หลงเชียงคานกับหมอนวดยองเส้น

ไปเชียงคานทีไร นอกจากจะได้เดินเที่ยวชิลๆ นั่งเรือชมนกบินริมโขง กินกุ้งย่าง กินอาหารปลาน้ำโขง มะพร้าวแก้ว ได้ขึ้นไปดูทะเลหมอกที่ภูทอก ฯลฯ แล้ว การได้ไปนวด ก็ถือได้ว่าครบสูตรของการไปเชียงคานสำหรับผม หมอนวดที่เชียงคานมีหลายร้าน  หมอนวดก็เป็นคนเชียงคานเสียเป็นส่วนใหญ่ หมอนวดแต่ละคนก็ช่ำชองในการนวดกันมาเป็นสิบๆปี ผมไปเชียงคานตอนบูมใหม่ๆก็ไปใช้บริการของป้าๆเหล่านั้นแล้ว แต่ร้านนวดที่เพิ่งได้ไปนวดไม่นานแล้วก็ติดใจก็คือร้านนวด “ยองเส้น”

ยองเส้นคือนวดเส้นนั่นแหละ เวลากล้ามเนื้อมันจับตัวเป็นก้อนเกร็งอันเนื่องจากการเดินมากใช้กล้ามเนื้อยกของหนักก็บอกเราว่าเส้นตึง ก็ไปหาหมอนวด หมอนวดก็บอกว่าต้องนวดจับเส้น ซึ่งความจริงๆแล้วก็คือการคลายกล้ามเนื้อที่จับตัวกันเป็นก้อนนั่นเอง หมอนวดที่ร้านนี้ไม่ใช้จับเส้นหรือนวดกล้ามเนื้อด้วยมือครับ แต่ใช้เท้านวดเส้นแทน และได้ไม่ใช่แค่เหยียบธรรมดานะครับ ขึ้นไปเหยียบกันทั้งตัวเลย แต่ก็ไม่ได้ใช้น้ำหนักตัวขนาด 50-70 กก.ทั้งหมดนะครับ ใช้ผ้าขาวม้าที่โยงบนคานดึงน้ำหนักเอาไว้ส่วนหนึ่งด้วย ไม่เช่นนั้นคนนวดก็คงรับน้ำหนักไม่ไหวแน่

ป้าก้อยหรือป้าอุไรรัตน์ ทิพย์รสแกเป็นเจ้าของและต้นตำหรับนวดสไตล์โบราณนี้ แกบอกว่าสมัยเด็กๆคนรุ่นแกต้องนวดให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายกันทุกคน แกก็เอานวดสไตล์นั้นมาประยุกต์กับนวดแบบจีนและนวดของหมอเขียวจับเส้นแถวอีสานและออกมาเป็นสไตล์ของที่ร้าน แกเรียกตัวเองว่า “หมอนวดส้นตีน” คือใช้ส้นตีนหรือเท้านั่นแหละเหยียบไปตามเนื้อตามตัวแทนการนวดเส้น (กล้ามเนื้อ) ด้วยมือ

คนเคยนวดแบบจับเส้นมาก่อนก็จะรู้สึกได้ว่ามันแตกต่าง แตกต่างที่อุปกรณ์คือมือกับเท้าและน้ำหนักของการนวด แม้หมอนวดจำนวนมากจะถนัดใช้มือที่เหมือนคีมนวดตามกล้ามเนื้อแต่ที่ร้านนี้เขาถนัดใช้เท้ามากว่า มือก็ใช่ย่อยนะครับ นวดแล้วก็ไม่เบาเลยจริงๆ ยิ่งลงศอกที่สะบักเพื่อขยี้ก้อนเนื้อที่เป็นมัดหรือขยุ้มเป็นพังผืดด้วยแล้ว พูดไม่ออกบอกไม่ถูกจริงๆ แต่พอนวดเสร็จแล้ว..ก็โล่งไปเลยครับ

คนที่เคยมานวดแล้วบินกลับมานวดซ้ำโดยเฉพาะก็มีเยอะครับ แต่ต้องจองมาก่อน เพราะหมอยองเส้นมีไม่กี่คน ฝรั่ง จีน นวดแล้วก็ติดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนจีน ชอบนวดแบบหนักๆด้วยแล้ว ถึงกับซี๊ดซ้าดเลยทีเดียว

ในแต่ละปี ป้าก้อยก็จะชวนหมอนวดในร้านทั้งหมด นวดเพื่อเอาเงินที่ได้ไปสมทบทุนถวายพระเพื่อตอบแทนพระพุทธศาสนา แกบอกว่าไม่มีศาสนาไหนที่ดีเท่าพุทธศาสนาอีกแล้ว วันนี้ผมเอาบรรยากาศริมโขงยามเย็นที่มีนกบินกลับรังมาเป็นสายๆมาฝากท่านผู้อ่านด้วย รูปหนึ่งก็จะเป็นทะเลหมอกที่ภูทอกตอนหน้านี้แหละครับ ตอนผมไปฝนจะตกตอนเย็นพอดี ถ้าไปช่วงฝนตกตอนเย็นเมื่อไหร่ไปดูทะเลหมอกได้เลยตอนเช้า

ไปแล้วก็ไปดูกระต่ายป่าที่วัดเลี่ยงเอาไว้ที่พระพุทธบาทภูควายเงินซึ่งอยู่แถวนั้นด้วยครับ มันน่ารักเชียว! อ้อ..หน้านี้มีมะปราง มะม่วง มะขามและฝรั่งออกเยอะนะครับ นอกๆอำเภอเชียงคานได้รับอานิสงค์จากการท่องเที่ยวเชียงคานมาก ผลหมากรากไม้ขายได้ ปลาขายได้ครับ