Register Forget Password
แผนที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์ ข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลจังหวัด

จังหวัดกาฬสินธุ์มีเนื้อที่ประมาณ 7,055.07 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4.3 ล้านไร่ อยู่บริเวณตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภูมิประเทศตอนบนเป็นภูเขาตามแนวเทือกเขาภูพาน ส่วนตอนกลางเป็นเนินเขาสลับป่าโปร่ง กาฬสินธุ์เป็นแหล่งขุดค้นซากไดโนเสาร์ที่มีชื่อเสียง ทำให้ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์แบบและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และแหล่งสร้างงานหัตถกรรมพื้นบ้านต่างๆ ด้วย

  

กาฬสินธุ์แบ่งการปกครองออกเป็น 18 อำเภอ คือ

1.อำเภอเมืองกาฬสินธุ์      

2.อำเภอยางตลาด            

3.อำเภอกมลาไสย          

4.อำเภอสหัสขันธ์              

5.อำเภอสมเด็จ                

6.อำเภอกุฉินารายณ์          

7.อำเภอท่าคันโท            

8.อำเภอเขาวง              

9.อำเภอห้วยเม็ก                

10.อำเภอคำม่วง                 

11.อำเภอหนองกุงศรี          

12.อำเภอนามน                

13.อำเภอห้วยผึ้ง              

14.อำเภอร่องคำ                

15.อำเภอสามชัย              

16.อำเภอนาคู                  

17.อำเภอดอนจาน            

18.อำเภอฆ้องชัย

คำขวัญ

เมืองฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศลํ้า วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา

     ผาเสวยภูพาน มหาธารลําปาว ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี

ความเป็นมา

กาฬสินธุ์เป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล มีความเจริญทางด้านอารยธรรมมากว่า 1,600 ปี เดิมเป็นถิ่นที่อยู่ของชนชาติละว้ากระทั่งประมาณ พ.ศ. 2310 พระเจ้าศิริบุญสารได้ยกกองทัพเข้าตีเมืองเวียงจันทน์ และสถาปนาตนขึ้นเป็นกษัตริย์ ปี พ.ศ. 2320 ท้าวโสมพะมิตร ขุนนางแห่งราชสำนักเวียงจันทน์ได้อพยพไพร่พลหนีความขัดแย้งกับพระเจ้าศิริบุญสาร เข้ามมาตั้งบ้านเรือนบริเวณลุ่มน้ำก่ำ แถบบ้านพรรณา หรือในเขตจังหวัดสกลนครในปัจจุบัน


ต่อมาพระเจ้าศิริบุญสารได้ยกทัพตามมา ท้าวโสมพะมิตรจึงอพยพหนีต่อ จนมาพบทำเลที่เหมาะสม คืดบริเวณแก่งสำโรงและลำน้ำปาว ตามบันทึกในปี พ.ศ. 2336 บ้านแก่งสำโรงได้รับการสถาปนาเป็นเมืองกาฬสินธุ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หลังจากเจ้าโสมพะมิตรเข้าเฝ้าฯ ถวายสวามิภักดิ์ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งขึ้นเป็นเจ้าเมือง นาม "พระยาไชยสุนทร"

ต่อมาได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการปกครองแบบให้เจ้าเมืองปกครองขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร มาเป็นการปกครองแบบเทศาภิบาล มีมณฑล จังหวัด อำเภอ ตำบล จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เมืองร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดร้อยเอ็ด บรรดาหัวเมืองต่าง ๆ ให้ยุบเป็นอำเภอ คือ เมืองกาฬสินธุ์ เป็นอำเภออุทัยกาฬสินธุ์

ล่วงเข้าวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2456 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะจังหวัดร้อยเอ็ดขึ้นเป็นมณฑล ยกฐานะอำเภออุทัยกาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ ขึ้นต่อมณฑลร้อยเอ็ด และมีอำนาจปกครองอำเภออุทัยกาฬสินธุ์ อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาด โดยให้พระภิรมย์บุรีรักษ์เป็นปลัดมณฑลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

เมื่อเกิดข้าวยากหมากแพง การเงินฝืดเคือง จำเป็นต้องยุบจังหวัดต่าง ๆลง จังหวัดกาฬสินธุ์จึงถูกยุบเป็นอำเภอขึ้นกับจังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2474 และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอรรถเปศลสรวดี เป็นข้าหลวงประจำจังหวัดมหาสารคาม (แทนพระยามหาสารคามคณาภิบาลซึ่งออกรับบำนาญ) ครั้นเมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2476 จึงได้ยกเลิกมณฑล วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2490 ได้ยกฐานะเป็น "จังหวัดกาฬสินธุ์" จนถึงปัจจุบัน