เที่ยวร้อยเอ็ด 2 วัน 1 คืน สัมผัสมนต์เสน่ห์อารยธรรมในแดนอีสาน

เที่ยวร้อยเอ็ด 2 วัน 1 คืน  สัมผัสมนต์เสน่ห์อารยธรรมในแดนอีสาน
เมืองร้อยเอ็ด อีกหนึ่งจังหวัดน่าท่องเที่ยวของภาคอีสาน ที่ไม่ได้มีแค่สถานท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงาม แต่ยังมีวัดวาอารามที่สวยแปลกตารอให้คุณไปสัมผัสอีกด้วย

DAY 1 :

ทริปนี้เราเดินทางกันตั้งแต่ 05.00 น. ระยะทางจากอยุธยา-ร้อยเอ็ด ประมาณ 468 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านมหาสารคามจนถึงจังหวัดร้อยเอ็ด ขับรถกันเพลินๆ ก็ถึงตัวเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด  ด้วยความที่หิวโหย ไม่ได้แวะทานอาหารระหว่างทาง  เลยขอแวะหาอาหารอร่อยๆ กันก่อน




“จ้อก้อฟาร์ม ร้อยเอ็ด”
ร้านอาหารที่เปิดให้บริการความอร่อยมากว่า 15 ปี และเป็นฟาร์มที่มีการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม แห่งแรกของภาคอีสานอีกด้วย เรียกว่าใครมาเที่ยวร้อยเอ็ดต้องแวะทานนนี้ ภายในร้านบรรรยากาศสบายๆ มีห้องแอร์ให้เลือกนั่ง




ในส่วนเมนูอาหาทะเลที่รับประกันความสดใหม่ กุ้งตัวโตๆ สดๆ จะถูกนำมาแปรรูปเป็นอาหารแสนอร่อย เช่น กุ้งเผา ตัวกำลังดี เด็ดตรงน้ำจิ้มรสแซ่บ หรือจะเป็น ปลาช่อนลุยสวน ปลาตัวใหญ่มากๆ เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องแบบจุใจ

ที่อยู่ : 371/1 ถ.รณชัยชาญยุทธ ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด 45000
โทรศัพท์ : 043527774 , 0888863889
เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 22.00 น.




แวะทานของคาวแล้ว ขอหาของหวานตบท้องกันที่ร้าน “Been Around Cafe & Bar” ร้านกาแฟที่ตกแต่งได้เป็นเอกลักษณ์เหมือนอยู่สตูดิโองานศิลปะ ที่มีทั้งเฟอร์นิเจอร์งาน เบาะหนังสีดำ ผนังสีอิฐ และสามารถเลือกมุมนั่งได้ตามชอบใจ 




ทางร้านมีบริการเครื่องดื่มและเค้กต่างๆที่รังสรรค์ใหม่ๆ เมนูแนะนำ คือ Rock melon snow ice บิงซูเมล่อนญี่ปุ่นและ Blue Marble Latte

ที่อยู่ : Prime Square ถ.ร้อยเอ็ด - โพนทอง ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด 45000
โทรศัพท์ : 0930617811
เปิดทุกวัน เวลา 11.00 - 20.00 น.




อิ่มแล้วระหว่างทางไปที่พักขอแวะไหว้พระเป็นสิริมงคล “วัดบูรพาภิราม” ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่


ใต้ฐานพระพุทธรูปองค์นี้ เป็นห้องพิพิธภัณฑ์จำนวนหลายห้อง นอกจากนี้หลวงพ่อใหญ่ยังเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด และปรากฏอยู่ในคำขวัญของเมืองร้อยเอ็ดอีกด้วย

ที่อยู่ : 559 ถนนผดุงพานิช ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด
เปิดให้ข้าชม เวลา 08.30 - 16.30 น. ของทุกวัน




“วัดกลางมิ่งเมือง” พระอารามหลวงชั้นตรี เป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่ สถาปัตยกรรภายในวัดมีอุโบสถที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ผนังรอบอุโบสถมีลวดลายภาพวาด แสดงถึงพุทธ ประวัติ สวยงาม และมีค่าทางศิลปะ 




โดยภายในพระอุโบสถแห่งนี้ ประดิษฐานปูชนียวัตถุ ซึ่งเป็นพระประธานในอุโบสถมีนามว่า  พระพุทธมิ่งเมือง

ที่อยู่ : ถ.เจริญพาณิชย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
เปิดให้ข้าชม เวลา 08.30 - 16.30 น.ของทุกวัน




กินเที่ยวกันจนเพลินนี่ก็บ่ายแก่ๆ แล้วได้เวลาเข้าเช็คอินที่พัก “The Rice Hotel”  ให้บริการที่พักในสไตล์ร่วมสมัย โดยมีคอนเซปท์ในการออกแบบที่รวมงานศิลปะและการพักผ่อนเข้ากันอย่างลงตัว  


และคืนนี้เราเลือกห้อง Standard เตียงคู่ 750 บาท/คืน ภายในห้องกว้างขวาง เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จัดการเก็บกระเป๋าให้เรียบร้อย เพราะเย็นนี้เราจะออกไปทานมื้อเย็นข้างกันค่ะ

ที่อยู่ :  6 หมู่11 ถ.ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
โทรศัพท์ : 043519999




“ชายคา Restaurant” ร้านอาหารบรรยากาศดีภายในเปิดโล่งตกแต่งเรียบง่าย รายล้อมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์  มีมุมให้เลือกนั่งมากมาย จะมาเป็นแก็งค์หรือหมู่คณะ ที่นี่เขาก็มีห้องจัดเลี้ยงไว้บริการ




ส่วนเมนูอาหารมีให้เลือกรับประทานหลากหลาย ที่แนะนำคือ ปลากระพงทอดน้ำปลา+น้ำยำมะม่วง 350 บาท ต้มยำกุ้ง 180 บาท มะระผัดไข่ 80 บาท เรียกว่าอร่อยทุกเมนูเลยล่ะค่ะ

ที่อยู่ : 67/3 ถ.ดำรงราษฎร์วิถี ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด 45000
โทรศัพท์ : 043523158,043516678,043516677
เปิดทุกวัน เวลา 12.00 - 22.00 น.

DAY2 :

วันนี้เราตื่นกันแต่เช้าตรู่ เพราะจะต้องเดินทางไปยังอ.หนองพอก โดยใช้เส้นทาง ถนนหมายเลข 2136 และ ถนนหมายเลข 2044 ซึ่งมีระยะทางห่างจากที่พักประมาณ 92 กิโลเมตร เพื่อไปเที่ยวอีกหนึ่งสถานที่สำคัญเมื่อมาร้อยเอ็ดแล้วต้องไปให้ถึง 




“พระมหาเจดีย์ชัยมงคล” หรือ “วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม”
เป็นที่รู้จักกันดีว่าที่นี่มีพระมหาเจดีย์ใหญ่ที่มีความงดงามตระการตามากที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นที่เคารพศรัทธา และความภาคภูมิใจของชาวร้อยเอ็ดและชาวอีสานอีกด้วย


พระมหาเจดีย์ชัยมงคลได้กรมศิลปากรมาออกแบบการก่อสร้างให้ โดยเป็นแบบศิลปกรรมร่วมสมัยแบบผสมผสานระหว่างภาคกลางและภาคอีสานคือเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ภายในพระมหาเจดีย์ซึ่งมีทั้งหมด 6 ชั้น  พระเจดีย์เป็นสีขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ถือเป็นศาสนสถานสำคัญแห่งหนึ่ง

นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ในการประกอบศาสนกิจต่าง ๆ มีพิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่ศรี และเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนของพระเกจิอาจารย์ในอดีตทั้ง 101 องค์ รวมทั้งพระสารีริกธาตุ ซึ่งอยู่ชั้นบนสุด ให้ประชาชนทุกสารทิศได้มาสักการะเพื่อเป็นสิริมงคล

ที่อยู่ : บ้านโคกกลาง ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด
เปิดให้ข้าชม เวลา 06.00-17.00 น.ของทุกวัน




จากนั้นขอแวะทานอาหารก่อนกับที่ร้าน “VR ปลาเผา” บรรยากาศสบายๆ ตกแต่งเรียบง่าย ภายในเปิดโล่งรับลมเย็นๆ ถึงแม้ว่าร้านจะดูธรรมดา แต่ขอบอกว่าเขามี wifi ไว้ให้ลูกค้าเล่นด้วย 




เมนูอาหารก็มีทั้งอาหารไทย-อีสาน ให้เลือกรับประทานหลากหลาย เลยขอสั่ง ปลาเผา ตัวใหญ่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้ม 2 แบบและผักจานใหญ่ในราคา 200 บาท ส้มตำ 60 บาทและ ไก่ย่าง 120 บาท

ที่อยู่ : 80 ม.6 ถ.ทางหลวงหมายเลข 2136 ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด 45210
โทรศัพท์ : 0812097330 , 0896178830,
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.




วัดประชาคมวนาราม หรือวัดป่ากุง สร้างโดยหลวงปู่ศรี มหาวีโร มีเจดีย์ขนาดใหญ่ทำจากหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 90 ปี พรรษา 60 พระเทพวิสุทธิมงคล "หลวงปู่ศรี มหาวีโร" พระเกจิอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐาน ชื่อดังแห่งภาคอีสาน เลียนแบบเจดีย์โบโรบูโด(บรมพุทโธ) ที่เกาะชวา อินโดนีเซีย 




ภายในพระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุซึ่งอยู่จุดศูนย์กลางของเจดีย์ ผนังแกะสลักเรื่องราวพระพุทธประวัติและเวสสันดรชาดก รวมทั้งประวัติของหลวงปู่ศรีและรูปบูรพาจารย์

ที่อยู่ : ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด 
เปิดให้ข้าชม เวลา 08.00 - 17.00 น.ของทุกวัน




และสถานที่สุดท้ายสำหรับทริปนี้ “Street Art Roi-Et” แลนด์มาร์คสุดฮอตของจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งที่นี่เป็นสตรีทอาร์ตแนวกำแพงสุดฮิปที่ยาวที่สุดในอีสานยาวรวมประมาณ 200 เมตร




โดดเด่นด้วยลวดลายกราฟิคสวย ๆ สะท้อนมุมมองความเป็นร้อยเอ็ดเข้าไปในผลงาน สร้างสรรค์โดยเหล่าศิลปินเกือบ 50 ชีวิต ที่สร้างความคึกคักให้กับนักท่องเที่ยว เหมาะแก่การแวะไปถ่ายรูปชิคๆ เช็คอินเก๋ๆ 

ที่อยู่ : ใกล้ดับเพลิงร้อยเอ็ด  ถนนคูเมืองทางทิศตะวันตก อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
ผู้ชม: 268

แสดงความคิดเห็น

เที่ยว พัก กิน ถิ่นอีสาน

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านเลยดานัง เป็นร้านอาหารเวียดนามที่เปิดคู่กับจังหวัดเลยมานานหลายปี สาขาที่ 2 บรรยากาศภายในร้านยังคงตกแต่งแบบเรียบง่าย มีกลิ่นอายเวียดนาม เน้นการบริการแบบเป็นกันเอง บริการอาหารเวียดนามต้นตำรับ มีทั้ง แหนมเนือง, กุ้งพันอ้อย, บั่นหอย, เปาะเปี๊ยะสด, เปาะเปี๊ยะทอด และเพิ่มเมนูพิเศษเอาใจลูกค้าอย่างเมนู ส้มตำ แกงเห็ด เพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้ามากขึ้น เหมาะกับการทานอาหารกับกลุ่มพื่อน คนรู้ใจ หรือมาทานกับครอบครัว

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

ใดเฮงบูติคโฮเต็ล เปิดให้บริการอยู่ถนนชายโขง ที่ตั้งโรงแรมอยู่ไม่ไกลกันมาก ซึ่งสไตล์การตกแต่งคงคอนเซ็ปต์ของโรงแรมใดเฮงเอาไว้ บรรยากาศทั้งสองที่คล้ายๆ กันตรงที่อยู่ริมแม่น้ำโขง จุดเด่นของสาขาที่ 2 แห่งนี้ก็คือ เพียงเปิดประตูออกจากห้องพักก็สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขง ทอดยาวไปจนสุดสายตา นับเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่นักท่องเที่ยวต่างหลงรัก

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน ตัวบ้านเป็นสีเหลือง แต่ด้านในทาด้วยสีเขียว บรรยากาศภายนอกมีต้นไม้ล้อมรอบ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้เลื้อย โซนทานอาหารด้านในเป็นเก้าอี้ไม้ ด้านนอกต่อเติมให้เป็นโซนทานอาหารแบบเอาท์ดอร์ ด้วยโต๊ะหินอ่อนหลังคามุงจาก เมนูอาหารส่วนใหญ่เป็นเมนูจากปลาน้ำโขง อาทิ ปลาช่อนน้ำตก, ปลาลุยสวน และเมนูอื่นๆ อย่าง หมึกสดไข่เค็ม และส้มตำทอด

ดูทั้งหมด