แสงสว่างจากโคมตุมกา

แสงสว่างจากโคมตุมกา
การบูชาอะไรตามความเชื่อทางศาสนาด้วย “ไฟ” สมัยก่อนก็ได้แต่ใช้วัตถุธรรมชาติดิบ ๆ มาทำ เช่น คบไฟก็เอาน้ำมันจากต้นไม้มาทำ เมื่อรู้จักขี้ผึ้งก็ใช้เทียน แต่เมื่อเจอลมแรง “ไฟจากวัตถุจากธรรมชาติ” ก็ดับ ต้องแก้ปัญหาด้วยเครื่องบังลม จะด้วยกาบใบไม้บ้างอไรบ้าง ต่อมาก็ทำเป็นโคมด้วยดินเผา กะลามะพร้าวรวมทั้งการใช้ลูกตุมกาที่มีขนาดพอเหมาะ (กว่าการใช้ลูกน้ำเต้าที่ใหญ่) มาแกะทำโคมที่เราเห็นจากการตกค้างมาในยุคก่อน


ส่วนการบูชาไฟที่ใช้กับการแห่เรือไฟหรือที่เรียกว่า “ไหลเรือไฟ” ของนครพนมนั้นเขาใช้ไส้ตะเกียงยาว ๆ ใส่ลงไปใน “ขวด” เครื่องดื่มชูกำลังที่ใส่น้ำมันจุดเดือดต่ำเป็นเชื้อเพลิง มันจะไม่ดับแม้จะมีลมก็ตาม
กะลามะพร้าวก็ดี เปลือกน้ำเต้าก็ดี ตุมกาก็ดี ถ้าได้ช่างศิลปะมีฝีมือมาแกะ มันก็น่าดู คนในยุค 4.0 โหยหาอะไร ๆ ที่เป็นยุค 0.1 ครับ พวก 4.0 มองดูว่าศิลปะยุค 0.1 หรือ 0.0 เป็นศิลปะโบราณที่หาดูได้ยาก ก็เลยตื่นเต้นกันใหญ่เวลาเอาศิลปะยุคก่อน ๆ มาทำโชว์ให้ดู ส่วนจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ต้องพิจารณาเอาตามความจำเป็นและกระป๋าของแต่ละคน


บ้านทุ่งแต้ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของอำเภอเมืองยโสธร เป็นหมู่บ้านที่มีป่าสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานคือมีพื้นที่เป็นร้อย ๆ ไร่ ถือได้ว่าเป็นที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของภาค
ป่าดังกล่าวนอกจากจะมีต้นไม้อีสานแทบทุกชนิดแล้ว ยังมีต้นตุมกาหรือต้นแสลงใจขึ้นอยู่หลายพันหลายหมื่นต้นด้วย ต้นตุมกาเหล่านี้ ใบของมันถือว่าเป็นอาหารชั้นยอดของวัวบ้าน เมื่อเสร็จจากกินหญ้าแล้ว ถ้ามีโอกาสมันก็มักจะมากินใบของต้นตุมกา



จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน วัวตัวใดที่กินใบตุมกา จะทำให้ดีของวัวขมกว่าปรกติ และเมื่อใดที่เขาฆ่าวัวเพื่อเป็นอาหาร เขาจะเอาดีของวัวที่กินใบตุมกาเอามาใส่กับลาบเพี้ย ลาบขมหรือต้มขม ทำให้รสชาติดีกว่าปรกติ



ส่วนลูกตุมกานัยว่าเป็นพิษ เพราะมีไซยาไนต์มาก กินแล้วตาย ก็เลยไม่มีใครกิน ได้แต่ปอกเปลือกออกแคะเมล็ดออกแล้วเอาเปลือกแข็ง ๆ ที่หุ้มเนื้อในของมันเอามาแกะสลักทำโคมอย่างที่เห็น 
กรรมวิธีก็ไม่ต่างอะไรกับโคมไฟมะพร้าว ต่างที่ว่า..ตุมกามันไม่แข็งเหมือนกะลามะพร้าว แถมบางแทบจะโปร่งแสงเสียด้วยเมื่อมีเทียนหรือหลอดไฟไปอยู่ข้างใน หมู่บ้านนี้เขาทำโคมไฟตุมกากันมานาน โดยไม่มีใครจำได้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ส่วนอีกหลาย ๆ หมู่บ้านในอีสานก็เคยทำ..แต่..เลิกทำกันไปหมดแล้ว เพราะไฟฟ้าเข้ามาแทนที่



จังหวัดยโสธรยกระดับงานประเพณีนี้ขึ้นมาให้เป็นงานระดับจังหวัด เพื่อขายความเป็นยโสธรที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นด้วยการจัดงานให้นานวันขึ้นกว่าปรกติคือปีนี้ในระหว่าง 28 กันยายนถึง 5 ตุลาคม 2560 ที่หน้าอำเภอเมืองยโสธร จะมีการเอาโคมไฟตุมกามาห้อยระย้านับหมื่น ๆ ด้วงมาแสดงเพื่อเป็นพุทธบูชา ในงานก็จะมีฟ้อนเพลินใจไฟตุมกาด้วย ขอบอกไว้เลยว่า..ฟ้อนของยโสธรเป็นฟ้อนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน เพราะมีวัยรุ่นมารำมาฟ้อนมาก


วันสุดท้ายของงานนี้คือวันที่ 5 ซึ่งเป็นวันออกพรรษา ก็จะมีพิธีแห่ไฟตุมกากลับไปที่บ้านทุ่งแต้ ตำบลทุ่งแต้ อำเภอเมือง ยโสธรเพื่อประกอบพิธีจุดไฟตุมกาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา


นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวที่เชื่อมโยงงานนี้ได้เช่นที่บ้านสิงห์ท่า ซึ่งเป็นเมืองเก่า ชิมปลาส้มบ้านสิงห์ท่าก็ได้ จะไปโบสต์คาทอลิคที่ทำด้วยไม้ทั้งหลังก็ได้ ดูและซื้อหมอนขิตที่แหล่งทำที่ใหญ่ที่สุดในอีสานที่บ้านศรีฐานก็ได้ ดูพิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอกทีวัดหอก่อง อำเภอมหาชนะชัยก็ได้ จะไปดูรูปปั้นคางคกหรือคักคากในตำนานพญาแถนที่ในเมืองก็ได้

สนใจสอบถามสำนักงาน ททท.อุบลราชธานี ที่เบอร์ 045-243-770 หรือที่เบอร์ 045-250-741 ครับ
ปล.บางแห่งเรียกตุมกาว่า..หมากโฮงแฮง หรือหมากแสลงใจ

สำหรับแฟน ๆ โลกสีฟ้าที่อ่านมาถึงตรงนี้ เที่ยวอีสาน.com มีของที่ระลึกมอบให้กับแฟน ๆ ทุกท่านค่ะ เพียงแค่ส่งข้อความมาหาเราทาง inbox ของ Fanpage Facebook ที่ www.facebook.com/go2isan/inbox แล้วพิมพ์บอกเราว่า “โลกสีฟ้า พุทธบูชาด้วยไฟตุมกา ยโสธร” แค่นี้ก็ได้รับของที่ระลึกจากเราไปแบบง่าย ๆ รอรับสบาย ๆ อยู่ที่บ้านได้เลยค่ะ ร่วมสนุกกับเราได้จนถึง 30 กันยายน 2560 นี้นะคะ


ผู้ชม: 121

แสดงความคิดเห็น