งานประเพณีบุญหลวงผีตาโขน (Phi Ta Khon Festival)

งานประเพณีบุญหลวงผีตาโขน  (Phi Ta Khon Festival)

งานประเพณีบุญหลวงผีตาโขน  (Phi Ta Khon Festival)

 

 

     

ผีตาโขน

                เป็นประเพณีการละเล่นพื้นบ้าน  ที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมอันดีงามที่น่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชาวอำเภอด่านซ้าย  จังหวัดเลย ซึ่งได้ยึดถือสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล

                เทศกาลงานบุญผีตาโขนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “งานบุญหลวง” ซึ่งถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของท้องถิ่นโดยรวมเอา “งานบุญพระเวส” ( ฮีตเดือนสี่ ) และ“งานบุญบั้งไฟ” (ฮีตเดือนหก) เข้าไว้เป็นงานบุญเดียวกัน งานบุญพระเวสนั้นเป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติ ทั้ง 13 กัณฑ์  ซึ่งถือว่าได้รับอานิสงส์แรงกล้าบันดาลให้พบพระศรีอริยเมตไตรย์ในชาติหน้า ส่วนงานบุญบั้งไฟเป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมืองและถือเป็นประเพณีการแห่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล  ในงานบุญหลวงนี้จะมีกองทัพ“ผีตาโขน” ออกวาดลวดลายทั่วเมืองด่านซ้ายร่วมสร้างความสนุกสนานครื้นเครงในขบวนแห่ด้วย

                ที่มาของคำว่า “ผีตาโขน” นั้นบ้างก็ว่าน่าจะมาจากการที่ผีเหล่านี้สวมหน้ากากคล้ายลักษณะของหัวโขน  แต่เดิมบางคนเรียกว่า “ผีตาขน” แต่ก็หาความหมายไม่ได้ชัดแจ้ง และจากคำบอกเล่าของเจ้าพ่อกวนคณะเข้าทรงว่า “ผีตามคน” ต่อมาจึงเพี้ยนเป็น “ผีตาโขน”ในที่สุด

                พิธีวันแรกเริ่มด้วยพิธีเบิกพระอุปคุต โดยคณะของแสนทุกคนจะนำอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ มีมีด ดาบ หอก ฉัตร ถือเดินตามขบวนจากวัดโพนชัยไปที่ริมฝั่งแม่น้ำหมัน  เพื่อเชิญพระอุปคุต (คือก้อนกรวดสีขาว) ในแม่น้ำ  เล่าขานกันว่าเมื่อมีงานบุญใหญ่โตมักมีมารมาผจญ  จึงต้องเชิญพระอุปคุตมาเพื่อช่วยปราบมารให้ราบคาบ เมื่อได้พระอุปคุตแล้วจะนำใส่หาบเคลื่อนขบวนกลับมาทำพิธีที่หออุปคุตวัดโพนชัย

                ในตอนรุ่งเช้าจะมีขบวนแห่ไปที่บ้านเจ้าพ่อกวนเพื่อที่จะทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่เจ้าพ่อกวนและเจ้าแม่นางเทียม  เมื่อได้เวลาอันสมควรเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม คณะแสน  นางแต่ง  บรรดาผีตาโขนใหญ่ ผีตาโขนเล็กทั้งหลาย ตลอดจนขบวนเซิ้งจะร่วมกันเคลื่อนขบวนแห่ไปยังวัดโพนชัย เวียนรอบอุโบสถ 3 รอบ ซึ่งจะมีผีตาโขนจำนวนมากเที่ยวหลอกล่อผู้คนที่มาร่วมงานอย่างสนุกสนาน

                วันที่สองบรรดาผีตาโขน จะเริ่มเล่นกันตั้งแต่เช้า  ส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มกันอยู่ที่วัดโพนชัยวาดลวดลายเต้นตามจังหวะดนตรีที่สนุกสนานครื้นเครงจนถึงเวลาพิธีอันเชิญพระเวสสันดรและนางมัทรีเข้าเมือง (แห่พระเวส) เมื่อขบวนแห่ถึงวัดโพนชัยจะเดินเวียนรอบโบสถ์ 3 รอบ ในระหว่างที่เคลื่อนขบวนจะมีการโปรยกัลปพฤกษ์ซึ่งก็คือ เหรียญเงินเหรียญทองซึ่งทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะแย่งกันเก็บไว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง เป็นที่สนุกสนาน

                หลังจากนั้นบรรดาผู้เล่นผีตาโขนจะนำชุดและอุปกรณ์ที่ใช้เล่นไปทิ้งลงแม่น้ำหมัน ถือเป็นการลอยเคราะห์ให้ไหลล่องไปกับแม่น้ำ (แต่ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเก็บไว้ใช้ประดับบ้านหรือเก็บไว้ใช้อีกในปีหน้า) วันที่สามจะเป็นการฟังเทศน์มหาชาติ  ตั้งแต่เช้ามืดเพื่อกล่อมเกลาจิตใจและได้อานิสงส์ผลบุญแรงกล้า เป็นอันเสร็จพิธี

 

Phi  Ta Khon

Each year,  the old community of Dansai in the northwestern Loei province holds the Phi Ta Khon festival. The traditional merit ceremony which has been passed on from generation to generation

Phi Ta Khon is part of Bun Luang festival which is the most important local celebration. The people of Dansai have combined two festival, Bun Phra Wet – the festival of the fourth lunar month, and Bun Bang Fai – the festival of the sixth lunar month commonly known  as the bamboo rocket festival. Bun Phra Wet  is a religious ceremony where the local people congregate to listen continuously to as much as thirteen Buddhist sermons. It is believed that participants will “make merit” and be brought closer to meeting Lord Si-Ariya, the next Lord after Lord Buddha, in their next life. Bun Bang Fai festival is held to worship spirits, the protectors of the village, and to ask for sufficient rain to arrive in time for the coming farming season.

On the first day of worship, activities begin as early as 3 or 4 inthe morning, led by Saen and a group of men, the procession moves from Phon Chai Temple to the Man River. There, before  the sun rises, they perform a sacrificial rite to invite Phra Uppakut  (a white pebble) from below the water to ceremony. The procession brings Phra Uppakut back to  the Phon ChaiTemple where the sacred worship in his honor begins.

 

Phra Uppakut      is a monk with supernatural power. After having reached the highest stage of meditation and having become so powerful that he has lived an eternal life, Phra  Uppakut  could be transformed into anything he chose. He decided to become a white pebble and live solitary and peaceful existence below the water. Because of his supernatural power, the villagers believe that Phra Uppakut  is the only one who can protect the village from evil spirits.

                At dawn on the second day, local people disguise themselves as Phi Ta Khon figures and cheerfully perform the masked dance around the village. In the afternoon, the Phra Wet  worship procession commences with a group of Saen and villagers carring the offerings and the ceremonial objects, followed by a reserved image of Lord Buddha and four monks. While Jao Por Kuan sits on a bamboo rocket on a colorful decorated float accompanied by Jao Mae Nang Tiam and Nang Taeng.The group of Phi Ta Khon figures create joy and excitement along the way. Late that day, bamboo rockets are  launched into the sky in the hope of bringing rain.

                In the past ,as a gesture to get rid of bad luck and misfortune, those who had disguised themselves as Phi Ta Khon figures threw their costumes into the Man River after the ceremonial walk. Nowadays, participants keep their costumes for the following year or as decorations.

                In the early morning of the third and final ceremonial day, the villagers return to the temple  to listen to Buddhist sermons for one last time,  bringing an end to Dansai’s most important festival of the year.

 

ลักษณะผีตาโขน

                ผีตาโขนแต่งกายด้วยชุดทำจากเศษผ้านำมาเย็บติดกันมี “หมากกะแหล่ง” (ลักษณะคล้ายกระดิ่งใช้แขวนคอกระบือ) หรือกระดิ่ง กระพรวน กระป๋องผูกติดกับบั้นเอว แขวนคอ หรือถือเคาะเขย่า เพื่อให้เกิดจังหวะและมีเสียงดังเวลาเดินแบบขย่มตัว ส่ายสะโพก โขยกขาและขยับเอว

            ผีตาโขนทุกตัวจะมีอาวุธประจำกายเป็นดาบ หรือง้าว ซึ่งทำจากไม้เนื้ออ่อน  โดยจะทำให้มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชายและจะทาสีแดงตรงปลายเอาไว้หยอกล้อเพื่อให้เกิดการตื่นเต้นขบขัน และสนุกสนาน มิได้ถือเป็นเรื่องอุจาดลามกหรือหยาบคายแต่อย่างใด

 

Characteristic

 

                Phi Ta Khon figures wear costumes made of rags and colorful scratches of cloth. Hung on their necks or tided around their waists are tin cans and a mak-ka-lang to create ratting sounds when they move and dance. A  mak-ka-lang  is a traditional wooden bell worn around the neck of cows and buffaloes that creates a tinkling sound, therefore enabling their owners to keep track of their location. Some of the Phi Ta Khon figures carry symbolic weapons made from soft wood carved in the shape of an oversized pennis with a splash of red paint on the tip. The figures carrying these phallus often interact with the crowd who are highly amused by their antics.

 

การทำหน้ากากผีตาโขน

 

                ส่วนหัวของหน้ากากผีตาโขน ทำด้วยหวดนึ่งข้าวเหนียวนำมาหักพับขึ้นให้มีลักษณะคล้ายหมวก  ส่วนหน้าทำจากโคนก้านมะพร้าวถากเป็นรูปหน้ากาก  แล้วเจาะช่องตา  สำหรับจมูกของผีตาโขนนั้น  ในสมัยก่อนจะมีขนาดเล็กคล้ายจมูกของคนธรรมดาทั่วไป  แต่ในปัจจุบันมักทำในลักษณะยาวแหลมคล้ายงวงช้าง   โดยทำจากไม้นุ่นซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน นำมาแกะเป็นรูปทรงต่างๆ ส่วนเขาทำจากปลีมะพร้าวแห้งนำมาตัดเป็นขนาดและรูปทรงตามต้องการ

                การประกอบส่วนต่างๆของหน้ากาก ส่วนหัวหน้าและเขาก็ใช้เชือกเย็บติดเข้าด้วยกัน ส่วนจมูกยึดติดกับหน้ากากโดยใช้ตะปูยึดจากด้านใน  การตกแต่งลวดลายต่างๆ ในปัจจุบันนิยมใช้สีน้ำมันหรือจะใช้สีจากธรรมชาติ เช่น ขมิ้น ปูนขาว ขี้เถ้า ปูนแดง เขม่าไฟ เมื่อตกแต่งลวดลายเสร็จแล้ว ด้านหลังจะใช้เศษผ้าเย็บต่อจากหน้ากากและหวดให้คลุมส่วนคอจนถึงไหล่

                การทำหน้ากากผีตาโขนเป็นงานศิลปะพื้นบ้าน  ที่ถูกถ่ายทอดสู่ลูกหลานรุ่นแล้วรุ่นเล่า  โดยมีรูปแบบหลากหลายตามจินตนาการของผู้ทำและตามอิทธิพลต่างๆ ที่ได้รับ แต่ก็ยังรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นผีตาโขนไว้เป็นอย่างดี

 

How to make Phi Ta Khon mask

 

                The Phi Ta Khon mask is a traditional folk craft unique to the Dansai area in Loei province. Although, subject to the maker’s creative and imaginative interpretations, each mask adheres faithfully to traditional Phi Ta Khon style .

                The Phi Ta Khon mask consists of three major components: the hat, the face, and the nose. The hat is made of a “ huad ” – a traditional woven bamboo container used for steaming sticky rice. The huad used for the Phi Ta Khon mask is folded up like a hat in order to fit on a person’s head. The face element of the mask is made from a coconut leave sheath with small openings cut for the eyes. The nose is made from soft wood. In the past, the nose was quite simple. However, over the year it has become more elaborately shaped and details. Sometimes, two horns made of dried coconut lobes are also added to the mask.               

                The various elements are joined together using string and nails, before the mask is elaborately painted. To complete each mask, narrow swatches of shoulder length cloth are sewed and glued to cover the back part of the mask.

 

*************************     

 

                สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

: ที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย  โทร. 0 4289  1266

:การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย โทร.0 4281 2812, 0 4281 1405

: การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอด่านซ้าย โทร.0 4289 1094

 

                For more information, Please contact

: DanSai District Office  Tel. 0 4289  1266

:TAT , Loei Office  Tel.0 4281 2812, 0 4281 405

: Dan Sai District Non-Formal and Informal Education Center Tel.0 4289 1094

ผู้ชม: 1,522

แสดงความคิดเห็น

เที่ยว พัก กิน ถิ่นอีสาน

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านเลยดานัง เป็นร้านอาหารเวียดนามที่เปิดคู่กับจังหวัดเลยมานานหลายปี สาขาที่ 2 บรรยากาศภายในร้านยังคงตกแต่งแบบเรียบง่าย มีกลิ่นอายเวียดนาม เน้นการบริการแบบเป็นกันเอง บริการอาหารเวียดนามต้นตำรับ มีทั้ง แหนมเนือง, กุ้งพันอ้อย, บั่นหอย, เปาะเปี๊ยะสด, เปาะเปี๊ยะทอด และเพิ่มเมนูพิเศษเอาใจลูกค้าอย่างเมนู ส้มตำ แกงเห็ด เพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้ามากขึ้น เหมาะกับการทานอาหารกับกลุ่มพื่อน คนรู้ใจ หรือมาทานกับครอบครัว

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

ใดเฮงบูติคโฮเต็ล เปิดให้บริการอยู่ถนนชายโขง ที่ตั้งโรงแรมอยู่ไม่ไกลกันมาก ซึ่งสไตล์การตกแต่งคงคอนเซ็ปต์ของโรงแรมใดเฮงเอาไว้ บรรยากาศทั้งสองที่คล้ายๆ กันตรงที่อยู่ริมแม่น้ำโขง จุดเด่นของสาขาที่ 2 แห่งนี้ก็คือ เพียงเปิดประตูออกจากห้องพักก็สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขง ทอดยาวไปจนสุดสายตา นับเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่นักท่องเที่ยวต่างหลงรัก

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน ตัวบ้านเป็นสีเหลือง แต่ด้านในทาด้วยสีเขียว บรรยากาศภายนอกมีต้นไม้ล้อมรอบ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้เลื้อย โซนทานอาหารด้านในเป็นเก้าอี้ไม้ ด้านนอกต่อเติมให้เป็นโซนทานอาหารแบบเอาท์ดอร์ ด้วยโต๊ะหินอ่อนหลังคามุงจาก เมนูอาหารส่วนใหญ่เป็นเมนูจากปลาน้ำโขง อาทิ ปลาช่อนน้ำตก, ปลาลุยสวน และเมนูอื่นๆ อย่าง หมึกสดไข่เค็ม และส้มตำทอด

ดูทั้งหมด