ขอฟ้าขอฝน “ผีขนน้ำ”

ขอฟ้าขอฝน “ผีขนน้ำ”
ขอฟ้าขอฝน ผีขนน้ำ 

จำลอง บุญสอง 

ขอฟ้าขอฝน “ผีขนน้ำ” 

     อีสานมีการยิงบั้งไฟเพื่อขอฟ้าขอฝนจากพระยาแถนกันหลายจังหวัด โดยเฉพาะแถบอีสานกลางแถวร้อยเอ็ด กาฬสินธ์ แต่การขอฟ้าขอฝนให้ถูกต้องตามฤดูกาลไม่ได้มีแต่อีสานเท่านั้น ที่อื่นก็มี แต่มีในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละชุมชน 

     ประเพณีผีขนน้ำของชาวบ้าน บ้านนาซ่าว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นอีกพิธีหนึ่งในการขอฟ้าขอฝนในยุค Sufficiency Economyหรือระบบเศรษฐกิจพอกินพออยู่ที่ Expired ไปแล้วตั้งแต่สมัยกลาง แต่การที่ประเพณีดังกล่าวตกค้างมาอยู่ในยุคทุนนิยมได้ก็เพราะอีสานบ้านเราไม่ได้เจริญทางด้านอุตสาหกรรมมาแบบยุโรปที่เขาปฏิวัติอุตสาหกรรมจนระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมครอบงำไป ทุกอนูแล้วนั่นเอง 

     ทั้งนี้ทั้งนั้นการขอฟ้าขอฝนของบ้านนาซ่าว จะขอจากพญาแถนหรือไม่ ผมไม่แน่ใจแต่การที่มี “บั้งไฟ” เป็นองค์ประกอบหลักอยู่ด้วย เราคงต้องเดาว่าน่าจะมาจากความเชื่อแบบเดียวกัน 

     “คุณวิชิต ทำทิพย์” ตัวตั้งตัวตีในการรักษาประเพณีผีขนน้ำเล่าให้ฟังว่า ชุมชนพวน นาซ่าว อพยพมาจากเมืองลาวหลวงพระบาง มีอาชีพทำนามาตั้งแต่โบร่ำโบราณ ประเพณีนี้เป็นประเพณีสำคัญของหมู่บ้าน ดังนั้นแม้ว่าลูกหลานจะไปทำงานที่อื่นๆ พวกเขาจะหาทางกลับมาเยี่ยมบ้านเพื่อร่วมงานผีขนน้ำ 

     “งานจะมีขึ้นตอนแรมหนึ่งค่ำเดือนหกของทุกๆปี” 

     จุดประสงค์ของการจัดงานผีขนน้ำก็คือ “ขอฟ้าขอฝน” นอกจากขอฝนแล้วในพิธีดียวกันจะมีการรำลึกถึง “ผีบรรพบุรุษ” ขอให้บรรพบุรุษคุ้มครอง ไม่เพียงแต่เท่านั้นยังมีการรำลึกถึง “ผีวัวควาย” ด้วย ที่ต้องบวกผีวัวควายเข้าไปในพิธีนี้ก็เพราะต้องนึกถึงบุญคุณของวัวควายที่ช่วยเราทำนาหาเลี้ยงชีวิตเราด้วย 

     เรื่องการนึกถึงบุญคุณควายของคนบ้านนี้ ทำให้ผมนึกถึงการนึกถึงบุญคุณหมา บุญคุณอีกา จัดให้มีการไหว้รำลึกถึงบุญคุณสัตว์หลากหลายชนิดที่ผมไปร่วมพิธีไหว้สัตว์เหล่านั้นที่เนปาลเมื่อหลายปีก่อนซึ่งไม่แตกต่างกันเลย ทำให้คิดว่า “จิตสังคม” ในยุคระบบเศรษฐกิจพอกินพออยู่นั้นมีอะไรดีๆไม่เยอะ ที่เหลือๆอยู่ให้เราดูในยุคทุนนิยมปัจจุบันนั้นเป็นประเพณีที่ตกค้างเท่านั้น จิตสังคมแบบยุค Sufficiency Economy นั้นเราหาไม่ได้อีกแล้วครับ 

     “เดิมเราเล่นผีขนน้ำกัน 4 หมู่บ้านเดียวนี้คนมากขึ้นเล่นกันถึง 15 หมู่บ้านแล้ว” คุณวิชิตบอก 

     “เราฆ่าหมูไหว้ศาลบรรพบุรุษ 3 ปี พอปีที่ 4 ต้องใช้ควาย ปีนี้เป็นปีที่ใช้ควายไหว้ พอไหว้เสร็จก็กิน” คุณมาช้าไปไม่ได้เข้าร่วมลุงวิชิตหัวเราะเสียงใส 

     เราไปดูเขาทำแพดอกไม้ที่จะแห่ตอนสามโมงที่หน้าศาลบรรพบุรุษตอนสายๆ แพดอกไม้ที่บ้านนี้เขาทำโครงด้วยกาบกล้วยแบบโครงบ้าน ทำเสร็จก็เอาดอกไม้มาประดับ พูดถึงแห่ดอกไม้เข้าวัดนี่ทำให้นึกถึงแห่ต้นดอกไม้ที่บ้านแสงภา อำเภอด่านซ้าย ผมว่ามีที่มาแบบเดียวกันร้อยเปอร์เซ็นต์ 

     ตอนแห่ต้นดอกไม้ออกจะสนุกสนานนะครับเพราะเป็นเรื่องของชาวบ้านโดยตรง แห่ไปรำไป รำไปก็ดื่มไป ดื่มไปก็เมาไป ผมเห็นหมอบตามทางกันเยอะทีเดียว 

     รุ่งขึ้นอีกวันเราไปดูการทำพิธีไหว้ผีบรรพบุรุษที่ศาลประจำหมู่บ้าน งานนี้มียายคูณเป็นผู้ทำพิธี ยายคูณอายุประมาณแปดสิบแล้วครับ เป็นผู้ทำพิธีสืบทอดมานานหลายปีตามหน้าที่ของคนในตระกูล 

     ทำพิธีบนศาลเสร็จคณะผู้ทำพิธีซึ่งประกอบไปด้วยชาย 2 หญิง 2 ก็มารำรอบๆบั้งไฟชุดเล็กที่ชาวบ้านเขาแห่มาวางไว้ 

     ระหว่างรำบรรดาคนที่แต่งชุดผีขนน้ำต่างร่ายรำประกอบดนตรีแบบอีสาน ต้องบอกว่าสนุกครับดนตรีอีสานเนี่ยะ ถ่ายรูปไป อดไม่ได้ที่จะเต้นไปด้วย แต่เต้นอยู่ในทีนะครับ อายเขา เดี๋ยวเขาจะหาว่าไม่เจียมบอดี้… อิ..อิ..อิ 

     แห่หน้าศาลเสร็จก็เดินทางไปร่วมพิธีที่หน้าอบต. ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และผู้อำนวยการททท.สำนักงานจังหวัดเลยเข้าร่วมด้วย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลงทุนแต่งชุดผีขนน้ำ ส่วนผู้อำนวยการททท. สำนักงานเลย ก็รำเฉิบๆให้ผมถ่ายรูปอย่างสนุกมือ 

     หลังจากพิธีเสร็จขบวนผีขนน้ำอันประกอบไปด้วยเด็กนักเรียนและชาวบ้าน 15 หมู่บ้านต่างทยอยเดินไปวัดท่ามกลางความร้อนเกือบจะใกล้ 40 องศา คิดดูแล้วกันว่าคนที่อยู่ภายใต้การแต่งตัวรุ่มร่ามนั้นจะเหงื่อไหลไคลย้อยกันมากมายเพียงใด ดีที่ว่าระยะทางในการแห่นั้นสั้น แถมมีคนเอาน้ำ เอาน้ำหวานใส่น้ำแข็งแจกให้ดื่มฟรี ขณะที่ดนตรีจังหวะเร้าใจของอีสานที่เอามาเล่น มาเปิดให้เต้น ก็ช่วยให้ความร้อนรุ่มนั้น 

     “เต็มไปด้วยชีวิตชีวา” 

     ปล.พิธีบุญบั้งไฟเพื่อขอฟ้าขอฝนนั้นทำกันในช่วงหน้าแล้งต่อหน้าฝนเพื่อเป็นการขอฟ้าฝนต่อพญาแถนให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และเพื่อขอให้ข้าวปลาอาหารบริบูรณ์ บั้งไฟที่เข้าร่วมพิธีนั้นมีทั้งบั้งไฟหมื่นและบั้งไฟแสน บั้งไฟหมื่นใช้ดินปืนหนัก 12 กิโลกรัม บั้งไฟแสนใช้ดินปืนหนัก 120 กิโลกรัม บั้งไฟตะไลก็มี

     เดี๋ยวนี้แข่งบั้งไฟมีเล่นการพนันกันแทบทุกที่ หลายแห่งอัดดินปืนมาก จนเกิดระเบิดบาดเจ็บล้มตายกันทุกปี ส่วนใครจะไปเที่ยวงานผีขนน้ำในปีหน้าก็ให้ไปช่วงเวลาดังกล่าวข้างต้น และขอแนะนำให้ไปพักที่เชียงคาน เพราะช่วงนั้นเชียงคานเงียบสงบและชาวบ้านยังคงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเลยครับ 
ผู้ชม: 738

แสดงความคิดเห็น

เที่ยว พัก กิน ถิ่นอีสาน

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านอาหาร เลยดานัง สาขา 2 เลย

ร้านเลยดานัง เป็นร้านอาหารเวียดนามที่เปิดคู่กับจังหวัดเลยมานานหลายปี สาขาที่ 2 บรรยากาศภายในร้านยังคงตกแต่งแบบเรียบง่าย มีกลิ่นอายเวียดนาม เน้นการบริการแบบเป็นกันเอง บริการอาหารเวียดนามต้นตำรับ มีทั้ง แหนมเนือง, กุ้งพันอ้อย, บั่นหอย, เปาะเปี๊ยะสด, เปาะเปี๊ยะทอด และเพิ่มเมนูพิเศษเอาใจลูกค้าอย่างเมนู ส้มตำ แกงเห็ด เพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้ามากขึ้น เหมาะกับการทานอาหารกับกลุ่มพื่อน คนรู้ใจ หรือมาทานกับครอบครัว

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

Dai Heng Boutique Hotel สาขา 2

ใดเฮงบูติคโฮเต็ล เปิดให้บริการอยู่ถนนชายโขง ที่ตั้งโรงแรมอยู่ไม่ไกลกันมาก ซึ่งสไตล์การตกแต่งคงคอนเซ็ปต์ของโรงแรมใดเฮงเอาไว้ บรรยากาศทั้งสองที่คล้ายๆ กันตรงที่อยู่ริมแม่น้ำโขง จุดเด่นของสาขาที่ 2 แห่งนี้ก็คือ เพียงเปิดประตูออกจากห้องพักก็สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขง ทอดยาวไปจนสุดสายตา นับเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่นักท่องเที่ยวต่างหลงรัก

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน เชียงคาน

ครัวคุณปืน ตัวบ้านเป็นสีเหลือง แต่ด้านในทาด้วยสีเขียว บรรยากาศภายนอกมีต้นไม้ล้อมรอบ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้เลื้อย โซนทานอาหารด้านในเป็นเก้าอี้ไม้ ด้านนอกต่อเติมให้เป็นโซนทานอาหารแบบเอาท์ดอร์ ด้วยโต๊ะหินอ่อนหลังคามุงจาก เมนูอาหารส่วนใหญ่เป็นเมนูจากปลาน้ำโขง อาทิ ปลาช่อนน้ำตก, ปลาลุยสวน และเมนูอื่นๆ อย่าง หมึกสดไข่เค็ม และส้มตำทอด

ดูทั้งหมด