โลกสีฟ้า

ที่นี่อำนาจเจริญ

16 ม.ค. 2561 ผู้ชม: 207

ที่นี่อำนาจเจริญ
จังหวัดที่ 65 ของประเทศไทยอย่างอำนาจเจริญแม้จะไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้กล่าวถึงนัก แต่ก็มีที่น่าสนใจให้เราได้ไปเยือนได้หลายต่อหลายแห่ง ก่อนที่จะไปถึงแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดน้อย ๆ แห่งนี้..ก็ต้องเล่าถึงอดีตของจังหวัดปูพื้นความเข้าใจกันก่อนเพื่อการ “เข้าใจถิ่น” จึงจะ “เข้าใจเที่ยว”


ผู้เขียนเคยเขียนเกี่ยวกับกำเนิดเมืองอุบลมาแล้วว่า..เกิดจากตระกูลเจ้าแห่งสิบสองปันนา (พระวอ พระตา) ที่ลี้ภัยมาอยู่หลวงพระบาง จากหลวงพระบางมีปัญหาก็มาอยู่เวียงจันทน์ อยู่เวียงจันทน์เกิดทะเลาะกับฝ่ายเวียงจันทน์ก็หนีมาอยู่หนองบัวลำภู จากหนองบัวลำภูก็โดนไล่ตีเข้าไปอยู่ในเขมร อยู่ในเขมรไม่ได้ก็ต้องย้อนกลับมาอยู่ที่อุบลราชธานีและเพื่อความปลอดภัยจึงเข้ามาสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้ากรุงธนบุรี ครั้นเวียงจันทน์มาตีเมืองอุบล พระเจ้ากรุงธนจึงให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกซึ่งต่อมาเป็นรัชกาลที่ 1 แห่งรัตนโกสินทร์ไปตีเวียงจันทน์จนแตก เวียงจันทน์แตกแล้วก็รวมตัวกันต่อสู้ใหม่ ต้องทำสงครามกับลาวถึง 4 ครั้งจนถึงรัชกาลที่ 3 ไทยจึงชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด


บุคลากรที่สำคัญของเมืองอุบลก็คือท้าวคำผงผู้เป็นปฐมบทแห่งเจ้าเมืองอุบล (มีรูปปั้นอยู่ในวัดสำคัญในเมืองอุบล) ครอบครัวของท้าวคำผงเจ้าเมืองอุบลนี่แหละที่ถูกตั้งไปคุมบ้านคุมเมืองย่อยๆรอบๆอุบลราชธานี (รวมถึงจัมปาสัก) ไม่ว่ายโสธร อำนาจเจริญ (บ้านค้อหรือลืออำนาจ) เขมราฐ (โคกก่งดงพะเนียง)และอื่นๆ โดยความยินยอมของราชสำนักกรุงเทพฯ


อำนาจเจริญ (ซึ่งแต่เดิมอยู่ในอำเภอเลออำนาจในปัจจุบัน) ถูกตั้งขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อปี 2401 โดยทรงโปรดเกล้าให้ท้าวจันทบรม (เสือ ต้นสกุล “อมรสิน”) มาเป็นเจ้าเมือง โดยขึ้นต่อเมืองเขมราษฎร์ธานี ในสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5 มีการปฏิรูปการปกครองยกเลิกอาญาสี่คือเจ้าเมือง อุปราช ราชวงศ์ ราชบุตร ให้ข้าราชการจากราชสำนักกรุงเทพฯมาปกครอง เปลี่ยนชื่อตำแหน่งผู้ปกครองมาเป็นผู้ว่าราชการการเมือง (ต่อมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด) แทน ครั้งนั้นเมืองเล็กเมืองน้อยที่เป็นเมืองบริวารของอุบลราชธานีถูกยุบมาเป็นอำเภอขึ้นต่ออุบลราชธานีทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นเมืองฟ้าหยาดหรือมหาชนะชัย เมืองลุมพุกหรือคำเขื่อนแก้ว เมืองขุหลุหรือตระการพืชผล เมืองเขมราษฎร์ธานีหรือเขมราฐในปัจจุบันรวมถึงเมืองอำนาจเจริญด้วย




ต่อมามีการย้ายตัวอำเภอจากบ้านลืออำนาจมาอยู่ที่ตำบล “บุ่ง” ชื่อว่า “อำเภอบุ่ง” จนพ.ศ. 2482 กลายมาเป็นอำเภออำนาจเจริญและกลายมาเป็นจังหวัดอำนาจเจริญในปี 2536 ที่มี 6 อำเภออยู่ภายใต้การบังคับบัญชาควบคุม โดยแยกตัวออกมาจากจังหวัดอุบลราชธานี ความจริงแล้วจังหวัดนี้เคยมีคนอยู่ตั้งแต่ “ยุคก่อนประวัติศาสตร์” เลยมาจนถึง “ยุคประวัติศาสตร์” คือยุคทวาราวดีศตวรรษที่13-16 มีข่าเป็นคนพื้นเมืองดั้งเดิม ต่อมามีคนลาวอพยพตาม “พระครูโพนเสม็ด” แห่งเวียงจันทน์มาปักหลักที่บ้านทรายมูล บ้านพระเหลา อำเภอพนา


ต่อมาก็มีลาวอพยพเพิ่มเติมโดยกลุ่มพะวอ พระตาสืบสายตระกูลจากสิบสองปันนาที่ลี้ภัยมาจากหลวงพระบางและเวียงจันทน์และเกิดขัดแย้งกับทางเวียงจันทน์จึงถูกราชสำนักเวียงจันทน์ตามไล่ตีจากหนองบัวลำพูมา อพยพอีกยุคก็ด้วยนโยบายเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ ที่เกลี้ยกล่อมคนจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงมาอยู่ฝั่งขวา (อีสาน) เพื่อสู้กับราชสำนักกรุงเทพฯในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์


มีบันทึกทางโบราณคดีมีไว้ว่า แหล่งมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ของจังหวัดอำนาจเจริญมีหลายแห่ง 
1.แหล่งโบราณคดีบ้านโพนเมือง ตำบลไม้กลอน อำเภอพนา 
2.แหล่งโบราณคดีบ้านกุดซวย ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน 
3.แหล่งโบราณคดีโนนยาง บ้านดอนเมย อำเภอเมือง 
4.แหล่งโบราณคดีโนนงิ้ว บ้านชาด ตำบลเก็งใหญ่ อำเภอหัวตะพาน
5.แหล่งโบราณคดีบ้านเปือยหัวดง
6.แหล่งโบราณคดีบ้านดงเฒ่าเก่า อำเภอเมือง 



แหล่งใบเสมาในยุคทวาราวดีก็มีเช่น กลุ่มใบเสมาในเขตวัดโพธิศิลา กลุ่มใบเสมาบริเวณวัดป่าเรไรกลุ่มใบเสมาหลังโรงเรียนชุมชนเปือยหัวดง ว่ากันว่าแหล่ง “ก่อนประวัติศาสตร์” นี้อยู่ในช่วง 3,000-10,000 ปีทีเดียว  ทีนี้มาพูดถึงยุคประวัติศาสตร์กันบ้าง


วัฒนธรรมแบบทวาราวดีเข้าสู่ดินแดนแถบนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ โดยยังหาไม่ได้ว่ามาจากเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาหรือมาจากแม่น้ำโขง ถ้าจะคิดตามความเชื่อของผู้เขียน ผู้เขียนเชื่อว่ามาจากทางลำน้ำโขงมากกว่าเพราะมาได้ง่ายกว่ามาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ต้องผ่านป่าเขาดงพญาเย็นที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยไข้ป่า


ผู้คนกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับความเป็นทวาราวดีก็น่าจะเป็นชนพื้นเมืองคือพวกข่าหรือโซ่ กวย ส่วย มีการพบพระพุทธรูปปางประทานอภัยที่แหล่งโบราณคดีบ้านโพนเมือง ตำบลไม้กลอน อำเภอพนานิคม พบเสมาหินทรายและธรรมจักรสมัยทวาราวดีที่แหล่งโบราณคดีดงเฒ่าเก่า บ้านนาหมอม้า อำเภอเมือง
ส่วนความเป็นขอมซึ่งตามทวาราวดีมาติดๆก็เคยมีอิทธิพลอยู่ในจังหวัดนี้เช่นกัน โดยอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-15



สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำนาจเจริญ 
1.พุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง
2.หมู่บ้านหมอลำบ้านปลาค้าว หมู่บ้านนี้เป็นหมอลำแทบจะทุกคนมีการฝึกเด็กๆ ร้องรำหมอลำสืบทอดด้วย อาชีพนี้สามารถทำรายได้เข้าหมู่บ้านได้ปีละกว่า 20 ล้านบาท
3.วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง เป็นภูเขาหินทรายที่สามารถชมวิวได้ 360 องศา มีเส้นทางดี ๆ ให้นักจักรยานขึ้นไปปั่น ไปฝึกซ้อม รวมทั้งไปแข่งขันของจังหวัดในทุกปี ด้วยเพราะมีเส้นทางปั่นจักรยานที่ดีมากนี้เองที่ทำให้เยาวชนอำนาจเจริญติดทีมชาติ
4.หมู่บ้านกิจกรรมบ้านคำพระ อำเภอหัวตะพาน ผลิตผ้าขิตและผลิตภัณฑ์จากผ้าขิต
5.วนอุทยานดอนเจ้าปู่ อำเภอพนา เป็นที่ดอนปู่ตา (ป่าสาธารณะของชุมชนเอาไว้กราบไหว้บูชาบรรพบุรุษตามความเชื่อของคนอีสาน ลาวและเขมร) ของท้องถิ่น ที่มีลิงป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
6.วัดถ้ำแสงเพชรหรือวัดศาลาพันห้อง อำเภอเมืองไปตามถนนสายอำนาจ-เขมราฐ ที่นี่อดีตคือสถานที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ชาแห่งวัดหนองป่าพง พระป่าที่ถือได้ว่าเป็นพระอริยะที่มีคนต่างชาติมาบวช มาปฏิบัติมากที่สุดในเมืองไทย
7.วัดโพธิ์ศิลา ตำบลเปือย อำเภอเมือง เป็นแหล่งทวาราวดีโบราณ เพราะพบใบเสมามากมาย
8.วัดพระเหลาเทพนิมิต มีพระเหลาเทพนิมิตศิลปะลาวที่สวยที่สุดองค์หนึ่งเป็นพระประธาน ตั้งอยู่ในอำเภอพนา
9.วัดหินพันล้านก้อน บนภูพนมดี ทำด้วยหินทรายทุบทั้งวัด แปลกและสวยงามสไตล์อีสาน วัดนี้แนะนำให้ไปเลยครับ เพราะแปลกและยังไม่ค่อยมีคนได้ขึ้นไปชม
10.บ้านนาหมอม้าผลิตผ้าและเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่




ที่อำนาจเจริญยังมีน้ำตกเล็กๆ 3 น้ำตกให้ไปเที่ยวได้แต่ต้องไปหน้าฝน เพราะเป็นน้ำตกหินทรายที่ไม่เก็บน้ำไว้คือน้ำตกตาดใหญ่ อำเภอชานุมาน น้ำตกห้วยทรายอำเภอชานุมาน น้ำตกธิดาเทพ อำเภอเมือง
จังหวัดนี้มีลำน้ำและแม่น้ำไหลผ่านคือแม่น้ำโขงที่อำเภอชานุมาน ลุ่มน้ำละโองที่อำเภอเสนางคนิคม ลุ่มน้ำพระเหลาที่อำเภอพนา ลุ่มน้ำห้วยยางที่อำเภอปทุมราชวงศา ลุ่มน้ำเซบกที่อำเภอลืออำนาจ ลุ่มน้ำเซบายที่อำเภอหัวตะพาน ลุ่มน้ำห้วยปลาแดกและเซบายที่อำเภอเมือง

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวอำนาจเจริญได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี (รับผิดชอบพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จ.อำนาจเจริญ จ.ยโสธร จ.ศรีสะเกษ) โทรศัพท์ 0 4524 3770

แสดงความคิดเห็น

ข่าวกิจกรรม

ดูทั้งหมด