โลกสีฟ้า

ได้เวลาของ “หาดโขด แสนไคร้”

20 ก.พ. 2561 ผู้ชม: 1,568

ได้เวลาของ “หาดโขด แสนไคร้”
อย่างที่ว่าไปล่ะครับว่าแม่น้ำโขงในเวลานี้แทบจะตกอยู่ในกำมือจีนไปแล้วทั้งสาย เพราะพ่อจะปล่อยน้ำหรือไม่ปล่อยน้ำออกจากเขื่อนจำนวนมากอันเป็นต้นทาง ท้ายน้ำก็มีน้ำหรือไม่มีน้ำใช้ก็แล้วแต่จีนจะโปรด
อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งหนึ่งที่จีนยังคุมไม่ได้ก็คือฤดูกาลครับ ฤดูกาลจีนยังคุมไม่ได้ เพราะฤดูกาลไม่ได้ขึ้นต่ออำนาจรัฐจีนแต่ขึ้นต่อธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่กว่า 


แม้ว่าจีนจะอยู่ต้นน้ำและเป็นผู้กำหนดน้ำเอาตามใจ แต่ความแห้งแล้งของฤดูกาลก็คือความแห้งแล้งของฤดูกาล แม่น้ำโขงทั้งสายเวลานี้แห้งลงตามฤดูกาลของมันเป็นธรรมชาติ ความแห้งแล้งที่นอกจากจะทำให้ “สามพันโบก” กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว หาดโขด แสนไคร้ของบ้านห้วยค้อ บ้านหนอง บ้านภูเขาทอง บ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปด้วย

ต่างที่ว่า..ที่โน้นมี “โบก” แต่ที่นี่มี “โขด” โขดกับ “ไคร้” ไคร้เป็นต้นไม้มหัศจรรย์ “ครึ่งบกครึ่งน้ำ” ที่ไม่เคยตายแม้จะถูกน้ำโขงท่วมมิดมันเป็นเวลานานนับเดือน ๆ มันสามารถเห็นเดือนเห็นตะวันได้ก็ในช่วงหน้าแล้งนี้เท่านั้น นอกนั้นก็คือ..จมอยู่ใต้น้ำ!


ผมได้มีโอกาสเดินทางผ่านเส้นทางนี้หลายครั้ง หลายฤดูกาล ในแต่ละครั้งแต่ละฤดูกาลก็อยากแวะเที่ยวแวะชม เพราะริมโขงรอยต่อเลยกับหนองคายช่วงนี้เป็นช่วงที่มีบรรยากาศดีจริง ๆ 


ในอดีตที่ผ่านมาริมโขงแถบนี้ออกจะไกลปืนเที่ยงสักหน่อยเพราะในยุคที่ลาวเป็นคอมมิวนิสต์ซ้ายจัด ไทยกลัวผีคอมมิวนิสต์ ดินแดนแถบนี้แทบจะไม่มีใครมายกเว้นคนพื้นเมือง ที่ไม่กล้ามาเพราะกลัวถูกเพ่งเล็งจากทางราชการ จะมีก็แต่พวกหนีตายจากเมืองอื่นที่เข้ามาถากถางป่าทำไร่นั่นแหละที่..”ไม่กลัวตาย” แต่..”กลัวออดตาย” พวกเขานั่นแหละที่เป็น..”กองหน้า” ของการบุกเบิกแผ่นดินตรงนี้


เกาะแก่งนับพันแห่งนี้ สมัยโน้นเป็นที่หากิน (ปลาเล็ก) และหลบภัยของพวก “ปลาหนัง” ทั้งหลายไม่ว่าปลาแค่ ปลาคัง ปลาบึก แต่ปัจจุบัน น่าจะเหลือแต่ “ปลาแค่”กับ “ปลาคัง” “สวาย” “เทโพ” และปลาหนังอื่น ๆ เท่านั้น ส่วน “ปลาบึก” ซึ่งเคยว่ายทวนน้ำไปวางไข่บนต้นน้ำผ่านเกาะแก่งแห่งนี้น่าจะถูกจับกินไปแทบจะหมดแล้ว


ผมไม่ต้องบรรยายให้มากว่าเกาะแก่งนั้นสวยอย่างไร เพราะดูได้จากภาพถ่ายเอาก็ได้ แต่ที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงความหลากหลายของรูปทรงของโขดและทรายน้ำจืดที่หลากหลายศิลปะเท่านั้น แต่การล่องโขงอยู่ที่ความน่าตื่นเต้นของการวิ่งเรือทวนน้ำล่องโขงอีกต่างหาก


แม้ว่าการล่องโขงจะไม่น่ากลัวอย่างที่คนไม่เคยนั่งคิดเพราะคนขับเรือเขาก็ขับกันจนชำนาญแล้ว แต่ถึงจะชำนาญอย่างไรแต่ก็ควรไม่ประมาท เพราะบางคนนั่งเรือไม่เป็น เวลาเรือเทไปข้างไหนก็จะเอียงตัวไปอีกข้างแบบเททั้งกระจาด เรือล่มกันก็เพราะสาเหตุนี้แหละ ดังนั้นเมื่อเขามีเสื้อชูชีพให้ก็ใส่ ๆกันเอาไว้ดีกว่า เพราะกันดีกว่าแก้ ไม่ใส่เสื้อชูชีพก็ผิดกฎหมายด้วย


ค่าเรือเขาก็ลำละ 300 บาท ใครไปก็ควรเตรียมน้ำเตรียมอาหารตามใจเอาไปด้วย เพราะจะหิวน้ำในช่วงการเดินเล่นบนเกาะแก่ง การกินอาหารในบรรยากาศที่สวยงามยามเย็นนั้นจะอร่อยกว่าธรรมดา
หินบนเกาะแก่งของที่นี่ไม่ใช่หินทรายแบบริมโขงสามพันโบกของอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ดังนั้นแถบนี้จึงไม่มีโบกหรือหลุม แต่จะมีหินที่แหลมคม ดังนั้นการเดินทางไปตามเกาะแก่งจึงต้องระมัดระวัง รองเท้าที่ใช้จึงต้องหุ้มส้นสักหน่อย แต่ถ้าใครอยากจะแช่เท้าในน้ำ ก็ใช้รองเท้ายางหุ้มส้นที่น้ำสามารถไหลออกได้ก็จะดี


ระหว่างเดินทาง..ในช่วงเช้าเราอาจจะไม่ได้เห็นฝูงนกบินเรี่ยลำน้ำโขง เพราะมันต่นเช้ากว่าคน แต่ในช่วงเย็น เราสามารถเห็นมันบินตามลำโขงได้ บางแห่งก็เป็นที่นอนของนก เข้าใกล้ก็เตรียมกล้องถ่ายรูปเอาไว้ให้ดี เพราะอย่างไรมันก็ต้องบินขึ้นฟ้าแน่นอน


นกตัวเล็กผมจำชื่อไม่ได้แล้วว่าชื่ออะไร มันหากินอยู่ตามทรายบนเกาะแก่ง เชื่อว่ามันต้องออกไข่ออกลูกบริเวณนั้นแน่ ถ้าหน้าหนาวเราอาจจะเจอนกเป็ดจากภาคเหนือของทวีปมากินอาหารด้วย แต่ยังไงก็ไม่เท่าตามบึงน้ำนิ่งอีสานหรือตามทะเลสาบใหญ่ ๆ เพราะเป็ดอพยพพวกนี้ชอบน้ำนิ่งมากกว่า
ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ถ่ายภาพสะท้อนน้ำยามเย็นครับ แต่ถ้าจะอยู่นานขนาดนั้นก็ให้สอบถามคนขับเรือกันเสียก่อนว่าจะอยู่ได้ไหม อันตรายตอนขับกลับหรือไม่ แต่ถ้ากลัวอันตรายก็อย่าเสี่ยงดีกว่า


สอบถามข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยว จ.หนองคาย ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี (รับผิดชอบพื้นที่ จ.อุดรธานี จ.หนองคาย) โทร. 0 4232 5406-7

แสดงความคิดเห็น