ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม

จ.นครพนม เดิมทีเป็นที่ตั้งของอาณาจักรศรีโคตรบูร ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำน้ำโขง (ฝั่งลาว) ตรงข้ามกับพระธาตุพนมในปัจจุบัน

ตามประวัติเล่ากันว่าเมื่อพญานันทเสนผู้ครองศรีโคตรบูรสวรรคต เสนาอำมาตย์และประชาชนต่างก็เห็นว่าบ้านเมืองเกิดเภทภัยหลายครั้ง ควรที่จะย้ายไปสร้างเมืองใหม่อยู่ตรงข้าม ซึ่งเป็นบริเวณที่มีป่าไม้รวกขึ้นอยู่เป็นดงจึงได้เรียกชื่อเมืองใหม่นี้ว่า “มรุกขนคร” หมายถึงเมืองที่อยู่ในดงไม้รวก มรุกขนครในสมัยพญาสุมิตรธรรม 

เมื่อ พ.ศ. 500 นั้นรุ่งเรืองมาก มีการบูรณะพระธาตุพนมขึ้นเป็นครั้งแรกด้วย โดยการก่อพระลานอูบมุงชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 แล้วสร้างกำแแพงล้อมรอบ มีงานสมโภชใหญ่โต หลังจากพญาสุมิตรธรรมก็มีผู้ครองนครต่อมาอีก พระองค์ 2แต่ก็เกิดมีเหตุอาเพศ จนกลายเป็นเมืองร้าง

กระทั่งถึง พ.ศ. 1800 เจ้าศรีโคตรบูรได้สร้างเมืองมรุกขนครขึ้นใหม่ใต้เมืองท่าแขก บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ใน พ.ศ. 2057 ผู้ครองเมืองมรุกขนครคือพระเจ้านครหลวงพิชิตทศพิศ ราชธานี ศรีโคตรบูรหลวง ได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่กลายเป็น “เมืองศรีโคตรบูร” ตรงตามชื่ออาณาจักรดั้งเดิม และยังได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมอีกด้วย

ต่อมา พ.ศ. 2280 พระธรรมราชา เจ้าเมืองศรีโคตรบูรองค์สุดท้ายได้ย้ายเมืองมาตั้งบนฝั่งขวา (ฝั่งไทย) เยื้องเมืองเก่าขึ้นไปทางเหนือ แล้วให้ชื่อว่า “เมืองนคร” ซึ่งก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจะมีการโยกย้ายอีกหลายครั้ง เช่น  พ.ศ.2321 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้มีการย้ายเมืองอีกครั้งไปตั้งที่บ้านหนองจันทร์ ห่างขึ้นไปทางทิศเหนือ 52 กิโลเมตร จนถึงสมัยรัชกาลที่   1 พ.ศ.2333 เมื่อผู้ครองเมืองนครถึงแก่พิราลัย เมืองนครก็ได้ขอขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร โดยรัชกาลที่ 1 พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “นครพนม”

ชื่อนครพนมนั้นมีข้อสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองลูกหลวงมาก่อนและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จึงได้ใช้คำว่า “นคร” ส่วนคำว่า “พนม” ก็มาจากพระธาตุพนมปูชนียสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน บ้างก็ว่ามรุกขนครเดิมที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีภูเขาสลับซับซ้อนจึงนำคำว่า “พนม” ซึ่งแปลว่าภูเขามาใช้ ส่วนคำว่า “นคร” ก็เป็นการดำรงชื่อเมืองไว้คือ เมืองมรุกขนคร นครพนมจึงหมายถึง “ เมืองแห่งภูเขา” นั่นเอง

สถานที่เที่ยวจังหวัดนครพนม

วัดโอกาสศรีบัวบาน : ตั้งอยู่ริมฝั่งโขงเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ บริเวณกลางวัดจะมีหอประดิษฐานพระติ้วกับพระเทียมอยู่คู่กัน พระติ้วจะประทับอยู่ด้านขวาของพระเทียม   พระติ้ว เป็นพระพุทธรูปปางเพชรมารวิชัย ทำด้วยไม้ติ้วบุทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 30 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร  สร้างโดยเจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร เมื่อ พ.ศ. 1328 ส่วน พระเทียม มีลักษณะและขนาดเดียวกับพระติ้ว สร้างในสมัยพระเจ้าขัติยวงศา และมีการสมโภชให้พระติ้ว พระเทียม เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน

วัดศรีเทพประดิษฐาราม : ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ถนนศรีเทพ เยื้องโรงเรียนชุมชนเทศบาล 3 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2402 ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังรูปพุทธประวัติที่สวยงาม และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระแสง ตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นพร้อมกับพระสุกและหลวงพ่อพระใส (วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย) ข้าง ๆ โบสถ์มีเจดีย์บรรจุอัฐิของหลวงปู่จันทร์ (พระเทพสิทธาจารย์)  พระเกจิอาจารย์ที่ชาวนครพนมเคารพนับถือ ส่วนรูปปั้นนั้นจะอยู่ในตึกเทพสิทธาราม อาคารที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2464 ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมในด้านปูชนียสถานและวัดวาอาราม จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ

วัดนักบุญอันนา หนองแสง : ตั้งอยู่บนถนนสุนทรวิจิตร  เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนม สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1926 โดยคุณพ่อเอทัวร์ นำลาภ อธิการโบสถ์ วัดนักบุญอันนาหนองแสงนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนานาชาติที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่สถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตา ในช่วงก่อนวันคริสต์มาส ชาวคริสต์แต่ละชุมชนจะประดิษฐ์ดาวรูปแบบต่าง ๆ แล้วแห่มารวมกันไว้ที่นี่

วัดดโพธิ์ศรี : ตั้งอยู่ริมถนนสุนทรวิจิตร เลียบริมแม่น้ำโขง ในกุฎิเจ้าอาวาสเป็นที่ประดิษฐานพระทอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองสำริด ปางมารวิชัย และเป็นพระพุทธรูปโบราณสกุลช่างล้านช้าง ตรงกับสมัยอยุธยาตอนต้น ในอดีตเคยทำพิธีสรงน้ำพระทองในวันสงกรานต์ แต่มักจะเกิดพายุและฝนตกหนักทุกครั้ง จึงเปลี่ยนเป็นพระพุทธรูปองค์อื่นแทน ปัจจุบันทุกวันเพ็ญเดือนหกจะนิมนต์มาตั้งไว้ที่หน้าโบสถ์ให้ชาวบ้านมาสรงน้ำ และในวันออกพรรษาชาวบ้านห้อมจะมาทอดปราสาทผึ้งที่วัดนี้ทุกปี

เขื่อนหน้าเมืองนครพนม  ถนนสุนทรวิจิตร : หรือถนนริมฝั่งโขงของตัวเมืองนครพนม เลียบขนานกับแม่น้ำโขงสองฟากฝั่ง ฝั่งที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นลานโล่งกว้าง มีต้นไม้ร่มรื่นสวยงาม เป็นจุดชมทิวทัศน์แม่น้ำโขง ส่วนย่านตัวเมืองเก่า มีอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ ทั้งตึกสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสและแบบท้องถิ่นที่สวยงาม  ถนนสายนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งที่ชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาปั่นจักรยานเลียบริมโขง เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในตัวเมืองนครพนม

ในช่วงเย็นบริเวณหน้าตลาดอินโดจีน จะมีเรือบริการนำเที่ยวของเทศบาลให้บริการล่องเรือนำชมสองฝั่งโขง บริเวณลานกันเกรายังใช้เป็นสถานที่จัดงานและกิจกรรมต่างๆ อาทิ พิธีทำบุญตักบาตรที่ทางเทศบาลจัดให้มีขึ้นทุกวันพระ งานลอยกระทง งานฉลองเทศกาลปีใหม่ งานตรุษจีน- เวียดนาม งานประเพณีไหลเรือไฟ เป็นต้น เป็นลานกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเดินเล่นถ่ายภาพ ชมวิวทิวทัศน์ และทำบุญตักบาตรในยามเช้า

บ้านลุงโฮ : อดีตเป็นบ้านพักของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ วีรบุรุษของชาวเวียดนาม ที่เคยลี้ภัยการเมืองมาอาศัยอยู่ในเมืองนครพนม พ.ศ. 2466 – 2472 ปัจจุบันมีการอนุรักษ์ให้คงเดิม รวมทั้งจัดแสดงประวัติและเครื่องใช้สอยส่วนตัวของท่านให้ได้ชมและศึกษา

อควาเรียมปลาแม่น้ำโขง : เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ปลาแม่น้ำโขง แม่น้ำสงคราม และแม่น้ำก่ำ ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญของนครพนม รวมกว่า 96 ชนิด ที่หายาก ให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิดในอุโมงค์ลอดขนาดใหญ่ เช่นปลาบึก ปลาแข้ ปลาเสือตอ ปลากระเบนน้ำจืด ปลาเลิม ค่าบริการเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท โทร. 042 515 312

หาดทรายทองศรีโคตรบูร : เป็นหาดทรายน้ำจืดที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ในฤดูแล้ง (ราวเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม) หาดทรายจะยื่นออกไปกลางลำน้ำโขง โดยจะอยู่ตรงข้ามกับที่ทำการแขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและชมความงามของธรรมชาติ

หมู่บ้านมิตรภาพไทยเวียดนาม และบ้านลุงโฮ : ตั้งอยู่ที่บ้านนาจอก เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โฮจิมินห์เคยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกอบกู้เอกราชของวียดนาม ระหว่างปี พ.ศ. 2467 – 2474  หมู่บ้านนี้จะปลูกต้นไม้รอบบ้านอย่างร่มรื่น เช่น ต้นหมาก พลู กล้วย และชา การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 22 เส้นนครพนม-สกลนคร บริเวณกิโลเมตรที่ 237 – 238 สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 4252 2430

พระธาตุท่าอุเทน : อยู่ที่บ้านท่าอุเทน  ใกล้กับที่ว่าการอำเภอท่าอุเทน องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม  สร้างเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นอุโมงค์บรรจุของมีค่าต่าง ๆ ชั้นที่ 2 สร้างครอบอุโมงค์ ชั้นที่ 3 คือ เจดีย์องค์ใหญ่ สูงประมาณ 15 เมตร พระอาจารย์ศรีทัตถ์เป็นผู้สร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2454 พระธาตุนี้เป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งองค์หนึ่ง บรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ ซึ่งพระอาจารย์ศรีทัตถ์ได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง จะมีงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี เดินทางจากตัวเมืองนครพนมไปตามทางหลวงหมายเลข 212 ประมาณ 26 กิโลเมตร

แหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ : ตั้งอยู่ริมถนนสาย 212 ช่วงนครพนม- บ้านแพง พื้นที่ อบต.พนอม อ.ท่าอุเทน โทร. 042 538 481 มีการค้นพบเมื่อ ปี พ.ศ. 2547 เป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ขนาดเล็กสูงประมาณ 150 ซม. สายพันธ์กินเนื้อตระกูลกินรีมีมัส อายุราว 150 ล้านปี ยุคครีเตเซียส พบทั้งหมด 199 รอย นับว่ามากที่สุดของไทยในปัจจุบัน

อุทยานแห่งชาติภูลังกา  : อุทยานแห่งชาติภูลังกาครอบคลุมพื้นที่ของตำบลไผล้อม อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย มีเนื้อที่ประมาณ 31,250 ไร่ มีลักษณะเป็นภูเขาทับซ้อนกัน 3 ลูก สลับด้วยเทือกเขาขนาดเล็กสลับซับซ้อนทอดยาวตามแนวลำน้ำโขง สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังที่สมบูรณ์มีสัตว์ป่าชุกชุม เป็นต้นกำเนิดของน้ำตก และลำธารใหญ่น้อยหลายสาย

ช่วงฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม เป็นช่วงที่มีดอกไม้ กล้วยไม้ป่าและรองเท้านารีบานสะพรั่ง  บนยอดภูลังกา  ในเขตอุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ น้ำตกตาดขาม  เป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้น ๆ จำนวน 4 ชั้น  ชั้นสุดท้ายจะมีแอ่งน้ำขังตลอดปี สภาพโดยรอบร่มรื่น และมีลานหินเล็ก ๆ เหมาะสำหรับพักผ่อน

น้ำตกตาดโพธิ์  กำเนิดจากเทือกเขาภูลังกา มีลักษณะสวยงามไม่น้อยกว่าน้ำตกตาดขาม เป็นน้ำตกที่ไหลเป็นชั้นจำนวน 4 ชั้น แต่ละชั้นสูงไม่น้อยกว่า 10 เมตร ชั้นที่ 2 สูงถึง 30 เมตร  การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 จากนครพนมแล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 214 เข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกตาดขาม ประมาณ 4 กิโลเมตร

ทางอุทยานฯ มี เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ภูลังกา 3 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางแรก เส้นทางสายน้ำตกตาดโพธิ์-ถ้ำยา ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง

เส้นทางที่สอง เส้นทางสายน้ำตกตาดโพธิ์-ผางอย ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1.30 – 2.00 ชั่วโมง จุดเด่นของเส้นนี้คือ บนผางอย สามารถชมวิวของพื้นที่อำเภอบ้านแพง และสายน้ำโขงได้ และ

เส้นทางที่สาม เส้นน้ำตกตาดโพธิ์-เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ ใช้ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน เส้นนี้นักท่องเที่ยวควรเตรียมเต็นท์และเครื่องนอนมาด้วย ส่วนอาหารสามารถที่จะตกลงกับเจ้าหน้าที่นำทางเพื่อที่จะเตรียมอาหารไว้ให้

จุดเด่นของเส้นนี้คือจะได้ชมดอกไม้ป่า กล้วยไม้ป่า ผีเสื้อ และนกหลายชนิด บนยอดภูลังกายังมี เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ มีลักษณะเป็นลานหินคล้ายกองข้าวนำมากองไว้ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของภูลังกาและเป็นการพิชิตยอดภูลังกาอีกด้วย และยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม

(สำหรับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นยอดภูลังกาต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง และลูกหาบ ที่ที่ทำการอุทยานฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน) การเดินทาง จากตัวเมืองนครพนมใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 เส้นนครพนม-บ้านแพง ระยะทางประมาณ 105  กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 220 ห่างจากตัวอำเภอบ้านแพงประมาณ 6 กิโลเมตร

พระธาตุพนม : พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันจันทร์ และผู้ที่เกิดปีวอก ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่าพระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200 – 1400 ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่าง ๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้

สถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม ที่ผ่านมามีการบูรณะเรื่อยมา ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น “วรมหาวิหาร” พระธาตุพนมไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมเท่านั้น พระธาตุพนมยังเป็นที่เคารพของชาวไทยภาคอื่น ๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว

วัดพุทธสีมา : อยู่ที่บ้านฝั่งแดง อ.ธาตุพนม ภายในวัดมีจิตรกรรมฝาผนังแบบศิลปะพื้นบ้าน มีหลวงพ่อเกสร ซึ่งสร้างจากเกสรดอกไม้เคลือบด้วยสำริด ตั้งเป็นองค์ประธานอยู่ภายในสิม ปัจจุบันบางส่วนขอองค์พระปริแตก ทำให้มองเห็นเกสรดอกไม้แห้งอัดแน่น ตัวสิมมีลักษณะเด่นของสิมอีสานที่สร้างเป็นอาคารเล็กตั้งบนฐานสูง ที่ผนังมีจิตรกรรมฝีมือช่างท้องถิ่น บอกเรื่องราวพุทธประวัติและนิทานพื้นบ้าน ผนังด้านนอกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ เวสสันดรชาดก นรกสวรรค์

เรณูนคร : เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวผู้ไทย ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นไว้เป็นอย่างดี อาทิ ธรรมเนียมการต้อนรับด้วยการบายศรีสู่ขวัญ การเลี้ยงอาหารแบบพาแลง การชวนดูดอุ (ชวนกันไปดื่มเหล้าหมักที่อยู่ในไห) การฟ้อนรำผู้ไทย

นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่าง ๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงอีกมากมาย โดยเฉพาะบริเวณวัดพระธาตุเรณู และตลาดอำเภอเรณูนคร การเดินทาง อยู่ห่างจากพระธาตุพนม 15 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดนครพนมไปทางใต้ 51 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 ถึงประมาณกิโลเมตรที่ 44 เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2031 อีกประมาณ 7 กิโลเมตร ทางลาดยางตลอด

วัดพระธาตุมหาชัย : พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันพุธ ประดิษฐานอยู่บ้านมหาชัย ตำบลมหาชัย องค์พระธาตุสูง 37 เมตร เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์สารีริกธาตุ ภายในพระอุโบสถมีพระประธานคือ พระพุทธไชยสิทธิ์ และพระพุทธรูปปางห้ามญาติสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนบนฝาผนังอุโบสถแสดงพุทธประวัติ มีลวดลายศิลปกรรมที่งดงามมากในภาคอีสาน การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 39 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายนครพนม-สกลนคร ทางหลวงหมายเลข 22 (กิโลเมตรที่ 201-202 เลี้ยวซ้ายเข้าวัดอีก 2 กิโลเมตร

พระธาตุประสิทธิ์  : พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุประสิทธิ์ หมู่ 13 ตำบลนาหว้า ห่างจากอำเภอเมืองนครพนมประมาณ 98 กิโลเมตร เดินทางจากตัวเมืองนครพนมไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข  212  ผ่านอำเภอท่าอุเทน ถึงทางหลวงหมายเลข 2032 แยกซ้ายมือเข้าอำเภอศรีสงคราม ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า ประชาชนในท้องถิ่นและใกล้เคียงเคารพนับถือมาก