บึงกาฬเมืองเล็กๆ แต่ที่เที่ยวไม่เล็ก

มีที่เที่ยวที่ไหนน่าเที่ยวในจังหวัดเล็กๆ แบบนี้ หลายๆ คนที่อาจยังไม่เคยมาอาจตั้งคำถามๆ นี้ บึงกาฬ จังหวัดน้องใหม่จังหวัดที่ 77 ก็จริง แต่จริงๆแล้วที่เที่ยวทางธรรมชาติแน่นบึงกาฬจริงๆ ไปรีสตาร์ทความคิดว่าจังหวัดเล็กๆแบบนี้จะมีอะไรน่าดู… เพราะมันเหลือเชื่อมากว่า บึงกาฬ นี่แหละโคตรจะมีธรรมชาติที่น่าชมน่ามองซ่อนอยู่ในเมืองเล็กๆแห่งนี้

ภูทอก

ภาษาอีสานนั้นก็แปลว่า ภูเขาโดดเดี่ยว ภูทอกตั้งอยู่ที่ อ.ศรีวิลัย จ.บึงกาฬ การเดินทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร ถ้าใครจะมาคือใช้เวลาไม่นานเลยค่ะ ทางไปก็สะดวกไปไม่ยากค่ะ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงภูทอกแล้ว

ภูทอกมีด้วยกัน 2 ลูก นั่นก็คือคือ ภูทอกใหญ่ กับภูทอกน้อย นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินขึ้นบันไดไม้มาเก็บภาพสวยๆกันได้บน ภูทอกแห่งนี้ค่ะวิวสวยมากกกกกกกกก บอกเลยว่าต้องได้มาเยือนมาให้เห็นกับตาเองจริงๆสักครั้ง ไฮไลท์ของภูทอกก็คือจุดชมวิวสวยๆแบบในภาพที่เรานำมาฝากกัน และสะพานไม้แบบเดินวนขึ้นไป ซึ่งมีทั้งหมดด้วยกัน 7 ชั้น โดยสะพานที่นี่ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปี เลยทีเดียว

หินสามวาฬ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ จุดชมวิวหินสามวาฬ 

และช่วงหน้าฝนอากาศตอนเช้าของหินสามวาฬจะมองเห็นหมอกหนาสวยเลยทีเดียว อย่างภาพที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ก็พอมีหมอกให้ได้เห็นกันอยู่ ทำไมถึงเรียกว่า หินสามวาฬ ก็เพราะว่าลักษณะหินยักษ์ที่เห็นที่ยืนอยู่นี้ ละม้ายคล้ายกับปลาวาฬ 3 ตัวใกลักัน วาฬพ่อ วาฬแม่ และเล็กสุดก็คือวาฬลูก

ถ้านำโดรนมาบินก็จะเห็นได้อย่างชัด ด้วยความสวยงามของหินยักษ์และวิวนี้เองทำให้ชวนสะกดสายตานักท่องเที่ยวให้ตกหลุมรักในความอันซีนได้อย่างง่ายดาย

จุดชมวิวถ้ำฤาษี จุดนี้จะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่มากตั้งอยู่ติดกับหน้าผาสูง มองเห็นวิวกว้าง 360 องศาได้อย่างสวยสุดสายตาแอบสงสัยกันมั้ยว่าทำไมถึงชื่อ จุดชมวิวถ้ำฤาษี ก็เพราะว่า ในอดีตที่จุดชมวิวแห่งนี้ เคยมีฤาษีมานั่งบำเพ็ญเพียร ก็เลยเป็นที่มาของชื่อสถานที่แห่งนี้นั่งเอง

สะดือแม่น้ำโขง วัดอาฮง

ที่นี่เค้าว่ากันว่า เป็น จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง แต่เรื่องระดับความลึกที่ไม่เคยมีการวัดได้ว่าลึกเท่าไหร่ แต่ว่ากันว่าลึกที่สุดที่จุดนี้ สะดือแม่น้ำโขง อยู่ที่ แก่งอาฮง จ.บึงกาฬ  และที่นี่แก่งอาฮง เป็นแอ่งน้ำที่มีขนาดใหญ่จากฝั่งไทย ถึงฝั่งลาวประมาณร้อยกว่าเมตร  เพื่อนๆมองเห็นวิวฝั่งตรงข้ามที่เราถ่ายมั้ยคะ นั่นเป็นฝั่งที่ประเทศลาว

ตอนเย็นๆถ้าได้มานั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกดินคงสวยน่าดูค่ะ บรรยากาศเงียบๆนั่งฟังเสียงแม่น้ำไหลเพลินดีเลย

ด้านในบริเวณภายในวัดที่เราเดินเข้าไป ก็จะพบโขดหินรูปร่างแปลกตาอันใหญ่มากมาย สวยโดยการจัดเรียงตามแบบธรรมชาติเลยล่ะ สำหรับที่นี่ เพื่อนๆ สามารถมาเที่ยวกันได้ทั้งปีเลย

เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องงาน ออกไปเที่ยวดื่มด่ำกับธรรมชาติบ้างแล้วจะพบว่าเมืองไทยบ้านเรายังมีที่ๆน่าไปอีกเยอะ ทำงานกันแล้วก็เก็บงบน้อยๆแบ่งไว้เที่ยวพักผ่อนเป็นรางวัลให้กับตัวเองกันบ้างนะจ๊ะ

ขอย้ำตรงนี้อีกครั้งว่า สวย คุ้มค่า น่าไป! แบบนี้ไม่ไปไม่ได้แล้ว!!