เที่ยวริมน้ำโขง หนองคาย 3 วัน 2 คืน

เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ ถ้าพูดประโยคนี้มาแน่นอนว่ามีหลายคนต้องคิดถึง จังหวัด หนองคาย แน่นอน ประโยคที่โด่งดังจากภาพยนต์เรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11

วันนี้เราจึงอยากจะพาทุกคนไปเที่ยวตามฮอยพญานาคริมฝั่งโขงกัน เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เล็กและเป็นเมืองรอง แต่ไม่เป็นรองใครเรื่องความสวยงามของธรรมชาตินะ ผมรู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ให้เผยแพร่สถานที่เที่ยวต่างๆในจังหวัดหนองคาย เอาง่ายๆว่าแทบจะทุกซอกทุกมุมแล้ว แต่วันนี้ เดี๋ยวจะพาขับรถเที่ยวเป็นวงกลมตามเส้นทาง ไปสืบสานวัฒนธรรมสองล้านสองเวียงกัน

หนองคายอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ชมทะเลหมอก และยิ่งเป็นหมอกจากไอน้ำโขงของภูผาดักแล้วละก็บอกเลยว่าสวยมาก

ศาลาแก้วกู่ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของหนองคาย สร้างโดยหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ นักบวชจากฝั่งลาวซึ่งลี้ภัยมาถึงหนองคายเมื่อราว 40 ปีก่อน

โดยมีความตั้งใจจะเผยแผ่หลักศาสนาไม่ว่าจะพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ผ่านประติมากรรมฝีมือช่างท้องถิ่น ซึ่งรูปร่างลักษณะล้วนแต่เกิดจากจินตนาการของหลวงปู่โดยไม่ใช้แบบร่างใดๆ เช่น พระพุทธรูปปางต่างๆ พระเจ้าย่าแอใค่ พระนารายณ์บรรทมสินธุ์ พระราหูอมจันทร์ ตำนานการเวียนว่ายตายเกิด ฯลฯ รูปปั้นทั้งเล็กใหญ่กว่าพันชิ้นเหล่านี้ไม่เพียงสื่อถึงหลักศาสนา ตำนานและความเชื่อต่างๆ แต่ยังเป็นผลงานศิลปะที่น่าศึกษาอย่างมาก

โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของรูปปั้นที่ลงรายละเอียดได้อย่างน่าทึ่ง เรียกว่าเดินดูไปพร้อมกับอ่านข้อความบรรยายเป็นภาษาอีสานไปด้วย ท่ามกลางบรรยากาศใกล้พลบค่ำ ก็จะยิ่งชวนให้รู้สึกถึงความขลังอย่างน่าประหลาด

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย เป็นแหล่งเรียนรู้ที่การจัดแสดงจะค่อยๆ เพิ่มความน่าตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเส้นทางที่เดินชม เข้ามาโซนแรกจะอุ่นเครื่องด้วยตู้แสดงพันธุ์ปลาทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มหลายสายพันธุ์ ก่อนจะพาไปสู่อุโมงค์แสดงพันธุ์ปลาขนาดยาวถึง 34 เมตร

ลานวัฒนธรรม แหล่งรวมใจของคนหนองคาย เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สวยงามและ ยามเย็นจะเต็มไปด้วยประชาชนที่ออกมาสูดอากาศที่บริสุทธิ์

เราเริ่มเดินทางกันเลยครับ ผมเลือกเดินทางมาทางวัดพระธาตุบังพวนครับ สถานที่แรกก็เที่ยววัดก่อนเลย เสริมสิริมงคลกันหน่อย

วัดพระธาตุบังพวน เป็นอีกหนึ่งพุทธสถานที่สำคัญของจ.หนองคาย ซึ่งตามตำนานอุรังคธาตุ ระบุว่าเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนหัวเหน่าของพระพุทธเจ้าจำนวน 29 องค์ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มโบราณสถานที่เรียกว่า สัตตมหาสถาน เรียงรายอยู่รอบพระธาตุอีก 7 แห่ง วิหารพระประธาน หรือพระเจ้าใหญ่ และพระนาคปรกที่มีลักษณะงดงามแปลกตา รวมทั้งมี “สระมุจลินท์” หรือ “สระพญานาค” ที่มีตำนานปาฏิหารณ์เกิดขึ้นมากมาย และยังเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีการนำน้ำไปใช้กับพิธีสำคัญในราชสำนักล้านช้าง รวมทั้งพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญๆ เสมอมาถึงปัจจุบัน

ที่ตั้ง : ต.พระธาตุบังพวน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

มาต่อกันที่ วัดอีกเช่นเคย อยากกระซิบหูบอกว่า จังหวัดผมวัดเยอะมาก มาต่อที่วัดหินหมากเป้งครับ เป็นวัดที่เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นมาก ภายในวัดเหมาะกับการปฏิบัติธรรมมาก และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เเวะเข้ามาพักผ่อนจิตใจ

วัดแห่งนี้ก่อตั้งโดยหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน ภายในวัดมีเจดีย์บรรจุอัฐิของหลวงปู่ และพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องอัฐบริขารและชีวประวัติของท่านด้วย เมื่อมาถึงจุดชมวิวริมโขงของวัด นอกจากจะได้สัมผัสความร่มรื่นของพรรณไม้แล้ว จุดนี้ยังเป็นที่มาของชื่อวัด กล่าวคือก้อนหินที่ยืนอยู่ หากมองมาจากอีกฝั่งโขงจะเห็นเป็นหินสามก้อนเรียงกัน ลักษณะคล้ายลูกตุ้มเครื่องชั่งทองคำสมัยเก่า หรือที่คนอีสานเรียกว่า หมากเป้ง นั่นเอง 

ที่ตั้ง : บ้านไทยเจริญ ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
เวลาเปิด-ปิด : 08:30–16:30 น. ทุกวัน

ยังไม่จบที่วัด เราดิ่งขึ้นมาที่ วัดผาตากเสื้อ วัดแห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ทางธรรมแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วยนะ เพราะที่มีมีแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดหนองคาย นั่นคือสกายวอล์คกระจกที่สามารถมองเห็นวิวน้ำโขงสุดลุกหูลูกตา

เป็นอีกหนึ่งวัดที่สวยสง่างามมาก ยิ่งช่วงที่มีทะเลหมอก ไม่ต่างจากเราเดินอยู่บนก้อนเมฆกันเลยทีเดียว

หมอกลอยมาช่วงหลังฝนตกทุกครั้ง เอาง่ายๆเลยคือ เราสามารถยื่นมือไปสัมผัสหมอกได้เลย

นอกจากนี้ ยังเป็นจุดที่สามารถชมแสงเย็นและพระอาทิตย์ตกได้ด้วย

มีมุมถ่ายรูปเยอะเลยครับ แต่ละมุมสวยแตกต่างกันออกไป ที่นี่ถือว่าเป็นที่ ที่มีวิวน้ำโขงที่สวยมากๆของหนองคายเลย

ผมไปต่อที่ พัดโขดแสนไคร้ หรือแกรนแคนยอนหนองคายครับ เป็นน้ำโขงที่แห้งเวลาน้ำลดแล้วจะเห็นหินแล้วทรายผุดสลับกัน ทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่สวยงามมาก ใครจะเชื่อว่านี่คือแม่น้ำโขง

ด้านหลังมองเห็นภูเขาได้อย่างสวยงาม

และอีกหนึ่งสิ่งของที่นี่ที่ผมชอบนั่นคือวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ใช้ชีวิตสุดเรียบง่าย

และที่สำคัญ มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเลย

หนองคายเป็นจังหวัดที่ใกล้แม่น้ำโขง ทำให้ชาวบ้านริมน้ำโขงทำการเกษตรได้ดี และจะมีการปลูกพืชสลับฤดูกันไปเรื่อยๆ ทำให้สองข้างทางของถนนสวยงามไปด้วยพืชของชาวบ้าน

คืนแรกเรามานอนที่ วังน้ำมอก โฮมสเตย์สุดชิล เสน่ห์ผสมผสานล้านช้าง-ล้านนา บ้านวังน้ำมอก เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมวิถีชีวิต ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เป็นหมู่บ้านในภาคอีสานแต่กลับมีทั้งวัฒนธรรมของล้านนาเชียงใหม่ และล้านช้างผสมผสานกัน

มาถึงต้องเปลี่ยนชุดเป็นสาวศรีเชียงใหม่ให้เข้ากับโฮมสเตย์ซะหน่อย

สวยแล้ว ลุยกิจกรรมต่อได้ เพราะที่นี่เป็นชุมชนเรียนรู้ ทำให้มีกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบายศรีสู่ขวัญ ทำธง ทำดอกไม้ไปไหว้บูชา ทำอาหารท้องถิ่น

ขั้นตอนการทำไม่ยากนะครับ เพราะทำตามแม่ๆ ทั้งหลาย ที่พาทำ

จากนั้นเราก็น้ำไปไหว้บูชาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

หนึ่งคำที่ผมชอบของโฮมเสตย์วังน้ำมอกนั่นคือ กินข้าวเซาเฮือน เยือนถิ่นสองล้าน สองเวียง ครับ คือเป็นการกินข้าวด้วยกันและพักผ่อนที่บ้านของวังน้ำมอก อาหารที่ทำขึ้นมาก็เป็นวัตถุดิบของชาวบ้านเอง

จากนั้นก็จะมีพิธีการสำคัญ เมื่อผู้เฒ่าผู้แก่ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านมาทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ เพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวและเพื่อเป็นการอำนวยอวยพรให้ทุกๆ คนมีแต่ความสุขความเจริญ เมื่อสวดเรียกขวัญแล้วก็ผูกข้อต่อแขน ก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน

อรุณสวัสดิ์ยามเช้ากับการใส่บาตรข้าวเหนียว ก่อนจะรีบออกไปเที่ยวต่อ

คือถ้านอกแพลนสำหรับคนที่ฟิตมากๆ ผมแนะนำให้ขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ภูต่างๆ ทาง ต.บ้านม่วง อ.สังคมนพ เพราะช่วงฤดูหนาวจะมีหมอกเยอะมาก ส่วนฤดูฝน แล้วแต่วันเลยครับ แต่เป็นอีกสถานที่ที่สวยมากๆเลย

หมอกลอยพร้อมกับแสงแรกของดวงอาทิตย์

จากนั้นเราก็เข้ามาในเมืองครับ มากันที่ สะพานมิตรภาพไทยลาว สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกของไทย ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ เดินชิลเล่นของนักท่องเที่ยว และประมาณ 17.30 จะมีรถไฟข้ามมาจากฝั่งลาวด้วยนะ

จากนั้นผมก็มาไหว้ขอพรพระคู่บ้านคู่เมืองครับ นั่นคือ หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวง

เมื่อเข้ามาภายในวิหารหลวงพ่อพระใสจะสัมผัสได้ถึงความอลังการของภาพจิตรกรรมที่วาดเต็มผนังทุกด้านอย่างสวยงาม กลางวิหารเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่หล่อขึ้นจากทองสีสุก กล่าวกันว่าในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้อัญเชิญพระเสริม พระสุก และพระใส จากนครเวียงจันทร์ลงเรือข้ามมายังหนองคาย ปรากฏว่าพระสุกจมน้ำหายไป

ต่อมาในรัชกาลที่ 4 อัญเชิญพระเสริมและพระใสขึ้นเกวียนไปยังพระนคร แต่เกวียนที่ประดิษฐานพระใสเกิดหักบริเวณวัดโพธิ์ชัย จึงกลายเป็นสถานที่ประดิษฐานขององค์พระใสมาจนถึงทุกวันนี้ โดยช่วงวันสงกรานต์ จะมีการจัดงานสมโภชน์และขบวนแห่หลวงพ่อให้ชาวหนองคายได้สรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล

ที่ตั้ง : ถ.ประจักษ์ศิลปาคม ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย
เวลาเปิด-ปิด : 08:30–16:30 น. ทุกวัน
โทร. : 042 461 123, 042 413 723

ไปเดินเล่นหาซื้อของฝากกันต่อที่ตลาดท่าเสด็จ และจะมีร้านคาเฟ่หนึ่งชื่อว่า ณ ตลาดท่าเรือ เป็นร้านที่มีทั้งน้ำและขายของฝากด้วย ใครที่ผ่านไปแถวนั้นอย่าลืมแวะไปกันได้นะครับ

จากนั้นก็ควรไปเดินชอปหาซื้อของฝากกันในตลาดท่าเสด็จหรือตลาดอินโดจีนครับ เป็นแหล่งรวมสินค้านำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านไปจนถึงจีน มีมากมายหลายสิ่งให้เลือกสรรทั้งของกิน ของใช้ เสื้อผ้า ราคาก็ไม่แพง

รวมทั้งบรรดาสินค้าโอท็อป ไม่ว่าจะหมูยอ ปลาส้ม ไส้กรอกอีสาน กุนเชียง ผลไม้อบแห้ง มะพร้าวแก้ว ฯลฯ หรือเดินลัดเลาะตามตรอกออกมานิดเดียวก็จะเจอกับทางเดินเลาะเลียบริมโขงที่มีร้านอาหารทั้งบนบกและบนแพให้เลือกนั่งกินอาหารกัน และเดินต่อไปอีกไม่ไกลก็จะเจอกับรูปปั้นพญานาคคู่ขนาดใหญ่ แลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดหนองคาย ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ริมโขงให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย
เวลาเปิด-ปิด : 07:00–18:30 น. ทุกวัน

เดินเยอะก็เริ่มหิว แต่ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะในตลาดอินโดจีนมีร้านดีๆซ่อนอยู่นั่นคือ ร้านกาแฟเวียดครับ เป็นร้านอาหารที่ขายทั้งอาหารไทย และอาหารเวียดนาม บอกเลยว่าแต่ละเมนูคือที่สุดมาก ใครอยากลองอาหารเวียดนาม ร้านนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

และที่สุดไปกว่านั้นคือ เมนูของหวานยั่วๆเลยครับทุกคน บิงซูทุเรียนเสริฟมาเป็นลูกกันเลยทีเดียว ใครไปแล้วไม่ลองเมนูนี้ถือว่าพลาดมากนะ

พิกัด กาเฟเวียด : หนองคาย (ในตลาดท่าเสด็จ ร้านติดแม่น้ำโขงสามารถเดินมาจากทางริมโขงได้)
ทุกวัน 08:00 – 18:00
083-458-8885

บอกได้เลยว่าร้านนี้ครบทุกอย่างที่คุณต้องการ ทั้งรสชาติอาหาร ทั้งบรรยากาศ รวมถึงของฝากก็ยังมีเลย

จากนั้นผมก็ไปต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย เป็นแหล่งเรียนรู้ที่การจัดแสดงจะค่อยๆ เพิ่มความน่าตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเส้นทางที่เดินชม

เข้ามาโซนแรกจะอุ่นเครื่องด้วยตู้แสดงพันธุ์ปลาทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มหลายสายพันธุ์ ก่อนจะพาไปสู่อุโมงค์แสดงพันธุ์ปลาขนาดยาวถึง 34 เมตร จากนั้นจะพาเดินลงสู่ชั้นล่าง ผ่านตู้ปลาขนาดใหญ่ ที่สังเกตดีๆ จะเห็นเจดีย์และพญานาคตั้งอยู่ด้านในด้วย ซึ่งชั้นล่างนี้จะเป็นโซนแสดงพันธุ์ปลาหายากขนาดใหญ่ ที่ตกแต่งบ่อด้วยรูปปั้นพญานาค ได้บรรยากาศเสมือนเมืองบาดา

ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดก็คือการแสดงให้อาหารปลาผ่านตู้ปลาขนาดใหญ่นี้ โดยเจ้าหน้าที่จะดำน้ำลงมาพร้อมฝูงปลาตัวเล็กๆ นับร้อยรายล้อมจนแทบจะจมหายไปในนั้น น่าตื่นตาและเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย 

ที่ตั้ง : มหาวิทยาลัยขอนแก่น (วิทยาเขตหนองคาย) ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

ยังไปกลับไปนอนอีก มาต่อที่ วัดศาลาแก้วกูครับ เป็นอีกหนึ่งวัดที่ผมเห็นมาตั้งแต่เด็กเลย แต่เชื่อมั้ยว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมเลยครับ ทุกอย่างยังสวยและมีมนขลังเหมือนเดิม

ศาลาแก้วกู่ สร้างโดยหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ นักบวชจากฝั่งลาวซึ่งลี้ภัยมาถึงหนองคายเมื่อราว 40 ปีก่อน โดยมีความตั้งใจจะเผยแผ่หลักศาสนาไม่ว่าจะพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ผ่านประติมากรรมฝีมือช่างท้องถิ่น

ซึ่งรูปร่างลักษณะล้วนแต่เกิดจากจินตนาการของหลวงปู่โดยไม่ใช้แบบร่างใดๆ เช่น พระพุทธรูปปางต่างๆ พระเจ้าย่าแอใค่ พระนารายณ์บรรทมสินธุ์ พระราหูอมจันทร์ ตำนานการเวียนว่ายตายเกิด ฯลฯ รูปปั้นทั้งเล็กใหญ่กว่าพันชิ้นเหล่านี้ไม่เพียงสื่อถึงหลักศาสนา ตำนานและความเชื่อต่างๆ แต่ยังเป็นผลงานศิลปะที่น่าศึกษาอย่างมาก

โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของรูปปั้นที่ลงรายละเอียดได้อย่างน่าทึ่ง เรียกว่าเดินดูไปพร้อมกับอ่านข้อความบรรยายเป็นภาษาอีสานไปด้วย ท่ามกลางบรรยากาศใกล้พลบค่ำ ก็จะยิ่งชวนให้รู้สึกถึงความขลังอย่างน่าประหลาด

อีกร้านที่อยากแนะนำเลยครับ นั่นคือร้าน Beyond Café อยู่ในห้าง V Viang กลางเมืองหนองคาย ภายในตกแต่งคุมโทนดำ น้ำตาล ผสมเฟอร์นิเจอร์ไม้ และต้นไม้ประดับผนังและเพดาน ให้บรรยากาศเรียบหรูดูดีมากๆ แถมยังกว้างขวาง เลือกมุมนั่งได้สบายๆ

นอกจากเครื่องดื่มอย่างกาแฟสดที่คัดสรรเมล็ดกาแฟมาอย่างดี รวมทั้งเครื่องดื่มอีกหลากหลายชนิด บรรดาเบเกอรี่และบิงซูก็ทั้งหน้าตาดีและน่าลองไม่แพ้กัน เมนูที่หลายคนชิมแล้วติดใจจนต้องบอกต่อก็เช่น บิงซูบัวลอยไข่เค็ม ที่มาพร้อมซอสไข่เค็ม รสชาติหอมมันละมุน กาแฟไข่เค็ม ก็น่าลอง นอกจากนี้ในตู้ยังมีทั้งเค้ก ทาร์ต และพายอีกสารพัด อัดแน่นจนเลือกแทบไม่ถูกเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : V Viang Lifestyle Mall ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย
เวลาเปิด-ปิด : 08:30-21:00 น. ทุกวัน
โทร. : 095 221 2465

และตอนนี้มันก็เย็นมากแล้วเราต้องไปชิลบรรยากาศที่นี่กันต่อครับ นั่นคือ คาเฟ่ เดอ หาดคำ ร้านอาหารที่มีทั้งอาหารไทยและฝรั่งให้เลือกหลากหลาย รวมทั้งเครื่องดื่มสีสวย สูตรเฉพาะของทางร้าน บรรยากาศดี ติดริมแม่น้ำโขง ตกแต่งสไตล์ลอฟท์ มีโซนนั่งทั้งในห้องแอร์ และเอาท์ดอร์พร้อมเวทีดนตรีสด แถมมีโซนชั้น 2 ให้มานั่งชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าชิลๆ ด้วย

เมนูแนะนำ เช่น ปลาแดดเดียวทอดสมุนไพร ออเดิร์ฟอีสาน ยำเห็ด ฟักข้าวผัดไข่ ทะเลอบวุ้นเส้น ฯลฯ เครื่องดื่มขอแนะนำ อัญชันลาเต้ รสชาติละมุนดีมาก ส่วนใครที่มองหาที่พัก ที่นี่ก็มี เฮือนหาดคำ ให้บริการห้องพักในบรรยากาศเงียบสงบด้วย

ที่ตั้ง : วัดท่าสายทอง ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย
เวลาเปิด-ปิด : 06:00–23:00 น. ทุกวัน
โทร. : 094 636 1961

อย่างที่ผมบอกข้างต้นว่าหนองคายมีสถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์คเยอะมาก เชื่อมั้ยว่าแค่คุณไปยืนถ่ายรูปที่นี่ ทุกคนก็รู้แล้วว่า คุณมาหนองคาย

อย่างที่บอกว่าหนองคายเป็นเมืองสงบ ผมเลยอยากจะแนะนำที่พักที่เงียบๆแต่คุณภาพแน่นให้ทุกคนได้ไปพักกันครับ นั่นคือ Vanavennes resort เป็นที่พักที่ตกแต่งได้สวยงามมาก ภายนอกเต็มไปด้วยต้นไม้ และภายในอาคารล้อมสระว่ายน้ำ เรียกได้ว่า แค่เปิดประตูหลังห้องก็สามารถลงเล่นน้ำได้เลย

สนใจสอบถามได้ที่
042 012 767
www.vanaresort.com
VANA Wellness Resort Nongkhai

สิ้นสุดการเดินทาง 3 วัน 2 คืนในทริปนี้ของผม อยากขอขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงข้อความนี้ ยังไงก็ขอฝากรีวิวหนองคายฉบับนี้ผมด้วยนะครับ ฝากไลค์ฝากแชร์ ถ้ามาเที่ยวก็สกิดผมได้ ถ้าว่างเดี๋ยวผมพาเที่ยว รับรองคุณจะติดในจังหวัดเล็กๆ จังหวัดนี้แน่นอนครับ

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ : เที่ยวจนวันลาหมด