โลกสีฟ้า

ถ่ายรูปอย่างมีศิลปะและอย่างมี Theme

19 ธ.ค. 2560 ผู้ชม: 296

ถ่ายรูปอย่างมีศิลปะและอย่างมี Theme
ใครมีโทรศัพท์ในยุคนี้ถ่ายรูปไม่เป็นคงไม่มี แต่จะถ่ายให้ดี ถ่ายให้สวย ถ่ายแล้วถ่ายทอดเรื่องราวออกมาอย่างน่าสนใจ สวยทั้งรูปแบบและเนื้อหา ซึ่งก็แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน 

วันนี้บทความและรูปภาพอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นอีสานโดยตรง แต่ก็มีประโยชน์ทั้งต่อนักท่องเที่ยวในแดนอีสานและที่อื่นๆ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้อย่างหนึ่ง การท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ประโยชน์ต่อคนเที่ยวมากกว่าการท่องเที่ยวเพื่อเสพบรรยากาศเพียงอย่างเดียว เข้าทำนองเที่ยว 1 ได้ 2ได้ 3 นั่นแหละ การท่องเที่ยวแบบนี้นักท่องเที่ยวสามารถเอาไปประยุกต์ใช้หรือต่อยอดในชีวิตหรือใช้มาประกอบการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของเราได้ไม่มากก็น้อย 
โดยปกติแล้วการท่องเที่ยวแบบแสวงหาเพื่อการเรียนรู้มักจะใช้วิธีการจดบันทึก การจดบันทึกเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับบางคน (รวมทั้งผมด้วย) ดังนั้นเพื่อเลี่ยงไม่ให้การท่องเที่ยวแบบแสวงหาเป็นเรื่องที่ “น่าเบื่อ” ก็เลยอยากจะแนะนำให้บันทึกเรื่องราวการเรียนรู้เอาไว้ด้วยรูปภาพ ให้เป็นเรื่องเป็นราวภายใต้ Theme ใด Theme หนึ่งตามที่เราต้องการ การถ่ายภาพในลักษณะเป็น Theme นอกจากจะดูดีมีเรื่องราวแล้ว เวลาโพสต์ไปให้ใครต่อใครดู จะเป็นที่น่าสนใจมากกว่าการถ่ายภาพแบบสะเปะสะปะแบบไม่มี Theme แชร์แล้วดูมีกึ๋น!
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการถ่ายภาพนั้นเป็นศิลปะคล้ายๆ กับภาพวาด ภาพวาดนั้นสร้างสรรค์ได้ด้วย “สี” เส้นและการคอมโพซิชั่น (Composition) ส่วนภาพถ่ายนั้นแม้จะถ่ายทอดความงามด้วย สี เส้นและการคอมโพซิชั่นแล้ว ยังได้ “แสง” มาช่วยให้ดูดีผ่านเลนส์ที่มีคุณลักษณะที่แตกต่างหลากหลาย (ไวด์แองเกิ้ลเทเลซูม) ต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ภาพที่มีความแตกต่างหลากหลายแง่มุมตามความต้องการอีกด้วย การใช้แสงก็ต้องเข้าใจในธรรมชาติของแสงว่า “แสงก็มีอุณหภูมิ” ของ “แสง” เช่นเดียวกับ “สี” ที่มีอุณหภูมิของ “สี” ซึ่งปกติแล้วในเวลากลางวันแสงจะมีสีขาวแต่พอถึงเวลาเช้าหรือเย็น (ก่อนหรือหลังหรือระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกแสงจะมีทั้งโทนสีร้อนและเย็นที่หลากหลายที่เราไม่สามารถเห็นมันได้ในยามกลางวัน ช่วงระยะเวลานั้นเองที่เราสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้สวยและแปลกตาด้วยกล้องของเรา ทั้งกล้องโทรศัพท์และกล้อง DSLR แต่ไม่ใช่ว่าเราต้องถ่ายภาพในช่วงเวลาดังกล่าวเสมอไป เพราะภาพแต่ละภาพใช้อุณหภูมิของแสงไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับว่าเราจะถ่ายภาพด้วยอุณหภูมิสีอย่างไรจึง       จะตรงต่อความต้องการของเรา
การเข้าใจในอุณหภูมิสีและอุณหภูมิแสงในระยะเวลาที่ต้องการคือการรู้ความลับของธรรมชาติ ไม่ว่าช่างภาพหรือจิตรกรที่ดีคนใดถ้า “รู้ความลับของธรรมชาติ” เขาผู้นั้นจึงจะสามารถประยุกต์ภาพถ่ายและภาพวาดออกมาได้อย่างสวยงามเช่นเดียวกับพ่อครัวที่รู้อุณหภูมิของไฟ น้ำ น้ำแข็ง เครื่องปรุงรสแต่ละชนิด เพื่อการสร้างสรรค์อาหารที่อร่อยกว่าคนอื่นภายใต้วัตถุดิบในการทำอาหารแบบเดียวกัน! การจะถ่ายภาพแบบมีเรื่องราวแบบมี Theme ได้ คนถ่ายภาพจะต้องหาข้อมูลจากการค้นคว้าหรือการคุยกับแหล่งข่าวที่เราจะไปถ่ายหรือที่จะไปเที่ยวก่อนเพื่อเอาข้อมูลเหล่านั้นมาจับเป็นประเด็นเป็น Theme ใด Theme หนึ่งตามที่เราต้องการ พอได้ประเด็นแล้วจึงถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นออกมาเป็นภาพด้วยศิลปะของการถ่ายภาพ ทั้งภาพ DSLR เพื่อให้เห็นภาพทั่วไปและภาพ DSRL เพื่อเน้นในสิ่งที่สำคัญหรือเน้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราต้องการ แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ให้ถ่ายภาพของมาในรูปของการเล่าเรื่องอย่างมี Theme ก็ถ่ายมากๆ เอาไว้ก่อน แล้วเอาภาพที่ได้มาคัดออกและเลือกเอาไว้ใช้งาน


การถ่ายภาพไวๆ นี้ไม่ใช่ไวแบบสะเปะสะปะ ต้องไวแบบมีกึ๋นสักหน่อยคือไวแบบมีเรื่องราว เรื่องราวที่เขียนไว้ในสมองด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาแต่ในอดีตนั่นเอง ประสบการณ์ที่สั่งสมมาในอดีตที่เป็นเรื่องเป็นราวนั่นแหละที่เอามาต่อยอดให้เป็นภาพเล่าเรื่องที่ดีได้


ประเด็นคือสิ่งที่เราสะสมมานั้นเป็นแก่นเป็นสารมากมายเพียงใด และที่สำคัญก็คือเราจะถ่ายทอดออกมาด้วยศิลปะการถ่ายภาพได้ดีเพียงใดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้เท่านั้น แต่ยังต้องมีความชำนาญในการใช้กล้อง ทั้งกล้องโทรศัพท์และกล้อง DSLR อีกด้วย จึงจะสามารถเล่าเรื่องจากภาพถ่ายด้วยมือของเราได้ ภาพถ่ายที่ดีนั้นจะต้องสมบูรณ์ทั้งรูปแบบและเนื้อหา สามารถสะท้อนเรื่องราวทั้งหมดได้ด้วยภาพถ่ายใบเดียวได้ยิ่งดี ส่วนภาพสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าเป็นไปได้ควรจะสะท้อนสัญลักษณ์ของความเป็นพื้นที่นั้นๆ ออกมาสักรูปหนึ่งหรือมากกว่านั้น การอธิบายเรื่องราวด้วยภาพ Photo Essay เป็นศิลปะที่มีความหมายมากกว่าการมีกล้องแล้วยกกล้องขึ้นมาถ่ายเรื่อยเปื่อยก็ตรงนี้แหละ

ปล.1 Theme ของทั้งเรื่องและรูปควรจะเป็น Theme ที่แปลก ใหม่ (คือล้ำหน้าสถานการณ์) สำหรับรูปก็ต้องสอดคล้องกับเรื่องหรือรูปด้วยกันอย่างมีเอกภาพ สามารถสะท้อนเรื่องราว ความแปลก ความใหม่และด้วยเทคนิคการถ่ายที่ “ก้าวหน้ากว่า” หรือ “ดีกว่า” รูปทั่วไปที่ใครๆ ก็ถ่ายได้
ปล.2 รูปที่มีแอ็คชั่นหรือความเคลื่อนไหวจะได้รับความสนใจจากคนอ่าน คนดูมากกว่ารูปที่นิ่ง แข็ง ไม่มี Movement 
ปล.3 รูปสัตว์ รูปที่สะเทือนใจ รูปที่น่ารัก จะได้รับความสนใจมากกว่ารูปปกติธรรมดา

สำหรับแฟน ๆ โลกสีฟ้าที่อ่านมาถึงตรงนี้ เที่ยวอีสาน.com มีของที่ระลึกมอบให้กับแฟน ๆ ทุกท่าน เพียงแค่ส่งข้อความมาหาเราทาง inbox ของ Fanpage Facebook ที่ www.facebook.com/go2isan/inbox แล้วพิมพ์บอกเราว่า “โลกสีฟ้า ถ่ายรูปอย่างมีศิลปะ” แค่นี้ก็ได้รับของที่ระลึกจากเราไปแบบง่าย ๆ รอรับสบาย ๆ อยู่ที่บ้านได้เลย ร่วมสนุกกับเราได้จนถึง 31 มกราคม 2561 นี้นะคะ

แสดงความคิดเห็น

ข่าวกิจกรรม

ดูทั้งหมด