เที่ยว ฟิน กินอร่อย “ชัยภูมิ”

คุณไม่รู้ ไม่ใช่ว่ามันไม่มี…นั่นแหละชัยภูมิ จังหวัดที่ผมไปบ่อยสุดในอีสานและเป็นจังหวัดที่ผมรักติดอันดับต้นๆ เต็มไปด้วยธรรมชาติ น้ำ ฟ้า ป่า เขา อุทยานแห่งชาติสี่แห่ง กับหนึ่งเขตรักษาพันธุ์ฯ ใครอยากเห็นอีสานเขียวให้มาดูที่ชัยภูมิ พอคิดถึงชัยภูมิก็ต้องจัดทริปให้สักหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าผมโม้  ขับรถเที่ยว กินของอร่อย ธรรมชาติมาเต็ม ร้านกาแฟคาเฟ่เก๋ๆ ถูกใจสาวๆ ก็มีแถมพอกลับมาแล้วจะรู้สึกว่า เฮ้ย… นี่เที่ยวแค่เสี้ยวเดียวของชัยภูมิเอง

สวนอาหารตากหมอก
เข้าเมืองชัยภูมิทั้งทีต้องหาของกินอร่อยๆ แบบอีสาน พูดง่ายๆ เลยว่าสวนอาหารตากหมอกคือร้านแจ่วฮ้อน จิ้มจุ่ม นั่นเอง ในตัวเมืองมีร้านแจ่วฮ้อนให้เลือกเยอะมาก ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกดีๆ ร้านนั่งสบาย บรรยากาศดี มีทั้งโซนเอาต์ดอร์ เปิดช่วงเย็น และโซนอินดอร์ห้องแอร์ เปิดตั้งแต่สายๆ ราคาชุดแจ่วฮ้อนสบายกระเป๋า มีชุดหมู ชุดเนื้อ ชุดปลาต่างๆ และชุดรวม น้ำจิ้มอร่อยเด็ด

อยู่ในตัวเมืองชัยภูมิ ถนนนนทนาคร ตรงข้ามร้าน Friend Sheep Café
เปิดทุกวัน 10.00-23.00 น.
โทร. 0933431592

SAYA cafe & restaurant
ถ้าจะหาร้านกาแฟนั่งชิลสักร้านในชัยภูมิต้องนี่เลย “ษญา คาเฟ่” รับประกันว่าไม่ผิดหวังระดับท้าให้ลองเลยครับ ที่นี่เป็นคาเฟ่สไตล์บ้านสวน ร่มรื่นด้วยสีเขียว บรรยากาศดีถึงดีที่สุด จะนั่งเพลินหลบร่มกลางสวนหย่อมก็ได้ หรือนั่งเย็นๆ ภายในร้านที่ตกแต่งติดกลิ่นอายวินเทจก็ดีเหมือนกัน มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปอัพเฟซอัพไอจีพอประมาณ อาหารคาวมีหลากหลายครับ เน้นแบบฟิวชั่น ไทยๆ ผสมยุโรป ราคาไม่แพง

อยู่บ้านคลองเรียง ตัวเมืองชัยภูมิเข้าจากซอยข้างวิทยาลัยเกษตร หรือทางฝั่งถนนนนทนาครในซอยกำลังปรับปรุงถนนและถนนแคบ แต่รถทุกชนิดวิ่งได้
เปิดทุกวัน ยกเว้นวันที่ 10 และ 20 ของเดือน 10.00-22.00 น.
โทร. 0905645799, 0819184640

น้ำผุดทัพลาว
อิ่มอร่อยที่ตัวเมืองแล้วก็ดิ่งขึ้นเหนือสุดไปเที่ยวอำเภอคอนสาร อีกอำเภอสีเขียวของชัยภูมิ จุดหมายแรกอยู่ที่น้ำผุดทัพลาว (เคยมีกองทัพลาวเดินทัพผ่านมาทางนี้ และมีชาวลาวอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่) แหล่งน้ำธรรมชาติสีฟ้าอมเขียวสวยใสมาก ที่นี่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม ได้รับการจัดตั้งเป็นสวนรุกขชาติ ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติฯ แต่ต้องบอกก่อนว่าความสวยขึ้้นอยู่กับฤดูกาล สภาพแวดล้อมช่วงนั้นๆ รวมทั้งสิ่งสำคัญคือจำนวน  นักท่องเที่ยว

เขื่อนจุฬาภรณ์
เขื่อนจุฬาภรณ์หรือเขื่อนน้ำพรม ชมวิวชิลๆ มาผ่อนคลายอารมณ์ให้สมใจกันได้เลย และไม่ใช่ชมวิวอย่างเดียวเพราะที่นี่มีบ้านพักรับรองที่นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเข้าไปใช้บริการได้ การันตีความสะดวกสบาย สะอาดสะอ้านแน่นอน แถมราคาประหยัดเริ่มต้นเพียงคืนละ 600 บาท เท่านั้นเอง หรืออยากจะพักหลังใหญ่แบบครอบครัวก็มีนะ

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอร่อยๆ ชื่อเรือนน้ำพรม เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าถึงเย็น และร้านกาแฟบรรยากาศเลิศชื่อ Coffee by August อยู่ตรงข้ามกันด้วย เรียกว่าจะค้างหรือไม่ค้างที่นี่ก็มาเที่ยวได้ทั้งวันครับ
ร้านอาหารเปิดบริการทุกวัน 7.00-20.00 น.
ติดต่อบ้านพัก โทร. 0854194464, 0879518308

ทุ่งกะมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว
ซาฟารีเมืองไทยกลางทุ่งกะมัง ทุ่งหญ้ากว้างโอบล้อมด้วยผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เป็นที่อยู่ของสัตว์เท้ากีบมากมาย โดยเฉพาะเนื้อทราย (กวางพันธุ์เล็กชนิดหนึ่ง) ในอดีตเป็นพื้นที่ถูกถางทำการเกษตร ก่อนได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง

ทุ่งกะมังอยู่บริเวณสำนักงานเขตฯ การจะเข้าไปต้องผ่านด่านตรวจและเก็บค่าธรรมเรียมที่ศูนย์พิทักษ์ป่าฯ ปางม่วง จากนั้นจึงขับรถเข้าไปราว 25 กิโลเมตร หากเป็นการเที่ยวแบบไม่ค้างแรมก็เข้าไปได้เลย แต่ถ้าค้างแรมทั้งกางเต็นท์หรือบ้านพักต้องขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน บางกรณีอาจต้องทำหนังสือ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา จำนวนคน ตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

เปิดทุกวัน ประตูด่านเปิด 8.30-16.30 น. ห้ามเข้าเด็ดขาดหลังเวลาดังกล่าว
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 บาท
โทร. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว 0970027290

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว
บอกเลยว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าซึ่งน่าเที่ยวที่สุดตั้งแต่เคยเจอมาเลยล่ะ เพราะไม่ใช่แค่เลี้ยงสัตว์ป่าตามหน้าที่ ยังจัดแสดงได้ไม่ต่างจากสวนสัตว์ พื้นที่ร่มรื่นมากครับ ถึงแม้ชนิดของสัตว์ต่างๆ จะไม่หลากหลายเหมือนสวนสัตว์ขององค์กรสวนสัตว์ (ก็คนละหน้าที่นี่นะ)

อยู่ใกล้กับด่านปางม่วง ทางเข้าทุ่งกะมัง
เปิดทุกวัน 8.30-16.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม

ภูแลนคา
หลังจากไปเที่ยวไกลจนอิ่มหนำ ก็ได้เวลาตีรถกลับเข้าสู่ตัวเมืองอีกครั้ง เพราะในตัวเมืองชัยภูมิก็มีที่เที่ยวธรรมชาติไม่น้อยเลยล่ะ เริ่มที่ภูแลนคา เทือกเขายาวเหยียดกินพื้นที่หลายอำเภอของชัยภูมิ หลายคนรู้จักภูแลนคาเพราะจุดชมวิวผาหัวนาค แต่นั่นทำให้หลายคนลืมอีกจุดน่าสนใจคือที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งมีธรรมชาติสวยๆ ให้ชมไม่น้อยเลยนะ

เปิด 8.30-18.00 น.
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 บาท รถมอเตอร์ไซค์ 20 บาท ใช้บัตรร่วมกับผาหัวนาคในวันเดียวกันได้ อุทยานฯ เดียวกัน กางเต็นท์พักแรม ค่าธรรมเนียม 30 บาท ต่อคนต่อคืน
โทร. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา 0930939193 , 044109786

ผาหัวนาค
หากจะหาสถานที่กางเต็นท์ยอดฮิตและบรรยากาศดีที่สุดของชัยภูมิก็ต้องที่นี่ ผาหัวนาค เป็นหน่วยพิทักษ์ชั่วคราวของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา (คนละจุดกับที่ทำการฯ แต่มีไฮไลท์เรื่องที่เที่ยวโดดเด่นกว่า) พิกัดไปง่ายมากคืออยู่เลยมอหินขาว 2 กิโลเมตร เปิด GPS พาไปโลด ใครมาชมวิวที่นี่รับรองว่าต้องฟินแน่นอน ขับรถผ่านด่านขึ้นไปเจอจุดชมวิวหม่องเบิ่งตระเวน วิวกว้างไกล แต่ไฮไลท์ให้เดินไปอีกหน่อยคือผาหัวนาค เป็นแนวหน้าผายาวสูงชัน บางช่วงผาหินคล้ายหัวพญานาค เลยเป็นที่มาของชื่อผาหัวนา

เราเดินชมวิวได้ตลอดแนวหน้าผาเลยครับ ถ่ายรูปกันให้สะใจ โดยเฉพาะยามเย็นพระอาทิตย์ตกสวยอย่าบอกใคร มองลงไปเห็นอำเภอหนองบัวแดงอำเภอเกษตรสมบูรณ์ รวมถึงภูเขียวที่เด่นอยู่ข้างหน้า สำหรับลานกางเต็นท์มีสองจุดคือตรงดงสน กับหม่องเบิ่งตระเวน ชอบตรงไหนเลือกทำเลกันได้เลย อุปกรณ์ทุกอย่างมีให้เช่า ขอบอกว่ากลางคืนที่นี่ดูดาวได้สวยสุดยอด สำหรับร้านอาหารในฤดูท่องเที่ยวจะขายกันตั้งแต่เช้ายันหัวค่ำ คนขายก็นอนกันที่นั่นแหละครับ  อยู่ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง เลยจากมอหินขาวขึ้นไป 2 กิโลเมตร ถนนดีรถทุกชนิดขึ้นถึง
เปิด 6.00-18.00 น. (กรณีไม่ได้ค้างแรม) โทร. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา 0930939193 , 044109786

มอหินขาว
วันสุดท้ายสำหรับการเดินทาง พลาดไม่ได้กับแลนด์มาร์คและสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของชัยภูมิ ต้องบอกก่อนว่าเรื่องความสวยงามอลังการคงไม่เท่าไหร่ (ถ้าใครหวังไว้เยอะนะ) แต่เรื่องอัศจรรย์ธรรมชาติเอาไปเลยเต็มสิบ แท่งหินสูงใหญ่ห้าแท่งมาตั้งโด่เด่โดดเด่นอยู่บนลานกว้างได้อย่างไร สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดขึ้นมากกว่า 150 ล้านปีมาแล้ว

มอหินขาวอยู่ริมถนนทางขึ้นผาหัวนาค แต่ที่นี่ไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานฯ เพราะฉะนั้นจึงไม่เสียเงินเที่ยวชม ไม่ใกล้ไม่ไกลมีร้านค้าร้านอาหารและห้องน้ำไว้บริการ มีจุดกางเต็นท์กว้างขวางอีกต่างหาก แต่จะมีคนกางเฉพาะช่วงปีใหม่และส่วนมากมาสังสรรค์ปาร์ตี้กัน ดังนั้นนักท่องเที่ยวธรรมดาทั่วไปแนะนำขึ้นไปกางที่ผาหัวนาคในเขตอุทยานฯ จะสบายใจและปลอดภัยกว่าครับอยู่ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง ไม่มีกำหนดเปิด-ปิด ไม่เสียค่าเข้าชม

กลุ่มหินต้นไทร-กลุ่มหินโขลงช้าง

ระหว่างทางจากมอหินขาว สู่ผาหัวนาค ก่อนถึงด่านตรวจ อช.ภูแลนคา มีสถานที่เก๋ๆ สำหรับถ่ายรูปและชมวิวอีกสองแห่งคือกลุ่มหินต้นไทรกับกลุ่มหินโขลงช้าง ลักษณะเป็นก้อนหินน้อยใหญ่หลากหลายรูปทรงกระจัดกระจายบนลานกว้าง ถ้ามาเที่ยวช่วงดอกหญ้าบานจะได้พร็อพกิ๊บๆ เก๋ๆ เราสามารถจอดรถลานฝั่งตรงข้ามแล้วเดินมาถ่ายรูปเล่นกันได้เลย อยู่ทางขึ้นผาหัวนาค ไม่มีกำหนดเปิด-ปิด ไม่เสียค่าเข้าชม

น้ำตกตาดโตน
อุทยานแห่งแรกสุดของชัยภูมิ และอุทยานแห่งชาติลำดับ 23 ของประเทศ แถมอยู่ไม่ไกลตัวเมือง เรียกว่าระหว่างกลางของตัวเมืองกับมอหินขาวก็ได้ เพราะฉะนั้นที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดมายาวนาน ทุกวันนี้ก็ยังน่าเที่ยวอยู่ครับ

น้ำตกตาดโตนมีน้ำตลอดทั้งปี เพราะรับน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำลำปะทาวที่อยู่เหนือน้ำตกขึ้นไป แล้งยังไงขอแต่เปิดประตูอ่างเก็บน้ำ น้ำตกก็มีน้ำ (ฮา…) เป็นน้ำตกหน้ากว้างชั้นเดียว สูงประมาณ 6 เมตร ใต้น้ำตกห้ามเล่นน้ำ แต่ลำธารเหนือน้ำตกเล่นได้ ลำธารด้านล่างลงไปก็เล่นได้ เรียกกว่าพื้นที่เล่นน้ำเพียบ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คนจึงเพียบเลย         อุทยานฯ มีลานกางเต็นท์ด้วยนะครับ คนไม่เยอะ บรรยากาศดี หรือถ้าจะนอนบ้านพักก็มีหลายหลังหลายโซน ถ้าเน้นว่ามาพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติแบบไม่พลุกพล่าน ที่นี่เหมาะเลย เพราะคนมาเล่นน้ำทั่วไปเขาไม่นิยมค้างคืนอยู่แล้ว

เปิด 8.30-18.00 น. ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 บาท รถจักรยานยนต์ 20 บาท
กางเต็นท์พักแรม ค่าธรรมเนียม 30 บาท ต่อคนต่อคืน โทร. อช.ตาดโตน 044853293

เฮือนคำมุ – พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณชัยภูมิ
เรือนไทยโบราณสถาปัตยกรรมล้านช้างที่ไม่ธรรมดา อย่างแรกคือที่นี่เป็นร้านกาแฟเล็กๆ บรรยากาศดี เครื่องดื่มอร่อย เบเกอรี่รสชาติเยี่ยม ราคาไม่แพง เครื่องดื่มเย็นแค่ 50 บาท สามารถแวะเวียนมานั่งพักผ่อนชิลๆ แม้จะเป็นร้านขนาดกะทัดรัดแต่เข้ามาแล้วฟินเว่อร์ แนะนำมากๆ

ต่อมาคือที่นี่มีส่วนจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ผ้าไทยโบราณ โดยเฉพาะผ้าทอจากหลายอำเภอในจังหวัดชัยภูมิ รวมทั้งส่วนของที่ระลึกขายผ้าไทยและสินค้าพื้นที่อีกนิดหน่อย ซึ่งรับมาจากชาวบ้านโดยตรง รายได้เป็นการช่วยเหลือชาวบ้านและพิพิธภัณฑ์ สิ่งดีๆ เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะความรักในผ้าไทยของอาจารย์คมกริช ฤทธิ์ขจร ครับ ตอนนี้กำลังขยับขยายอีกหลายส่วน ถือเป็นความภาคภูมิใจของชัยภูมิได้เลยครับ

อยู่ถนนชัยประสิทธิ์ ตัวเมืองชัยภูมิ เปิดทุกวัน 8.00-20.00 น. โทร. 0817255215

ปรางค์กู่
ว่ากันตรงๆ คือปรางค์กู่ไม่ได้ใช่ปราสาทขอมหลังใหญ่อลังการอะไร ที่นี่เป็นปราสาทอโรคยาศาล ตั้งอยู่ย่านชุมชน แต่ก็เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมขอมที่รุ่งเรืองในพื้นที่ภาคอีสาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม องค์ปราสาทเป็นศิลาแลงทั้งหลัง กรมศิลปากรเข้ามาบูรณะจนสมบูรณ์สวยงาม ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปซึ่งคงนำมาจากที่อื่นในยุคหลัง เป็นที่เคารพสักการะของชาวชัยภูมิอย่างมาก

อยู่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง ข้างวัดปรางค์กู่
ไม่กำหนดเวลาเปิด-ปิด ไม่มีค่าเข้าชม

บ้านเสี้ยวน้อย หมู่บ้านหม่อนไหม
ตั้งแต่ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม จนกว่าจะลงมือทอและกลายมาเป็นผ้าสักผืน นี่คือหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวชัยภูมิ จริงๆ แล้วมีชุมชนทอผ้าอยู่หลายแห่งกระจายในหลายอำเภอ แต่ถ้าใกล้ตัวเมืองและมีชื่อเสียงที่สุดต้องที่นี่เลย บ้านเสี้ยวน้อย ตำบลบ้านเล่า

ที่ได้ยกระดับเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม ปี พ.ศ. 2561 จากการนำของคุณแม่มาลา วรรณพงศ์ ประธานกลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านเสี้ยวน้อย จนผ้าทอที่นี่ได้รับรางวัลระดับประเทศมากมาย หากอยากเที่ยวชมแบบเต็มอิ่ม ติดต่อล่วงหน้าไปที่คุณแม่มาลาก่อนจะดีมากครับ ยิ่งถ้าไปเป็นหมู่คณะจะได้จัดเตรียมต้อนรับให้ประทับใจกันไป

บ้านเสี้ยวน้อย ตำบลบ้านเล่า อำเภอเมือง
เข้าจากถนน ทล.201 ไปประมาณ 7 กิโลเมตร
โทร. มาลา วรรณพงศ์ 087-2535284