โลกสีฟ้า

สี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง

12 ธ.ค. 2560 ผู้ชม: 402

สี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง
ไปหลวงพระบางตามคำชวนของการท่องเที่ยวลาวเพื่อปีการท่องเที่ยวลาว 2018 ก็เลยรู้ว่าเศรษฐกิจไทยที่ดาวน์ลง มีผลต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวลาวและกัมพูชา เจ้าหน้าที่ลาวคนหนึ่งกล่าวว่า..คนไทยมาท่องเที่ยวลาวน้อยลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ทำให้จีนกลายเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ไป ซึ่งด้านหนึ่งก็ดีสำหรับการท่องเที่ยวลาว เพราะคนจีนจ่ายดีกว่า ทั้งโรงแรม อาหารและอื่นๆ แต่สิ่งที่คนลาวกลัวไม่ต่างจากคนไทยที่รักชาติกลัวก็คือ..กลัวจีนกลืนลาว เพราะปัจจุบันคนจีนเข้ามาทำธุรกิจในลาวพร้อมกับขนคนงานเข้ามาอยู่ในเมืองลาวเต็มไปหมด ร้านอาหารจีนก็ตามมา ร้านค้าจีนเพื่อคนจีนก็มากเป็นเงาตามตัว (แบบเดียวกับที่ทัวร์จีน ทัวร์เกาหลีทำกับเขมรและไทยในช่วงที่ผ่านมา) เรื่องโทรศัพท์ก็ไม่ต้องห่วง จีนครองอันดับหนึ่งไปแล้ว ร้านค้าริมโขงก็เป็นจีน ดิวตี้ฟรีก็จีน 

พูดถึงเรื่องนี้ก็เพิ่งไปเห็นเส้นทางรถไฟจีนทำที่ผ่านจากสิบสองปันนามาลาวเพื่อเข้าไทย ก็ไม่เห็นทีท่าว่าคนข่าขมุชาวเขาชาวดอยในท้องถิ่นจะได้รับประโยชน์จากเส้นทางนี้ตรงไหน เพราะไม่เห็นมีการอัพเกรดคนเหล่านั้นขึ้นมารองรับพายุเศรษฐกิจจีนที่เตรียมจะกระหน่ำลาวแต่อย่างใด พวกเขายังคงเก็บผัก ขนฟืนใส่ใต้ถุนบ้านกันเหมือนไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของตนและชาติของตน เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงค่าของมหาเธ่ย์ มหาบุรุษของมาเลเซียเลยว่า ก่อนการพัฒนาพื้นที่ เขาได้เตรียมคนรองรับการพัฒนาอย่างไรและทำอย่างไรไม่ให้คนในท้องถิ่นเสียเปรียบและเสียที่ดินไปกับทุนใหญ่ที่หิ้วกระเป๋ามาหลอกกว้านซื้อที่ดินเอาไปครอบครอง
ผมเชื่อว่า..คนลาว รัฐบาลลาว ไม่ทันเกมคนจีน รัฐบาลจีนหรอกครับ
คนลาว รัฐบาลลาว (ซึ่งรวมทั้งไทยด้วย) ตกรถไฟขบวนรถไฟจีนแน่นอน!
ในฐานะที่ลาวกับไทยเป็นพี่น้องร่วมภาษาและวัฒนธรรมเดียวกัน แม้เราจะต่างระบอบ..แต่ด้วยที่ไม่มีประเทศใดในโลกที่พูดกันได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล ความต่างระบอบก็ไม่ได้ทำให้คนสองชนชาติขาดออกจากกันได้โดยนิตินัยและในช่วงเวลาที่พายุจากมหาอำนาจจีนพัดโหมกระหน่ำอาเซียนอย่างมียุทธศาสตร์นั้น ผมก็หวังว่าทั้งอาเซียนและสองประเทศไทย-ลาวควรจะมีดวงตาเห็นธรรม ในอันที่จะใช้อำนาจอธิปไตยแห่งสองรัฐหรือหลายๆ รัฐ ผนึกกำลังอย่างมีเอกภาพเพื่อการต่อรองให้ได้ผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม จากมหาอำนาจจีนซึ่งเป็นประเทศที่แข็งแรงกว่าทั้งทางด้านการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจทางด้านการท่องเที่ยว
 แม้จีนจะเข้ามาเติมเต็มในส่วนของนักท่องเที่ยวไทยที่หายไป แต่ลาวก็ยังต้องการนักท่องเที่ยวไทย เพราะก็มีแต่นักท่องเที่ยวไทยเท่านั้นที่มาง่ายและใกล้ชิดทางวัฒนธรรม นอกจากเศรษฐกิจการค้าขายทั่วไปแล้ว รัฐบาลลาวทุกยุคทุกสมัยตั้งเป้าที่จะได้รายได้เข้ารัฐไว้ 2 อย่างคือ 1.การเป็นแบตเตอรีแห่งอาเซียน กับ 2.การท่องเที่ยว 
แบตเตอรีแห่งอาเซียนก็คือพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดคือน้ำ เพราะลาวมีแต่ทะเลภูเขามากมาย ภูเขาเหล่านั้นก็ให้น้ำจำนวนมากใช้กี่ปีก็ไม่หมดถ้าไม่ตัดไม้ทำลายป่า ไม่เพียงแต่พลังงานสะอาดนี้เท่านั้น..ใต้ดินยังมีถ่านหินที่ขุดมาป้อนให้ไทยและน้ำมันที่ยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างจริงจังสามารถนำมาใช้ได้อีกเยอะ
ส่วนทางด้านการท่องเที่ยว ทั้งวัฒนธรรมของชนเผ่าลาวสูง ลาวกลาง ลาวลุ่มก็มีอย่างเหลือเฟือ ธรรมชาติไม่ต้องห่วง มากมายมหาศาล คนลาว 6-7 ล้านอยู่ได้สบายๆ กับพื้นที่ครึ่งหนึ่งของประเทศไทย
ประเด็นคือด้านการตลาดซึ่งการท่องเที่ยวลาวยังไม่เก่งเมื่อเทียบกับ ททท. ไทยซึ่งเก๋ากว่า เพราะทำมานานกว่าหลายสิบปี
ปีหน้าจะเป็นปีท่องเที่ยวลาว หลวงพระบางก็ทำให้เป็นปีการท่องเที่ยวหลวงพระบางเพื่อให้สอดคล้องกับโจทย์ของประเทศ ขายหน้าหนาวแล้วไม่พอ ต้องจะขายหน้าฝนด้วย ขายกรีนซีซั่นแบบเดียวกับที่ไทยเคยขาย แต่ก็ไม่ได้ขายเดี่ยวๆจะขายร่วมกับทาไทยภายใต้ชื่อ “สี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง”
นางสุดาพร คมทะวง รองผู้ว่าฝ่ายการท่องเที่ยวแขวงหลวงพระบาง กล่าวว่า นอกจากจะพัฒนาหลวงพระบางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแล้ว จะมีการพัฒนาส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ รอบนอกหลวงพระบางด้วย อย่างเช่นเมืองงอย (ทะเลภูเขาหินปูน ซึ่งอยู่ห่างออกไป 120 กิโลเมตร เมืองงอยมีทิวทัศน์สวยงาม สามารถล่องแก่งไปปืนเขา ดูทะเลหมอกได้มากมาย และมีสวนส้มและมีหมู่บ้านทอผ้าฝ้ายอีกด้วย
“ในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว หลวงพระบางก็ได้เรียนรู้จากประเทศไทย อาทิ การให้ผู้มาเยือนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม DIYกับคนในชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีเวลาอยู่นานวันขึ้น โดยในปลายปีนี้ต่อปีหน้าแขวงหลวงพระบางจะจัด 7 กิจกรรมใหญ่ๆ เช่น จัดเทศกาลอาหารพื้นเมือง งานฝีมือและอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวตลอดทั้งปี เฉพาะหน้าฝน พร้อมกับการปรับปรุงศูนย์ข้อมูลข่าวสาร และถนนหนทางเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังเมืองรอบๆ หลวงพระบางให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ “เมืองจอมเพชร” ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหลวงพระบางซึ่งกำลังจะสร้างให้เป็นเมืองที่ทันสมัย” (หลวงพระบางสร้างตึกใหม่ไม่ได้เพราะติดปัญหาเมืองมรดกโลก) นางสุดาพรกล่าว
ผมก็ไม่ได้เชียร์การท่องเที่ยวลาวเป็นพิเศษนะครับ เพราะภาครัฐไทยก็มีนโยบายให้ขายร่วมการท่องเที่ยวร่วมกับพื้นที่ต่อแดนอาเชี่ยนกันอยู่แล้ว เช่นโครงการ “ความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง” เป็นต้น 
สี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้างก็อาศัยวัฒนธรรมร่วมของชาวล้านช้างมาดึงนักท่องเที่ยวร่วมกัน โดยใช้เมืองแม่เหล็กเป็นแกน แม่เหล็กของไทยก็มี “หนองคาย” กับ “เลย” ในส่วนของ สปป.ลาว ก็มี “เวียงจันทน์” และ “หลวงพระบาง” 
โครงการนี้ทั้งไทยและลาวพัฒนาความร่วมมือในการท่องเที่ยวร่วมกัน 2-3 ปีแล้ว ในปัจจุบันก็มีแผนปฏิบัติการถึง 16 โครงการร่วมกัน เช่น การประชาสัมพันธ์เส้นทางในภูมิภาคร่วมกันและอื่นๆ อีกมาก
ไม่เพียงแต่เท่านั้น ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเลย นายเกียรติพงศ์ คชวงศ์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายจะให้ภาคเอกชนมาทำความร่วมมือในการทำแพ็คเกจขายร่วมกันเพื่อกระตุ้นการตลาดของทั้งสองประเทศอีกต่างหาก
สี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้างเพื่อการท่องเที่ยวอาจจะเป็นแม่แบบสำหรับจังหวัดอื่นและด้านอื่นที่ไม่ใช่ล้านช้างเช่นกับเขมร กับมาเลย์ กับพม่าไปเรื่อยๆ ตราบใดที่ความต้องการในการหารายได้จากการท่องเที่ยวของ 2 ประเทศหรือสามประเทศตรงกัน

คิดถึงโครงการสามเหลี่ยมมรกตระหว่างอีสานใต้ ลาวและเวียตนามในยุคหนึ่งขึ้นมาทันที!

แสดงความคิดเห็น

ข่าวกิจกรรม

ดูทั้งหมด