วัดศรีมงคลใต้

วัดศรีมงคลใต้
พระวิหารวัดศรีมงคลใต้ เป็นอาคารขนาดใหญ่ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบล้านช้าง ก่ออิฐถือปูน ตั้งอยู่บนฐานเล่นระดับไม่สูงนัก ป้านลมเป็นนาคสะดุ้งประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ หลังคาเป็นจั่วลดหลั่นเป็นชั้น หน้าบันประดับด้วยลวดลายปูนปั้นสลักลวดลายเทพนมและลายเครือเถา เสาและผนังด้านข้างมีคันทวยไม้แกะสลักเป็นลายดอกไม้สวยงามหัวเสาเป็นปูนปั้นรูปกลีบขนุนทาสีทอง มีบันไดทางขึ้นวิหาร ๓ ทาง คือ ด้านหน้า๑ ทาง เป็นประตูสำคัญมีทวารบาลปูนปั้นลักษณะพิเศษคือบานประตูเป็นไม้แกะสลักเหนือประตูเป็นหน้าบันอยู่ภายใต้ซุ้มปูนขนาดใหญ่เป็นรูปสัตว์ในเทพนิยาย ซุ้มประตูเป็นลายปูนปั้นผสมผสานศิลปะเวียดนามส่วนหน้าต่างเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมมีเฉพาะที่ผนังด้านซ้ายเท่านั้น ภายในพระวิหารประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวงหันพระพักตร์ออกสู่ลำน้ำโขง
พระเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านช้าง (ลาว) ขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๒๐ เมตร ส่วนสูงเฉพาะองค์ถึงยอดพระเมาลี ๒ เมตร รวมทั้งฐานสูง ๓ เมตร ที่มาของพระเจ้าองค์หลวงปรากฏตามตำนานเมืองมุกดาหารมีบันทึกว่า พ.ศ.๒๓๑๐ เจ้าจันทกินรี เจ้าเมืองโพนสิม(ปัจจุบันคือบริเวณพระธาตุอิงฮัง เมืองคันทะบุรี แขวงสะหวันนะเขด (สุวรรณเขต)สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)) ได้อพยพผู้คนมาจากเมืองโพนสิมและหาที่ตั้งเมืองใหม่ หลังจากพบบริเวณที่ตั้งเมืองใหม่เป็นฝั่งตรงข้ามลำน้ำโขงบริเวณปากห้วยมุก เจ้าจันทกินรีได้คุมกำลังผู้คนหักร้างถางพงตั้งถิ่นฐาน และพบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม องค์เล็กเป็นพระพุทธรูปโลหะอยู่ใต้ต้นโพธ์ิคู่ เจ้าจันทกินรีจึงสั่งให้สร้างวิหารขึ้นครอบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ แล้วตั้งชื่อว่า วัดศรีมงคล หลังจากอัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ มาประดิษฐานยังวิหาร ปรากฏว่าพระพุทธรูปโลหะได้กลับไปประดิษฐานที่ใต้ต้นโพธ์ิดังเดิมและจมหายลงไปในดินจนเหลือแต่ยอดเกตุมาลา เจ้าจันทกินรีจึงสร้างแท่นบูชาไว้และถวายนามว่า พระหลุบเหล็ก ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ยังคงประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีมงคลใต้ และชาวเมืองเรียกขานสืบต่อกันมาว่า พระเจ้าองค์หลวง

ผู้ชม: 528

แสดงความคิดเห็น