้พวกมันกล้าขึ้นมาวางไข่ ขึ้นมาโดยไม่สนใจว่ามีคนกินกุ้งจำนวนมากคอยส่องไฟจ้องดูพวกมันด้วยความมหัศจรรย์อยู่ในใจ
และก็ไม่ใช่มันเดินกันแต่ในช่วงกลางคืนนะครับ เจ้าหน้าที่ของอุทยานก็เคยเห็นมันเดินบนหินสวนน้ำขึ้นไปในเวลากลางวันด้วยเช่นกัน


ห่างจากจุดกุ้งเดินขบวนไปอีกประมาณ 20 ก.ม.ก็มาถึงบริเวณอุทยานแห่งชาติ “ภูจองนายอย” ที่มีลำโดมใหญ่ไหลผ่านเช่นเดียวกัน ทว่าแผ่นหินทรายที่รองรับลำโดมใหญ่ต่างชั้นความสูงกัน น้ำจากลำโดมใหญ่จึงกลายเป็นน้ำตกที่ใหญ่สุดของอุบลราชธานีขึ้นที่เรียกว่าน้ำตกห้วยหลวงหรือน้ำตกบักเตวนั่นเอง
น้ำตกห้วยหลวงหรือบักเตวนั้นไหลจากแผ่นหินทราย และได้พัดพาทรายที่ถูกน้ำกัดเซาะหินทรายลงมากลายเป็นแอ่งทรายที่เต็มไปด้วยน้ำ น้ำดังกล่าวไม่สูงนักเพราะไหลลงตลอดเวลา บรรดานักท่องเที่ยวทั้งเป็นครอบครัว หมู่คณะนักเรียนนักศึกษาและคู่รักจึงลงมาเล่นน้ำกันมากโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว ส่วนในหน้าแล้งนั้น แม้จะมีน้ำใสแต่ก็มีปริมาณไม่มากนัก จึงมีแต่คนท้องถิ่นเท่านั้นที่ลงมาเล่น
ผมมีโอกาสได้เดินเลียบตลิ่งริมน้ำขึ้นไปในช่วงฤดูฝนนี้ ในป่านอกจากจะมีตะใคร่ มอส สวยงามแล้ว ยังได้เห็นเห็ดป่าขึ้นอยู่มากมายอีกด้วย จะเป็นเห็ดอะไรบ้างผมก็ไม่สันทัดนัก ส่วนเห็ดคล้ายเศียรพระนั้นเจ้าหน้าที่เขาถ่ายเอาไว้นานแล้ว แต่ก็อยู่ในเทือกเขาในถิ่นจังหวัดอุบลนี่เอง


ถ้าท่านผู้อ่านได้มีโอกาสไปเยือนจังหวัดอุบลในฤดูกาลนี้ ผมแนะนำเลยว่า อุบลมีน้ำตกมากมาย มีอุทยานหลายแห่ง มีกุ้งเดินขบวนที่เรายังถอดรหัสไม่ออกมากนักว่า..ทำไมต้องขึ้นมาวางไข่บนถิ่นกำเนิดของมัน กุ้งฝอยหรือกุ้งนาอื่นๆจำเป็นต้องเดินหรือว่ายสวนน้ำมาวางไข่ที่บนต้นน้ำใสหรือไม่ เพราะผมเห็นเขาเพาะเลี้ยงกุ้งเพื่ออาหารจำพวกปลาในตลาดสวนจตุจักรหรือที่อื่นใด เขาก็เพาะเลี้ยงกันในบ่อธรรมดาๆ มากนักก็เอามาทำพล่ากุ่งเต้นไป

ปล.        
1.เนื่องจากพื้นที่กุ้งเดินขบวนเป็นพื้นที่อนุรักษ์ จึงห้ามไปแตะต้องตัวกุ้งหรือจับกุ้งโดยเด็ดขาด
2.กุ้งจะมาให้เราเห็นก็ในช่วงน้ำแรงจัด บังคับสภาพให้กุ้งต้องมาเดินริมฝั่ง และฝั่งน้ำมักจะลื่น ทางที่ดีควรใช้รองเท้ายางราคาไม่กี่บาท เพื่อที่จะถูกน้ำได้และกันลื่นได้ดี (รองเท้าธรรมดาหัวฟาดหรือหกล้มมาเยอะแล้ว) รองเท้ายางนี้สามารถเอาไปใช้เดินริมน้ำตกได้ดีอีกด้วย
3.ควรมีไฟฉายติดตัวไปดูด้วยแต่ไม่ควรแรงจนเกินไป เพราะจะไปรบกวนกุ้ง
4.อย่าคิดว่าไปแล้วจะได้เห็นกุ้งเป็นหมื่นเป็นแสนตัวเดินขบวน (แบบในรูป) เสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับว่า “ต้นน้ำมีน้ำมากและแรงพอที่จะบังคับสภาพให้มันขึ้นมาเดินริมตลิ่งได้หรือไม่ ทางที่ดีควรเช็คสภาวะอากาศก่อนไป
5.ระวังสิ่งของตกน้ำ  
6.ไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางและควรทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
7.ไม่ควรนำอาหารลงไปกินข้างล่าง
8.ไม่ควรส่งเสียงดังในเขตดังกล่าว เพราะจะไปรบกวนคนอื่น

สำหรับท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ เที่ยวอีสาน.com มีของที่ระลึกมอบให้กับทุกท่านค่ะ เพียงแค่ส่งข้อความมาหาเราทาง inbox ของ Fanpage Facebook ที่ www.facebook.com/go2isan/inbox แล้วพิมพ์บอกเราว่า “โลกสีฟ้า ได้เวลา ห้วยหลวง และ กุ้งเดินขบวน” แค่นี้ก็ได้รับของที่ระลึกจากเราไปแบบง่ายๆ รอรับสบายๆ อยู่ที่บ้านได้เลยค่ะ ร่วมสนุกกับเราได้จนถึง 30 กันยายน 2560 นี้นะคะ

ผู้ชม: 1,280

แสดงความคิดเห็น

เที่ยว พัก กิน ถิ่นอีสาน

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านเลยดานัง เป็นร้านอาหารเวียดนามที่เปิดคู่กับจังหวัดเลยมานานหลายปี สาขาที่ 2 บรรยากาศภายในร้านยังคงตกแต่งแบบเรียบง่าย มีกลิ่นอายเวียดนาม เน้นการบริการแบบเป็นกันเอง บริการอาหารเวียดนามต้นตำรับ มีทั้ง แหนมเนือง, กุ้งพันอ้อย, บั่นหอย, เปาะเปี๊ยะสด, เปาะเปี๊ยะทอด และเพิ่มเมนูพิเศษเอาใจลูกค้าอย่างเมนู ส้มตำ แกงเห็ด เพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้ามากขึ้น เหมาะกับการทานอาหารกับกลุ่มพื่อน คนรู้ใจ หรือมาทานกับครอบครัว

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

ใดเฮงบูติคโฮเต็ล เปิดให้บริการอยู่ถนนชายโขง ที่ตั้งโรงแรมอยู่ไม่ไกลกันมาก ซึ่งสไตล์การตกแต่งคงคอนเซ็ปต์ของโรงแรมใดเฮงเอาไว้ บรรยากาศทั้งสองที่คล้ายๆ กันตรงที่อยู่ริมแม่น้ำโขง จุดเด่นของสาขาที่ 2 แห่งนี้ก็คือ เพียงเปิดประตูออกจากห้องพักก็สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขง ทอดยาวไปจนสุดสายตา นับเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่นักท่องเที่ยวต่างหลงรัก

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน ตัวบ้านเป็นสีเหลือง แต่ด้านในทาด้วยสีเขียว บรรยากาศภายนอกมีต้นไม้ล้อมรอบ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้เลื้อย โซนทานอาหารด้านในเป็นเก้าอี้ไม้ ด้านนอกต่อเติมให้เป็นโซนทานอาหารแบบเอาท์ดอร์ ด้วยโต๊ะหินอ่อนหลังคามุงจาก เมนูอาหารส่วนใหญ่เป็นเมนูจากปลาน้ำโขง อาทิ ปลาช่อนน้ำตก, ปลาลุยสวน และเมนูอื่นๆ อย่าง หมึกสดไข่เค็ม และส้มตำทอด

ดูทั้งหมด