โลกสีฟ้า

ยักษ์คุแห่งชานุมาน

30 ม.ค. 2561 ผู้ชม: 1,738

ยักษ์คุแห่งชานุมาน
ไปชานุมานมาเพียงครั้งเดียวก็ติดใจ เพราะเป็นเมืองติดลำน้ำโขงและมีเกาะแก่งสวยงามไม่แพ้ที่ใด ๆ 
เมืองไหนติดลำน้ำโขงผมติดใจหมดครับ เพราะลำน้ำโขงให้ความสงบเย็นในสายตาของผม ยิ่งหมู่บ้าน ตำบล อำเภอเล็ก ๆ ยิ่งชอบ เพราะชุมชนริมโขงดูแล้วสบายตา วิถีผู้คนไม่เคร่งเครียดดี



เมืองอำนาจเจริญเป็นเมืองที่จังหวัดจัดให้เป็นเมืองจักรยาน เพราะมีเส้นทางจากจังหวัดขึ้นเขาเล็กไปมาสะดวก การขึ้นเขาที่ไม่สูงนักทำให้การฝึกกำลังขาได้ดี เมืองนี้จึงมีแชมป์จักรยาน มีเยาวชนติดทีมชาติ
ผมไปเมืองนี้หลายครั้ง แต่มี 2 ครั้งที่ไปงานจักรยานไปพร้อม ๆ กับเจอบรรดายักษ์คุ ชาวบ้านชานุมานที่แต่งหน้าแต่งตาเป็นยักษ์ในตำนาน



ตำนานมีอยู่ว่า...เมื่อครั้งพระลักษณ์ พระรามและนางสีดาเดินดง ยักษ์ทศกรรฐ์มาแย่งตัวนางสีดาไปขังที่ท่าน้ำริมลำน้ำโขง ต่อมาจึงเรียกบริเวณดังกล่าวว่า ”ท่านางสีดา” ในวันนี้ ฝ่ายทศกรรฐ์เกรงว่าพระลักษณ์ พระรามจะได้ยินเสียงนางสีดาร้องไห้ ก็เลยพานางสีดาเหาะข้ามแม่น้ำโขงไปขังไว้ที่ปราสาทเฮือนหิน ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านท่ายักษ์คุ อำเภอชานุมาน ซึ่งปัจจุบันคือบ้านเฮือนหิน แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั่นเอง



ครั้นพระลักษณ์ พระรามรู้ข่าวจึงตามไปที่นั่นและได้ทำการสู้รบกับยักษ์ทศกัณฐ์ในขณะที่ม้าตัวเก่งของพระรามกระโดดเตะปราสาทเฮือนหินจนตัวปราสาทพัง ระหว่างที่ยักษ์ผู้ชายสู้กันกับพระลักษณ์ พระราม นางสีดาก็แอบหลบออกมาแต่งหน้าแต่งตารอพระราม (ไม่ห่วงสามีเลยนะเนี่ยะ) เกาะที่นางสีดามารอพระรามเรียกเกาะดอนสีนวดหรือดอนชะโนด (แสดงว่าตันชะโนดไม่ได้อยู่ที่คำชะโนดที่เดียวแล้ว)
พอรบไปรบกันไปรบกันมาจนมาถึงฝั่งขวาแม่น้ำโขง ทศกรรฐ์เป็นฝ่ายแพ้ จึงคุกเข่าร้องขอชีวิตพระลักษณ์พระราม บริเวณที่ยักษ์คุกเข่านั่นแหละคือที่มาของยักษ์ขุแล้วกลายมาเป็นยักษ์คุในปัจจุบัน
ชานุมานเป็นอำเภอเดียวที่มีพื้นที่ติดลำน้ำโขง แถวริมน้ำโขงบริเวณนั้นก็มีเกาะแก่งหินทรายเช่นเดียวกับแถบอื่นๆของริมน้ำโขงของจังหวัดอุบลราชธานี แต่ไม่ใหญ่เท่า บริเวณดังกล่าวจึงเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนท้องถิ่นและเป็นที่จัดงานของอำเภอและจังหวัด 



อำเภอชานุมานเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเมืองลาว คนลาวจำนวนหนึ่ง (ซึ่งน่าจะมากพอสมควรแต่ไม่มีหลักฐานระบุไว้) ก็ได้ข้ามมาฝั่งไทยที่บ้านท่ายักษ์คุ โดยในปี 2422 โปรดเกล้าในตั้งท่ายักขุขึ้นเป็นเมือง “ชานุมารมณฑล” ขึ้นกับอุบลราชธานี โดยมีพระปลัดซ้ายเคน ลูกของท้าวมณฑาธิราชเจ้าเมืองลำเนาหนองปรือ เป็นเจ้าเมืองคนแรกในตำแหน่ง “พระผจญจัตตุรงค์” แต่พระผจญจัตตุรงค์ไม่ได้ตั้งเมืองที่บ้านยักขุ ไปตั้งเมืองที่บ้านท่ากระดานแทน 



ครั้นมีการปฏิรูปการปกครอง เมืองชานุมารมณฑลถูกลดฐานะเป็นอำเภอชานุมารมณฑลขึ้นกับอุบลราชธานี ปี 2455 เกิดโรคระบาดร้ายแรงผู้คนส่วนหนึ่งย้ายไปอยู่จังหวัดหนองคาย พลเมืองที่ชานุมารมีน้อยลง จึงถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอชานุมานขึ้นต่ออำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลและในปี 2536 กลายมาเป็นอำเภอชานุมาน โดยเปลี่ยนจากคำว่าอำเภอชานุมาร (ซึ่งแปลว่าผู้เบียดเบียน) มาเป็นชานุมาน (ผู้มีความพยายาม) แทน อำเภอนี้ทำทั้งนา ทำทั้งประมงริมฝั่งน้ำโขง การที่เป็นเมืองริมโขงแห่งเดียว 



เมืองนี้จึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวของจังหวัด แม้ว่าจะห่างมาถึง 85 กิโลเมตร ก็ตาม ทางราชการพยายามปลุกตำนานยักษ์คุขึ้นมาเพื่อให้เป็นวัฒนท่องเที่ยว แต่ด้วยความห่างไกลและยังไม่มีแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยง จึงยังไม่ได้รับความนิยมมากมายนัก และด้วยเป็นเมืองที่เชื่อมต่อกับลาว เมืองชานุมานจึงมีธุรกิจการค้ากับลาวด้วย งานยักษ์คุจะมีกันในช่วงสงกรานต์ 

ใครสนใจไปก็ติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี 
(รับผิดชอบพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จ.อำนาจเจริญ จ.ยโสธร จ.ศรีสะเกษ) โทรศัพท์ 0 4524 3770

แสดงความคิดเห็น