โลกสีฟ้า

มอหินขาว : ภาพในอดีต

13 ก.พ. 2561 ผู้ชม: 486

มอหินขาว : ภาพในอดีต
มอหินขาวในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้วอย่างสมบูรณ์ หลายคนที่ไปชัยภูมิแล้วไม่ได้ไปมอหินขาวถือได้ว่าไปไม่ถึงชัยภูมินั่นเอง มอหินขาวเป็นกลุ่มหินทรายที่เหลือค้างจากการสึกกร่อนของน้ำ แดด สายลมที่ตั้งขึ้นแบบ “หอสูง” ลักษณะเช่นนี้คล้ายกับหอนางอุสาที่อุดร คล้ายกับเสาหินเทินที่อุบลและมุกดาหารรวมทั้งในอีกหลาย ๆ ที่ที่มีหินทรายที่มีคุณลักษณะทางธรณีวิทยาแบบเดียวกัน


ภาษาอังกฤษเรียกหินทรายตั้งแบบนี้ว่า Sandstone Pillar Rocks บ้านเราอาจจะเรียกว่า Mo Hin Khao Pillar Rocks ก็ได้ แท่งหินนี้เกิดจากการสะสมของหินทรายแป้งและดินเหนียวจากในน้ำ ครั้นสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ครั้นมีการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกจึงทำให้หินเกิดดันตัวขึ้นมา ส่วนที่อ่อนก็ถูกน้ำฝน ลมและแสงแดดกัดกร่อนไป 


หินทรายแบบนี้มีแถบอีสานเสียส่วนใหญ่แต่หลายจังหวัดภาคอื่นก็มีบ้างเช่นที่นครสวรรค์ ฯลฯ หินทรายแบบนี้ถ้าถูกลม ถูกฝนกร่อนก็จะกลายเป็น “หินเทิน” เป็น “หินแท่ง” แบบมอหินขาว แต่ถ้าถูกสายน้ำเช่นน้ำตกกัดกร่อนก็จะกลายเป็น “โบก” ริมโขง (เช่นสามพันโบกและหาดชมดาวฯลฯ) หรือไม่ก็เป็น “หลุมโบก” ตามน้ำตกแท่งหินทรายกร่อนแบบนี้มีอยู่หลายแห่งในโลกไม่ว่าในออสเตรเลีย แคนาดา เวียดนาม จีน


มอหินขาวที่เด่นขึ้นมาเพราะเป็นหิน 5 ต้นเรียงกัน ต่างจากแท่งหินทรายกร่อนอื่นๆในบ้านเรา (มุกดาหาร อุบลราชธานี ฯลฯ) ที่มีลักษณะเป็นหินเทิน มอหินขาวนี้ค้นพบมานานแล้วครับ ชาวบ้านก็ไปถางป่าทำไร่มาตั้งแต่สมัยแถบนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของฝ่ายคอมมิวนิสต์ มารู้จักต่อสาธารณะก็เมื่อหอการค้าชัยภูมิพานักข่าวพวกผมนี่แหละไปสำรวจ ไปเอามาลงข่าวเมื่อ 10 กว่าปีก่อนนั่นเอง จำได้ว่าผมขอเขาไปถ่ายตอนเช้ามืดที่พระอาทิตย์และพระจันทร์ยังอยู่บนฟ้าพร้อม ๆ กันแต่คนละด้าน ผมถ่ายพระอาทิตย์และพระจันทร์เหนือยอดเสาหินเทินออกสู่สาธารณะอย่างสวยงาม นั่นแหละที่เป็นปฐมบทให้มอหินขาวกลายเป็นที่สนใจของคนในจังหวัดและทั่วไป 


ยุคโน้นไม่ได้มีระบุชื่อเลยว่าหินเหล่านั้นมีชื่อว่าอะไรบ้าง ตอนหลังก็ตั้งชื่อกันเปรอะไปตามจินตนาการของใครก็ไม่รู้ สมมุติกันขึ้นมาเอาเองแท้ ๆ จะเพื่อการค้าแบบบอกคุณสมบัติทางอิทธิฤทธิ์กันไป ทั้ง ๆ ที่มันก็คือหินทรายกร่อนที่ตั้งมานานแล้วตั้ง 197-175 ล้านปี 


ผมเอาภาพถ่ายเก่า ๆ ที่เคยถ่ายไว้นานแล้วเอามาให้ท่านได้ชมครับ ครั้งแรกที่ไปยังรกอยู่มาก แต่ตอนหลังก็มาถางป่าให้ดูดีขึ้น ภาพที่ถ่ายตอนนั้นยังไม่ได้กั้นหรือปลูกอะไรล้อมรอบเลยครับ ดูแล้วก็สบายตาดีกว่า



มอหินขาวไม่ใช่มีเพียงแต่หินตั้งห้าก้อนเท่านั้นนะครับ ยังมีปุ่มหินอีกมากมายกระจายกันอยู่แถบนั้นอีกหลายกลุ่ม ปัจจุบันมีนักล่าช้างเผือกหรือคนล่าถ่ายทางช้างเผือก นิยมใช้มอหินขาวเป็นซับเจ็คถ่ายร่วมกับทางช้างเผือกกันเยอะครับ พูดง่ายๆว่ามอหินขาวขายได้ทั้งกลางคืนและกลางวัน



ผู้คนนิยมไปเที่ยวกันในหน้าหนาวครับเพราะอากาศบนนั้นยะเยือกท้าทายดี แต่หน้าร้อนเวลาถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้นก็สวยนะครับ เพราะช่วงนี้พระอาทิตย์จะเป็นดวงสีแดงกลมเหมือนไข่ดาวเลยละครับ



สอบถามข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยว จ.ชัยภูมิ ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา (รับผิดชอบพื้นที่ จ.นครราชสีมา จ.ชัยภูมิ) โทร. 0 4421 3030, 0 4421 3666

แสดงความคิดเห็น