โลกสีฟ้า

ทวารวดีอีสานกับพุทธสถานในจีน

21 พ.ย. 2560 ผู้ชม: 493

ทวารวดีอีสานกับพุทธสถานในจีน
ครั้งก่อนเคยว่าถึงเรื่องนี้มาแล้วแต่ก็ยังมีเรื่องและรูปหลงเหลืออยู่อีกมาก วันนี้ก็เลยถือโอกาสเอารูปและเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาฝากท่านผู้อ่านโลกสีฟ้าอีกครั้ง เพื่อแสดงถึงอิทธิพลของพุทธศาสนามหายานที่มีต่อสองประเทศ ซึ่งปัจจุบัน พุทธศาสนามหายานในจีนจะถูกอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ทำลายล้างลงไปในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมไปบางส่วน คนรุ่นใหม่ ก็ไม่ได้สนใจในพุทธศาสนาเพื่อค้นหาตัวตนหรือมุ่งเข้าสู่พระนิพพานเหมือนในอดีตก็ตาม แต่อิทธิพลของพุทธศาสนามหายาน ก็ยังมีคนสนใจอยู่ไม่น้อย ส่วนในประเทศไทยซึ่งแต่เดิมได้รับอิทธิพลจากมหายานในสมัยทวารวดีก็เปลี่ยนมาเป็นหินยาน   มาหลายร้อยปีแล้วเช่นเดียวกับลาว พม่าและกัมพูชา



ผมเอาพุทธสถานของมหายานฝ่ายจีนมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมอีกครั้ง เช่น ถ้ำพระพันองค์เมืองทูรูฟาน หมู่ถ้ำพระสหัสพุทธโม่เกา มณฑลกานซู หน้าผาพระพุทธรูปม่ายจี่ซาน มณฑลกานซู มาเปรียบเทียบกับถ้ำพระที่ชัยภูมิ ภูปอที่กาฬสินธุ์ เสมาบ้านกุดโค้งที่ชัยภูมิ และถ้ำเขางูที่ราชบุรี (ยังมีอีกหลายที่ในประเทศไทยรวมทั้งในประเทศจีนด้วย) ซึ่งในไทยทั้งหมด        เป็นทวารวดีและทั้งสองประเทศเป็นมหายานเหมือนกัน ยุค 1,000 กว่าปีนั้นที่อิทธิพลมหายานแผ่ขยายไปหลายพื้นที่ครอบคลุมไปหลายประเทศ


มหายานนั้นไม่ติดในรูปแบบในการเข้าถึงสภาวธรรม ส่วนหินยานนั้นยังติดในรูปแบบและเป็นลัทธิคัมภีร์ การติดในรูปแบบลัทธิในคัมภีร์จึงดูเคร่งในสายตาของคนต่างศาสนา ส่วนมหายานนั้นไม่ได้ติดในรูปแบบหรือเคร่งอะไรนัก มุ่งสู่พระนิพพานเป็นหลัก อาจารย์จึงมีความสำคัญต่อลูกศิษย์มาก ต้นกำเนิดของมหายานในจีนและในญี่ปุ่นคือปรมาจารย์ตั๊กม้อ ซึ่งมาจากอินเดีย ส่วนมหายานในประเทศไทยนั้นไม่ทราบที่มาที่ไปว่าได้รับอิทธิพลมาจากไหนและเปลี่ยนไปเป็นหินยานได้อย่างไร (เช่นเดียวกับกัมพูชาและลาว)



ลักษณะจำเพาะของทวารวดีนั้นจะมีเสมาและการแกะสลักพระพุทธรูปบนหน้าผาหรือตามถ้ำ ในประเทศไทยเสมาส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสานถ้ำอีสาน จริงๆแล้วไม่มี มีแต่เพิงพักหินทรายแต่ชาวอีสานก็เรียกถ้ำ เป็นที่พักแสวงหาโมกษธรรม ของพระป่าสายอีสานมาตลอด


ภูปอ กาฬสินธุ์ก็เป็นทวารวดีหนึ่งของอีสาน มีบันทึกไว้ว่าอยู่ห่างจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือบนถนนหมายเลข 2319 โดยมีพระพุทธรูปนอน (ปางไสยาสน์) 2 องค์ สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 12-14 โดยช่างอีสานเอง ส่วนอีกองค์สร้างขึ้นใหม่ในพุทธศตวรรษที่ 18-19


ส่วนที่บ้านกุดโง้ง ชัยภูมิ (รวมทั้งฟ้าแดดสงยางที่ร้อยเอ็ด พระนอนที่นครราชสีมา เสมาแถบอีสานใต้อีกหลายๆ แห่ง) ไม่ได้แกะสลักพระพุทธรูปบนหินผาแต่เป็นการสร้างในเสมาขึ้นว่าด้วยเรื่องพระเวสสันดรบ้าทศชาติบ้าง




ภูถ้ำพระที่ชัยภูมิก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่แกะสลักพระพุทธรูปขึ้นในเพิงหินผา ว่ากันว่าสร้างขึ้นในยุคศตวรรษที่ 18-19 แต่ดูแล้วก็ขลังดี เสียดายการดูแลไม่ค่อยดีนัก มีคนเอาแป้งไปถูๆ ทาๆ เพื่อขอหวย เสียหายหมด



เสียดายที่ภาพพระพุทธรูปปางสมาธิที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่แกะสลักบนหน้าผาของประเทศจีนในพุทธศตวรรษที่ 12-13 (1256-1346) ในราชวงศ์ถังซึ่งใช้เวลาสร้างถึง 90 ปี นั้นผมหาไม่เจอ ถ้าเจอเรื่องนี้ก็จะสมบูรณ์ขึ้นอีกนิดหนึ่ง ก็เลยเอาพระพุทธรูปแกะสลักและภาพเขียนสีของที่อื่นมานำเสนอเพื่อให้ดูถึงอิทธิพลของมหายานที่เจริญมากที่สุดในจีนมาให้ชมแทน ทั้งหมดมีอายุกว่าพันปีขึ้นไปทั้งสิ้น (ก่อนจะมีปราสาทขอมเสียอีก) เชิญท่านชมกับความอลังของพุทธมหายานในยุคพันกว่าปีครับ
สำหรับรับแฟน ๆ โลกสีฟ้าที่อ่านมาถึงตรงนี้ เที่ยวอีสาน.com มีของที่ระลึกมอบให้กับแฟน ๆ ทุกท่าน เพียงแค่ส่งข้อความมาหาเราทาง inbox ของ Fanpage Facebook ที่ www.facebook.com/go2isan/inbox แล้วพิมพ์บอกเราว่า “โลกสีฟ้า ทวารวดีอีสาน” แค่นี้ก็ได้รับของที่ระลึกจากเราไปแบบง่าย ๆ รอรับสบาย ๆ อยู่ที่บ้านได้เลย ร่วมสนุกกับเราได้จนถึง 31 ธันวาคม 2560 นี้นะคะ

แสดงความคิดเห็น