ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมา หรือที่เรียกกันว่า “โคราช”เป็นเมืองใหญ่บนดินแดนที่ราบสูง ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบผู้มาเยือนจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติที่งดงาม

จนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกสนุกสนานไปกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลายได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมขอมโบราณ เรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านได้ความรู้ด้านการเกษตรจากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 

ทั้งยังได้อิ่มอร่อยกับอาหารอีสานต้นตำรับและเลือกซื้อหาสินค้าเกษตรและหัตถกรรมพื้นบ้าน ในดินแดนที่เปรียบเสมือนเป็นประตูสู่ภาคอีสานแห่งนี้ ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีการคมนาคมที่สะดวกสบาย จังหวัดนครราชสีมาจึงเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวพักผ่อนวันหยุดที่เป็นที่นิยมอันดับต้นๆแห่งหนึ่งของชาวเมืองหลวงและจังหวัดใกล้เคียงในปัจจุบัน

จังหวัดนครราชสีมาเป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งในอาณาจักรไทยเดิมตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอสูงเนินเรียกว่า“เมืองโคราฆะปุระ” หรือ โคราช กับ เมืองเสมา ทั้งสองเมืองเคยเจริญรุ่งเรืองในสมัยขอม สมัยอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ.2199-2231 โปรดให้สร้างเมืองโดยเอาชื่อเมืองเสมากับเมืองโคราฆะปุระมาผูกเป็นชื่อใหม่เรียกว่า “ เมืองนครราชสีมา ”

แต่คนทั่วไป เรียกว่า เมืองโคราช สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นเมืองชั้นเอก ผู้สำเร็จราชการเมืองมียศเป็นเจ้าพระยา

เจ้าพระยานครราชสีมาคนแรกชื่อ ปิ่น ณ ราชสีมา ในสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงศ์ ผู้ครองเมืองเวียงจันทน์ก่อการกบฏ ยกกองทัพมาตีเมืองนครราชสีมา และกวาดต้อนพลเมืองไปเป็นเชลย คุณหญิงโม (ภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา พระสุริยเดชวิเศษ ฤทธิ์ทศทิศวิชัย)ผู้รักษาเมือง และชาวบ้านถูกกวาดต้อนมาถึงทุ่งสัมฤทธิ์ในเขตอำเภอพิมาย ได้หยุดพักกลางทาง

พอสบโอกาสคุณหญิงโมจึงจัดกองทัพโจมตีกองทัพเวียงจันทน์แตกพ่ายไป จากวีรกรรมครั้งนั้น รัชกาลที่ 3 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา คุณหญิงโม ดำรงฐานันดรศักดิ์เป็น “ท้าวสุรนารี ”ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้า ฯให้รวบรวมหัวเมืองในเขตที่ราบสูงให้นครราชสีมาเป็นที่ว่าการมณฑลลาวกลาง ในปี พ.ศ. 2434 ร.ศ. 110 ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านคมนาคม เศรษฐกิจของภาคอีสาน

สถานที่เที่ยวจังหวัดนครราชสีมา

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี : เป็นอนุสรณ์แด่วีรกรรมของคุณหญิงโม ภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา ที่ได้รวบรวมชาวบ้านเข้าสู้รบและต่อต้านกองทัพของเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ไม่ให้ยกมาตีกรุงเทพฯได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อปี พ.ศ. 2369 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมเป็นท้าวสุรนารี ทุกวันนี้จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารีขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน ทุกปีเพื่อเป็นการระลึกถึงคุณความดีของท่าน

สำหรับอนุสาวรีย์สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2477 ตั้งอยู่กลางเมือง ใครผ่านไปผ่านมาที่จังหวัดนี้จะต้องมาสักการะและขอพรจากย่าโมอยู่เสมอ อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว ตั้งอยู่บนฐานไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองซึ่งบรรจุอัฐิของท่าน

ประตูชุมพล : เมื่อ พ.ศ. 2199 ปีที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จขึ้นครองกรุงศรีอยุธยา พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองนครราชสีมาเป็นเมืองหน้าด่าน และให้มีการสร้างกำแพงประตูเมืองอย่างแข็งแรง โดยมีช่างชาวฝรั่งเศสป็นผู้ออกแบบผังเมือง เดิมจะมีประตูเมืองทั้งหมด 4 ประตู ได้แก่ ประตูพลแสนด้านทิศเหนือ ประตูพลล้านด้านทิศตะวันออก ประตูไชยณรงค์ด้านทิศใต้ และประตูชุมพลด้านทิศตะวันตก ปัจจุบันประตูชุมพลจะตั้งอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เหลือเพียงประตูชุมพลเท่านั้นที่เป็นประตูเมืองเก่า ส่วนอีกสามประตูได้สร้างขึ้นใหม่ ลักษณะประตูชุมพลเป็นประตูเชิงเทิน ก่อด้วยหินก้อนใหญ่และอิฐ ฉาบด้วยปูน ส่วนบนเป็นหอรบสร้างด้วยไม้แก่นหลังคามุงกระเบื้อง ประดับด้วยช่อฟ้า กระจังและนาคสะดุ้ง กำแพงต่อจากประตูทั้งสองข้างก่อด้วยอิฐ ส่วนบนสุดทำเป็นรูปใบเสมา 

ศาลหลักเมือง : ตั้งอยู่บนถนนจอมพล มุมวัดพระนารายณ์มหาราช เป็นศาลเจ้าแบบจีน ประดิษฐานเสาหลักเมืองนครราชสีมา สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ระหว่าง พ.ศ.2199-2231 ตัวศาลและเสาหลักเมืองทำด้วยไม้ ผนังศาลด้านทิศตะวันออกเป็นกระเบื้องดินเผาปั้นลวดลายนูนต่ำเป็นเรื่องราวการสู้รบของท้าวสุรนารีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในสมัยโบราณ เป็นที่สักการบูชาของทั้งชาวไทยและจีนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ศาลเจ้าพ่อช้างเผือก : เป็นศาลเจ้าเล็กๆอยู่ริมคูเมืองด้านทิศเหนือ ตรงมุมถนนมนัสตัดกับถนนพลแสน สร้างครอบหลักตะเคียนหินซึ่งเดิมเป็นหลักที่ชาวเมืองภูเขียวนำช้างเผือกมาผูกไว้ เพื่อให้พนักงานกรมคชบาลตรวจดูลักษณะช้างก่อนกราบทูลถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา : เป็นเรือนไม้สองชั้นและเรือนโคราช เป็นสถานที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูล สิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ รวมทั้งวัตถุโบราณ เพื่อประโยชน์ในการศึกษา ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวโคราชและชาวอีสานในอดีต แบ่งเป็นห้องตามหัวข้อ อาทิ เมืองโคราช เอกสารโบราณ อาชีพพื้นบ้าน ผ้าอีสาน ของดีโคราช ดนตรี คนดีศรีโคราช เป็นต้น เปิดให้เข้าชมในวันและเวลาราชการ ศูนย์ฯจะตั้งอยู่ที่ถนนสุรนารายณ์ เมื่อเข้ามาในบริเวณสถาบันราชภัฏแยกซ้ายตามป้ายก็จะพบ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 4425 3097 โทรสาร 0 4424 4739

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์  : พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์เป็นสถานที่จัดแสดงศิลปวัตถุที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทธจินดารวบรวมไว้ รวมถึงโบราณวัตถุที่กรมศิลปากรขุดพบในเขตจังหวัดนครราชสีมา ในจังหวัดใกล้เคียง และที่มีผู้บริจาค ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูป มีทั้งพระศิลาสมัยขอม พระพุทธรูปสมัยอยุธยา พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ เครื่องเคลือบดินเผา เครื่องใช้สมัยโบราณ ภาพไม้แกะสลัก

ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสุทธจินดา ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด เปิดให้เข้าชมระหว่างเวลา 09.00 – 16.00 น. ในวันพุธถึงวันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์

อัตราค่าเข้าชม ชาวไทยคนละ 20 บาท และชาวต่างประเทศคนละ 50 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 4424 2958

วัดศาลาลอย : เป็นวัดที่ท้าวสุรนารีกับท่านปลัด ผู้เป็นสามีสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2370 พระอุโบสถสร้างแบบศิลปไทยประยุกต์ เป็นรูปสำเภาโต้คลื่น ใช้วัสดุพื้นเมืองคือกระเบื้องดินเผาด่านเกวียนนำมาประดับตกแต่ง เช่น ผนังด้านหน้าอุโบสถเป็นภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ ผนังด้านหลังเป็นภาพตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ส่วนบานประตูเป็นโลหะลายนูน ภาพเล่าเรื่องเวชสันดรชาดก (13 กัณฑ์)

ภายในมีพระประธานปูนปั้นสีขาว ปางห้ามสมุทร เป็นพระพุทธรูปยืนประทับ ณ ประตูเมืองสังกัสนคร นามว่า พระพุทธประพัฒน์สุนทรธรรมพิศาล ศาลาลอยพิมาลวรสันติสุขมุนินทร์ หน้าประตูอุโบสถมีปูนปั้นรูปท้าวสุรนารีนั่งพนมมือกลางสระน้ำ ตัวอุโบสถล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วรูปเสมา สัญลักษณ์ของเมืองเสมาเดิม ด้านข้างมีสถูปขนาดเล็กซึ่งเคยใช้เป็นที่บรรจุอัฐิท้าวสุรนารี พระอุโบสถหลังนี้ได้รับรางวัลดีเด่นแนวบุกเบิกอาคารทางศาสนา จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัลจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนาคะประทีป ในปี พ.ศ. 2516

ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมือง โดยแยกจากถนนรอบเมืองไปประมาณ 500 เมตร วัดนี้ตั้งอยู่ติดกับลำตะคองซึ่งไหลพาดผ่านตอนเหนือของตัวเมืองไปลงสู่แม่น้ำมูล

วัดศาลาทอง : ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวทะเล ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 1 กิโลเมตร เป็นวัดธรรมยุติ เดิมบริเวณวัดเป็นป่าทึบ มีพระพุทธรูปนั่งองค์ใหญ่ ปางป่าเลไลยก์ ทำจากหินประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ต่อมาได้สร้างพระอุโบสถครอบไว้ ในวัดมีเจดีย์ใหญ่สร้างครอบเจดีย์องค์เดิมที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งอัญเชิญมาจากเชียงตุง ทุก ๆ ปีในเทศกาลตรุษสงกรานต์จะมีพิธีสักการะพระพุทธรูปเป็นประจำ

วัดป่าสาลวัน : อยู่ในตัวเมือง จากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีใช้เส้นทางถนนมุขมนตรีขับตรงไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายหน้าวัดอัมพวัน ตรงไปประมาณ 50 เมตร ข้ามทางรถไฟ เลี้ยวซ้ายผ่านศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน พบสามแยกเลี้ยวซ้ายผ่านหน้าร้านส้มตำโค้งวัดป่าฯ อีกครั้ง แล้วเลี้ยวขวาอีกประมาณ 100 เมตร จนถึงประตูวัด

วัดป่าสาลวันเป็นวัดที่เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิธาตุของเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพบูชาของศาสนิกชน คือ อาจารย์เสา อาจารย์มั่น รวมทั้งอัฐิของอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสที่ได้บุกเบิกสร้างวัดแห่งนี้

อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ : ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12.5กิโลเมตร อยู่ทางด้านซ้ายมือตามเส้นทางสายนครราชสีมา-ชัยภูมิ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์สูง 175 เซนติเมตร สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือและเหล่าบรรพบุรุษของชาวนครราชสีมา ที่ได้พลีชีพเพื่อปกป้องชาติเมื่อครั้งสงครามเจ้าอนุวงศ์ ปี พ.ศ. 2369 ที่ทุ่งสัมฤทธิ์ ด้วยการใช้ดุ้นฟืนติดไฟโยนเข้าใส่กองเกวียนดินดำของกองทัพลาวจนระเบิดเสียหาย รวมถึงตัวนางด้วยที่ได้สิ้นชีวิตในการสู้รบครั้งนั้น

ปราสาทพนมวัน : เป็นปราสาทขอมที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลโพธิ์ สันนิษฐานว่าเดิมก่อสร้างด้วยอิฐในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ต่อมาประมาณพุทธศตวรรษที่ 18-19 จึงได้มีการสร้างอาคารหินซ้อนทับลงไป จากจารึกที่ค้นพบ เรียกปราสาทแห่งนี้ว่า “เทวาศรม” เป็นศาสนสถานของฮินดู ก่อนจะเปลี่ยนเป็นพุทธสถาน ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม แต่ยังคงเห็นซากโบราณสถานหลงเหลือเป็นเค้าโครงค่อนข้างชัดเจนเช่น ปรางค์จัตุรมุข องค์ประธานหลักซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกโดยมีมณฑปอยู่เบื้องหน้าและมีฉนวน (ทางเดิน) เชื่อมต่อระหว่างอาคารทั้งสอง

ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปรางค์มีอาคารก่อด้วยหินทรายสีแดงเรียกว่า “ปรางค์น้อย” ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบปราสาทมีระเบียงคดสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลงล้อมเป็นกำแพงอยู่ มีโคปุระ (ประตูทางเข้าเทวสถาน) ก่อสร้างเป็นรูปหอสูงทั้งสี่ทิศ รอบนอกด้านทิศตะวันออกห่างจากโบราณสถานเกือบ 300 เมตร มีร่องรอยของคูน้ำและเนินดินเรียกว่า “เนินอรพิม” มีศิลาแลงจัดเรียงเป็นแนวคล้ายซากฐานอาคารบนเนินแห่งนี้ด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00- 18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

เดินทางจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-ขอนแก่น) ประมาณ 15 กิโลเมตร ทางเข้าอยู่ฝั่งตรงข้าม เข้าทางเดียวกับวัดหนองจอก ขับตรงไปประมาณ 8 กิโลเมตร ถ้าขึ้นรถประจำทางขึ้นได้ที่สถานีขนส่งแห่งที่ 1 เป็นรถสองแถวเล็ก โคราช – ลองตอง ค่ารถ 9 บาท ลงรถปากทางเข้าวัดลองตอง แล้วต่อรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างเข้าไปที่ตัวปราสาทพนมวัน ค่ารถประมาณ 20 บาท

สวนสัตว์นครราชสีมา : อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ ตามทางหลวงหมายเลข 304 (นครราชสีมา-ปักธงชัย) ระยะทาง 18 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (ทางหลวงหมายเลข 2310) อีกประมาณ 1 กิโลเมตร สวนสัตว์นครราชสีมาเป็นสวนสัตว์แบบซาฟารีกึ่งเปิดและปิด มีพื้นที่ถึง 545 ไร่ 1 งาน 48 ตารางวา เป็นสวนสัตว์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย มีการจัดสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับนิสัยสัตว์แต่ละชนิด

ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ป่าแอฟริกา ได้แก่ นกเพนกวิน แมวน้ำ ช้างแอฟริกา อูฐ จิงโจ้ แรด เสือชีต้าห์ สิงโต ม้าลาย ยีราฟ เป็นต้น และมีอาคารจัดแสดงสัตว์เลื้อยคลาน และสวนนกเงือก จึงเหมาะแก่การทัศนศึกษาเรียนรู้ชีวิตสัตว์และพักผ่อนหย่อนใจ

ภายในสวนตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม มีบริการรถพ่วงวิ่งรอบบริเวณ รวมทั้งจักรยานให้เช่าอีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีส่วนสวนสัตว์เด็กและสวนสัตว์ศึกษ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์อย่างใกล้ชิด รูปแบบคือจัดเป็นห้องโถงแสดงนิทรรศการด้วยสื่อและเทคนิคต่างๆเช่น หุ่นจำลองโมเดล 3 มิติเกี่ยวกับการกำเนิดโลก กำเนิดสิ่งมีชีวิต วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ชีวิตในทะเล ระบบนิเวศน์ กำเนิดมนุษย์ และโลกของไข่

เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 08.00–16.00 น. อัตราค่าเข้าชม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท รถยนต์ 50 บาท รถบัส 60 บาท จักรยานยนต์ 10 บาท

สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 4493 4537 – 8 www.zookoratzoo.com

พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน และทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ตั้งอยู่เลขที่ 184 หมู่ที่ 7 บ้านโกรกเดือน 5 ถนนมิตรภาพ-หนองปลิง ตำบลสุรนารี เดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (นครราชสีมา-ปักธงชัย) ระยะทาง 16 กิโลเมตร ถึงประตูที่ 2 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เบี่ยงซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมืองสายมิตรภาพ-หนองปลิงอีก 1 กิโลเมตร

ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในเจ็ดแห่งของโลก ที่พบพรรณไม้ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ อายุประมาณ 800,000– 320,000,000 ปี นอกจากเพลิดเพลินกับสวนไม้กลายเป็นหิน การจำลองภูมิประเทศของภาคอีสานบริเวณลุ่มน้ำมูล–ชี ยังมีภาพยนตร์บอกถึงการกำเนิดโลกและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตให้ชมด้วย

ขณะเดียวกันยังมีพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ 8 สกุล จาก 42 สกุลที่พบทั่วโลก ทั้งช้างสี่งา ช้างงาจอบ ช้างงาเสียม (อายุประมาณ 16 – 5 ล้านปี) รวมทั้งฟอสซิลสัตว์นานาชนิด เช่น เต่ายักษ์ ตะโขง เอป (ลิงไม่มีหางที่มีสายวิวัฒนาการใกล้เคียงกับมนุษย์ที่ถูกจัดให้เป็นชนิดใหม่ของโลก เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 044 216617

หอศิลป์ทวี รัชนีกร : หอศิลป์ทวี รัชนีกร เลขที่ 203 ซ.เพชรมาตุคลา 4 หมู่ที่ 10 ถนนราชสีมา-จักราช ตำบลหัวทะเล ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2550 โดยศิลปินแห่งชาติ ทวี รัชนีกร เพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะประเภทต่างๆ ของศิลปิน ตั้งแต่งานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม และเทคนิคผสม

นอกจากการแสดงผลงานแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา อาทิ การประกวดวาดภาพ การจัดเสวนา หรือการบรรยายทางศิลปะ มีอาคารเล็กที่จัดแสดงผลงานวาดเส้นเทคนิคผสม ชั้นบนเป็นห้องสมุดที่มีหนังสือศิลปะไว้บริการ หอศิลป์ทวี รัชนีกร

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันพุธถึงวันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์-วันอังคาร) ระหว่างเวลา 10.00 น. – 16.00 น.

หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะควรแจ้งล่วงหน้า โทรศัพท์ 0 4426 5877, 0 4426 6988

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ : อุทยานเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย มีอาณาเขตครอบคลุม 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี นครราชสีมา ปราจีนบุรี และนครนายก เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายก แม่น้ำปราจีน ลำตะคอง ลำพระเพลิง และห้วยมวกเหล็ก อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานานาชนิด เช่น ช้างป่า กวางป่า เก้ง กระทิง เสือ

รวมถึงมีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงาม เนื้อที่รวม 1,353471.53 ไร่ หรือ 2,165.55 ตารางกิโลเมตร สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ด้านตะวันตกของเทือกเขาพนมดงรัก สูงโดดเด่นขึ้นมาจากที่ราบภาคกลาง มีเขาร่มเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด 1,351 เมตร เขาสามยอดสูง 1,142 เมตร เขาฟ้าผ่าสูง 1,078 เมตร จากระดับน้ำทะเลประกอบด้วยทุ่งกว้างสลับกับป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ด้านตะวันออกพื้นที่จะลาดลงไปทางทิศใต้

ส่วนด้านตะวันตกพื้นที่จะเป็นภูเขาสูงชัน เขาใหญ่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505 และได้รับสมญาว่าเป็นอุทยานมรดกของอาเซียน และได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ในปี 2548

วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม : อยู่บริเวณเขาสีเสียดอ้า ตำบลกลางดง แยกจากทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-สระบุรี) หลักกิโลเมตรที่ 150 ไปตามถนนลาดยางอีก 3 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธสกลสีมามงคล” เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ชาวบ้านมักเรียกว่า “หลวงพ่อขาว” หรือ “หลวงพ่อใหญ่” เป็นพระพุทธรูปปางประทานพรสีขาวขนาดใหญ่ ขนาดหน้าตักกว้าง 27 เมตร สูง 45 เมตร

ศูนย์การสุนัขทหาร : ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองสาหร่าย ริมทางหลวงหมายเลข 2 ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 183 – 184 เป็นหน่วยงานที่ขึ้นอยู่กับกรมการสัตว์ทหารบก เป็นศูนย์ฝึกสุนัขทหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ขณะเดียวกันก็มีชมรมรับฝึกสุนัขให้ผู้สนใจทั่วไปด้วย และเพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในหน่วยทหาร ประชาชนสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ภายในศูนย์ ส่วนการชมการแสดงของสุนัข ควรกติดต่อล่วงหน้าที่ โทร. 0 4439 0113-4 ต่อ 29007

วัดวชิราลงกรณ์วรารามวรวิหาร : เป็นพระอารามหลวงในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ตั้งอยู่ตำบลหนองน้ำแดง ริมถนนมิตรภาพ สายสระบุรี-ปากช่อง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 152 ก่อนถึงอำเภอปากช่องประมาณ 8 กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระบรมราชานุญาติ ยกวัดวชิราลงกรณ์วราราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เพื่อเฉลิมพระเกียรติในพระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร วันที่ 28 ธันวาคม 2518

วัดมีพระมณฑปที่สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลังในลักษณะพุทธศิลปะจากอินเดีย โดยช่างออกแบบชาวอินเดีย ภายในพระมณฑปเป็นภาพสังเวชนียสถานทั้ง 4 และมีภาพรอยพระพุทธบาทจำลอง เพื่อให้คนทั่วไปได้มีโอกาสสักการบูชา

ฟาร์มโชคชัย : ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ-ปากช่อง กิโลเมตรที่ 159 – 160 เป็นฟาร์มโคนมที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีป เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรดีเด่น รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ครั้งที่ 4 ปี 2545 และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรยอดเยี่ยม ครั้งที่ 7 ปี 2551

กิจกรรมในฟาร์มจะมีตั้งแต่ชม การผลิตน้ำนมดิบ การเลี้ยงโคนม การรีดนม การขี่ม้า ชมฟาร์มม้า ฟาร์มสุนัขและการแสดงของสัตว์ โดยจะมีมัคคุเทศนำชมตลอดรายการ นอกจากนี้ยังมีที่พักแบบบูติกแคมป์ เป็นเต็นท์ติดแอร์สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนโดยการกลับสู่วิถีธรรมชาติ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 4432 8386, 0 4432 8485 www.farmchokchai.com

ทองสมบูรณ์ คลับ : ตั้งอยู่เลขที่ 119 หมู่ 10 ถนนปากช่อง-หัวลำ ตำบลปากช่อง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่เหมาะกับครอบครัว และคนที่ชอบความตื่นเต้นท้าทาย เพราะมาที่นี่จะได้สนุกกับการขี่ม้าสไตล์ตะวันตก และเครื่องเล่นชนิดต่าง ๆ เช่น รอกลอยฟ้า กิจกรรมโรยตัว รถเอทีวี โกคาร์ท คาร์ทครอส ลูจ กระเช้าลอยฟ้า ล่องแก่ง เป็นต้น เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น.

นอกจากนี้ยังมีที่พักแบบกระโจมอินเดียนแดง คาราวานเกวียน บังกะโล และเรือนนอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 4431 2316, 0 4431 4998 และ 0 4431 2248 www.thongsomboon-club.com

สวนซ่อนศิลป์ ณ ตลาดน้ำศิลปะกลางดง อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา : สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ “สวนซ่อนศิลป์” ไม่ใช่เป็นเพียงสวนป่าหรือสวนดอกไม้ธรรมดาๆทั่วไป ภายในพื้นที่ของสวนที่ร่มรื่นซุกซ่อนไปด้วยงานศิลปะที่ตกแต่งไว้ หลากหลายสไตล์ และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ แฝงด้วยงานศิลปะที่มีชิ้นเดียวในโลก เป็นสถานที่ที่แบ่งปันจินตนาการและสร้างแรงบันดาลใจเหมาะกับทุกคนในครอบครัว

ทุกท่านจะมีรอยยิ้มแห่งความสุขและมีประสบการณ์ดีๆร่วมกันตลาดศิลน้ำปะกลางดง เป็นตลาดน้ำขนาดย่อมที่เน้นงานศิลปะตกแต่งสวนสวยสไตล์อังกฤษควบคู่ไปกับธรรมชาติอย่างลงตัว มีท่าเรือขายอาหารสีสันสดใส สตูดิโอสอนศิลปะงานเพ้นท์ภาพลงบนภาชนะ เพ้นท์ตุ๊กตาดินเผา และอาร์ตแกลลอรี่ เป็นที่รวบรวมงานศิลปะและของสะสมโบราณ ทุกพื้นที่ของสวนซ่อนศิลป์และตลาดน้ำศิลปะจะมีมุมถ่ายรูปสวยๆมากมาย

เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักถ่ายรูปเลยทีเดียวนอกจากนี้ที่ตลาดน้ำศิลปะกลางดง ยังมีร้านอาหารไทย ร้านสเต็ก ร้านกาแฟและไอศครีมให้นั่งท่องเที่ยวได้เลือกทานอีกด้วยเช่นกัน