เช็คอิน “10 ที่เที่ยวนครพนม” ชิลล์เมืองริมโขง สนุกครบทุกรสชาติ

ชวนเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเมืองน่ารักริมฝั่งโขง “นครพนม” ที่หลายคนไปแล้วแอบหลงรัก เพราะมีที่เที่ยวหลากหลายสไตล์ เหมาะกับทุกวัย ไปแล้วสนุกครบทุกรสชาติ ตั้งแต่เข้าวัดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชมวิวริมโขง ช้อปปิ้งบนถนนคนเดิน จะวางแผนไปเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน หรือ 3 วัน 2 คืน ก็ฟินได้ง่ายๆ ตามมาเที่ยวกันได้เลย!

นครพนม  เมืองน่ารัก บรรยากาศชิล ริมแม่น้ำโขง

มีแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้ ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ของเมืองนครพนม

มืองที่ “สุขที่สุด” ต้องลองมาเยือนสักครั้ง! และขอแนะนำ “10 ที่เที่ยวนครพนม” ชิลล์เมืองริมโขง สนุกครบทุกรสชาติ ต้องห้ามพลาด!

1.วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร 

พระอารามหลวงชั้นเอกซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน พระธาตุพนม โบราณสถานที่มีประวัติยาวนานนับพันปี โดยตามตำนานพระธาตุพนม หรืออุรังคนิทานกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งพระพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระอานนท์ เสด็จมาถึงดินแดนแถบนี้ ได้ทรงพยากรณ์ที่ตั้งเมืองมรุกขนคร (นครพนม) เอาไว้

ต่อมาหลังการเสด็จปรินิพพาน พระมหากัสสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ ก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ เข้าบรรจุภายในอุโมงค์ที่ก่อขึ้นบริเวณนี้ ก่อนที่จะเกิดการบูรณะปฏิสังขรณ์ต่อมาจนมีลักษณะเป็นองค์พระธาตุศิลปะอีสานที่งดงามในปัจจุบัน โดยพระธาตุพนมถือเป็น พระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีวอกด้วย

ที่ตั้ง : อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
เวลาเปิด-ปิด : 05:00-21:00 น. ทุกวัน
โทร. : 094 543 5888

2.พระธาตุท่าอุเทน 

พระธาตุคู่เมืองนครพนม สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2455 โดยจำลองแบบมาจากพระธาตุพนมแต่มีขนาดเล็กกว่า ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ซึ่งอัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ รวมทั้งพระพุทธรูปและของมีค่าต่างๆ ซึ่งนอกจากความสง่างามขององค์พระธาตุแล้ว ลวดลายปูนปั้นรอบองค์พระธาตุที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธชาดก ก็น่าชมน่าศึกษาในรายละเอียดไม่แพ้กัน

โดยทุกปีจะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 4 นอกจากนี้ พระธาตุท่าอุเทนยังถือเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันศุกร์ เชื่อกันว่าหากมานมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์เปรียบดั่งพระอาทิตย์

ที่ตั้ง : อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน
โทร. : 042 581 484

บรรยากาศริมแม่น้ำโขง บริเวณหน้าวัดพระธาตุท่าอุเทน

3.พระธาตุเรณู 

โดดเด่นน่าชมด้วยสีชมพูพาสเทลที่ทาลงบนลวดลายปูนปั้นที่สวยงามขององค์พระธาตุอย่างตั้งใจ องค์พระธาตุสร้างในปี พ.ศ.2461 โดยจำลองแบบมาจากสถาปัตยกรรมขององค์พระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยมีความสูงที่ 35 เมตร ส่วนภายในองค์พระธาตุบรรจุทั้งพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง ถือเป็นพระธาตุประจำของคนที่เกิดวันจันทร์

เชื่อว่าหากใครมานมัสการจะได้รับอานิสงส์ให้มีวรรณะงดงามผุดผ่องดังแสงจันทร์ ส่วนอุโบสถใกล้กันประดิษฐาน พระองค์แสน ศิลปะแบบลาว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำปางสมาธิซึ่งมีพุทธลักษณะงดงามมากองค์หนึ่งด้วย

ที่ตั้ง : ต.เรณู อ.เรณูนคร จ.นครพนม
เวลาเปิด-ปิด : 06:00-19:00 น. ทุกวัน
โทร. : 042 251 416

ไหว้พระธาตุเรณู เพื่อความเป็นสิริมงคล

4.ถนนคนเดินนครพนม 

อยู่ที่ถ.ชยางกูร ซึ่งเป็นถนนเลียบโขงในตัวเมืองนครพนม บรรยากาศยามเย็นจึงชิลน่าเดินมาก โดยจุดที่จัดเป็นถนนคนเดินจะอยู่บริเวณหอนาฬิกาเก่าแก่ของเมือง เรียงรายด้วยร้านรวงยาวร่วมๆ กิโลเมตร มีทั้งของกินของใช้สารพัด ที่โดดเด่นก็เช่น ผ้าย้อมครามที่นำมาตัดเป็นชุดและกระเป๋ารวมทั้งของกระจุกกระจิกหลายแบบ น่าซื้อมาก

ส่วนของกิน ก็มีเยอะ ทั้งแบบซื้อเดินกิน ไปจนถึงร้านนั่งกินดื่มเก๋ๆ ก็มีให้เลือกหลายร้าน โดยบางร้านก็สามารถนั่งชมวิวโขงได้ด้วย เรียกว่ามาเดินเล่นที่นี่จะได้เสพทั้งความสวยของบ้านเก่าริมโขง วิวโขงยามเย็น ช้อปของฝาก และอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายในคราวเดียว

● ที่ตั้ง : ถ.สุนทรวิจิตร ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม
● เวลาเปิด-ปิด : 07:00-21:00 น. เปิดวันศุกร์-อาทิตย์
● โทร. : 042 512 005

ช้อป ชิม ชิล.. ที่ ถนนคนเดิน นครพนม

5.พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพ

หมู่บ้านเก่าแก่ที่อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามนายโฮจิมินห์ได้เคยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกอบกู้เอกราชของประเทศเวียดนาม ระหว่างปีพ.ศ. 2467–2474

ซึ่งประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ได้ใช้ชีวิตอยู่นานถึง 7 ปี และได้ใช้บ้านพักแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับติดต่อประสานงานและเคลื่อนไหวในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชาติ จึงถือได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการกอบกู้อิสรภาพให้แก่ประเทศเวียดนาม

ส่วนพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย – เวียดนาม บ้านลุงโฮที่สร้างขึ้นใหม่ จำลองชีวิตสมัยต่างของท่านประธานาธิบดี โฮจิมินห์ ไว้ตั้งแต่เด็ก และในสมัยที่อยู่ในประเทศไทยด้วย

ส่วนบ้านที่เคยเป็นที่พักของท่านโฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีเวียดนามเป็นบ้านชั้นเดียวก็ยังคงอยู่สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะที่จะเป็นที่ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวในอดีตของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวเวียดนามจำนวนมากให้ความสนใจเข้ามาเที่ยว ณ สถานที่แห่งนี้

ที่ตั้ง : บ้านนาจอก หมู่ที่ 5 ตำบลหนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม

6.พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการ (หลังเก่า)

สำหรับใครที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมการก่อสร้างเก่าแก่ภายในเมืองนครพนม ต้องไม่พลาดที่จะเดินทางมาที่นี่ “พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม” (หลังเก่า) ที่ยังคงเอกลักษณ์ความสวยงามตามแบบฉบับตะวันตก ซึ่งได้รับอิทธิพลการสร้างมาจากฝรั่งเศส ในสมัยสงครามอินโดจีน

ที่นี่นอกเหนือจากจะเป็นจวนผู้ว่าฯ ในอดีตแล้ว ยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเอาของเก่าๆ ทั้งหลายที่หาชมได้ยาก และเป็นของที่ใช้กันจริง ๆ ในจวนหลังนี้ อีกทั้งยังมีภาพเรื่องราวเก่า ๆ เกี่ยวกับนครพนมให้ได้ศึกษา ประวัติความเป็นมาของเมืองนครพนมด้วย

ที่ตั้ง : ถนนสุนทรวิจิตร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

บรรยากาศภายใน พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการ (หลังเก่า)

7.สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน)

ว่ากันว่าที่นี่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว สะพานแห่งนี้เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ฝั่งประเทศไทย ที่บ้านห้อม ต.อาจสามารถ จ.นครพนม กับพื้นที่ฝั่งลาวอยู่ที่บ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ใช้เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งด้านการค้าและการท่องเที่ยว มีความยาวรวม 780 เมตร มีช่องลอดกว้าง 60 เมตร สูง 10 เมตร 2 ช่วง ความกว้างสะพาน 13 เมตร และมีการช่องจราจร 2 ช่อง

สำหรับสะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน) แห่งนี้เป็นหนึ่งในแนวทางพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ (ไทย-ลาว) ตามยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสายเอเชีย หรือ Asian Highway สาย AH 15

ที่ตั้ง : บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

8.อุโมงค์นาคราช 

ที่เที่ยวบรรยากาศสบายๆ ริมแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวสามารถมาชมความสวยงามและพักผ่อนออกกำลังกายไปในตัว กับ”อุโมงค์นาคราช” เส้นทางจักรยานที่เชื่อมจากเขื่อนแม่น้ำโขง ผ่านด้านหลังกองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นรข.นครพนม มีรูปแบบเป็นอุโมงค์ ระยะทางยาวถึง 307 เมตร พร้อมมีการติดตั้งโครงอุโมงค์ด้วยแผงเหล็กตะแกรง และระบบรักษาความปลอดภัยถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ท่องเที่ยวที่สามารถมาเดินเล่น หรือปั่นชมวิวทิวทัศน์แม่น้ำโขงได้อย่างใกล้ชิด

● ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.นครพนม

ปั่นจักรยาน ชิลๆ ริมโขง ที่อุโมงค์นาคราช

9.พญาศรีสัตตนาคราช

มานครพนมรอบนี้ต้องไม่พลาดแวะมาสักการะพญาศรีสัตตนาคราชสิ่งศักดิ์สิทธิ์และแลนด์มาร์กเมืองนครพนม ตั้งอยู่บนลานศรีสัตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณหน้าสำนักงานป่าไม้ ถ.สุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม

สำหรับเอกลักษณ์เด่นของ “พญาศรีสัตตนาคราช” คือการสร้างองค์พญานาคสีเหลืองทองขนาดใหญ่ ตามความเชื่อของชาวริมโขงทั้งไทยและลาว ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมและสักการะขอพรกันเป็นจำนวนมาก

ที่ตั้ง: อ.เมือง จ.นครพนม

พญาศรีสัตตนาคราช

10.วัดนักบุญอันนาหนองแสง

แลนด์มาร์คสวยๆ บน ถ.สุนทรวิจิตร เลียบริมแม่น้ำโขง ตัวโบสถ์คริสต์ก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1926 ถูกออกแบบโดยบาทหลวงเอดัวร์โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมการก่อสร้างแบบโบราณมีเอกลักษณ์ของคนหลายเชื้อชาติเข้าด้วยกันทั้งไทย, จีน, ลาว และเวียดนาม

เมื่อเดินเข้ามายังบริเวณเบื้องหน้าของโบสถ์ นักท่องเที่ยวจะสะดุดตากับหอคอยคู่ที่ตั้งอยู่เหนืออาคารขึ้นไป ปลายยอดแหลมดูเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล ซึ่งเดิมที่นี่เปิดให้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ภายหลังที่มีการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลก โบสถ์แห่งนี้ก็ได้รับความเสียหายจนกระทั่งมีการสถานที่ประกอบพิธีใหม่ขึ้น แต่ตัวโบสถ์เดิมก็มีการบูรณะขึ้นใหม่ ตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมโคโรเนียล ส่วนอาคารสีเหลืองด้านข้างก็สวยโดดเด่นเช่นกัน ซึ่งเปิดเป็น มูลนิธิบาทหลวงเอดัวร์นำลาภ นั่นเอง

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม

อาคารสีเหลืองด้านข้างที่เปิดเป็น มูลนิธิบาทหลวงเอดัวร์นำลาภ

สุขที่สุด.. “ นครพนม “

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ : การท่องเที่ยวเชิงไฉไล – [CHAILAIBACKPACKER]