ชวนเที่ยวเขาพระวิหารหน้าฝน

ป่าอีสานหน้าร้อนแม้คนทั่วไปกลัวความแล้งทั้งๆที่ยังมีวัฒนธรรมให้เยี่ยมเยือนมากมายให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชม การตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ที่กลับคืนถิ่นไปสร้างบ้านสร้างเมือง สร้างโรงแรม ร้านอาหารที่ทันสมัย จนทำให้อีสานกลายเป็น “โมเดิ้นอีสาน” ไม่ใช่อีสานที่แห้งแล้งคนหนุ่มคนสาวทิ้งถิ่น ปล่อยให้คนแก่เฒ่าเฝ้าบ้านดังแต่ก่อน

อีสานในหน้าฝนของทุกปีเป็นอีสานเขียวโดยไม่ต้องมีนโยบายจากรัฐบาลไหนไปช่วย เขียวทั้งป่า เขียวทั้งทุ่ง ทุ่งอีสานนั่นไม่ใช่ “ทุ่งหญ้า” นะครับแต่เป็น “ทุ่งข้าว” ทุ่งข้าวที่เขียวอ่อน-แก่ไปสุดลูกหูลูกตา ทั้งผืนทุ่งกุลาร้องไห้ที่กินหลายจังหวัด ล้อมรอบหย่อมบ้าน อยู่ระหว่างหย่อมป่าหรือแม้แต่ตามหุบเขาแถวจังหวัดเลย ริมโขงยิ่งสวยเข้าไปใหญ่เพราะยังทำนากันแบบเดิมๆ

ที่อุทยานเขาพระวิหารนั้นมีเจ้าหน้าที่ที่รู้เรื่องเขาพระวิหารดีมาก เพราะเขาได้เรียนรู้จากบรรดาอาจารย์ชั้นอ๋องของประเทศที่มาบรรยาย เขาเก่งจนผมต้องทึ่ง ใครไปเยือนเขาพระวิหารอย่างเป็นทางการก็คงได้รับการบรรยายสภาพการและเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเขาพระวิหารจากนครพนมทั้งนั้น

เรื่องของเรื่องคือต้องไปขออนุญาตก่อนละครับ ของโบร่ำโบราณอายุกว่าพันปี..ขืนให้คนทั่วไปเข้าไปถ่ายก็พังสิครับ ส่วนสถูปคู่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์นั้นอยู่ในเขตรับผิดชอบของตชด.ครับ จะไปก็ต้องให้เจ้าหน้าที่อุทยานพาไปและต้องขออนุญาตด้วย เลยสถูปคู่ไปก็จะเป็นแหล่งตัดหินอีกแห่งหนึ่งที่หลายๆคนไม่รู้! เขาพระวิหารเคยถูกยึดครองโดยฝ่ายเขมรแดงสลับกับเขมรฝ่ายฮุนเซ็น แต่ท้ายสุดฝ่ายฮุนเซ็นที่มีเวียตนามแบ้คอัพก็เป็นฝ่ายชนะได้เป็นรัฐบาล เขมรแดงซึ่งมีจีนแบ้คอัพเป็นฝ่ายพ่ายแพ้กลายเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายรัฐบาลไป

ปล.หน้าฝนของเขาพระวิหารเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนตุลาคม หน้าหนาวตั้งแต่พฤศจิกายนไปจนถึงเดือนกุมภาพันธุ์ พันธุ์ไม้เขาพระวิหารที่สำคัญคือกล้วยไม้เขาพระวิหารหรือเอื้องระฟ้า ขึ้นได้ทั้งบนดินและหิน ไม้เนื้อแข็งได้แก่พยุง สมพง กระเบากลัก ยาง กระบก สัตว์ที่สำคัญก็มีลิงแสม นกปีกลายสก็อต พังพอน กระต่ายป่า หนูท้องขาว หมูป่า ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อ นกนางแอ่นลาย นกแซงแซวหางบ่วง นกกินแมลงอกเหลือง ตุ๊กแกเขาหินทราย งูดิน อึ่งข้างดำ กบอ่อง จิ้งจกดินลายจุด จิ้งเหลนภูเขาเขมร ปาดบ้าน ผามออีแดงในทางธรณีวิทยาเป็นหินทรายแดง มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันลาดเอียงมาทางทิศเหนือ