เที่ยวโดนใจ ไปได้ทั้งปี 10 ที่เที่ยวสวย กาฬสินธุ์- มหาสารคาม

ชวนเที่ยว “กาฬสินธุ์- มหาสารคาม” กันแบบสบายๆ พาไปเน้นแหล่งท่องเที่ยวเชิงความเชื่อท้องถิ่น และวัดวาอาราม ให้จิตใจสงบร่มเย็น รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยววิวสวย ถ่ายรูปขึ้นกล้อง เรียกว่ามาภาคอีสานทั้งที ไปถึงจังหวัดไหน ก็หาพิกัดชิลล์ได้ไม่ยาก

พระบรมธาตุนาดูน

แวะมา จ.มหาสารคาม ทั้งทีสถานที่ที่สำคัญที่พลาดไม่ได้ ก็คือพระธาตนาดูน สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาของชาวมหาสารคาม โดยบริเวณที่ตั้งแห่งนี้ มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมาย เป็นโบราณสถานที่มีหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของพื้นที่แห่งนี้มากตั้งแต่สมัยก่อน สำหรับตัวองค์พระธาตุจำลองแบบมาจากสถูปสำริดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ฐานประยุกต์แบบศิลปะทวารวดี

วัดวังคำ

วัดชื่อดังที่เป็นที่เที่ยวสุดอันซีนในเมืองกาฬสินธุ์ ที่เต็มไปด้วยความวิจิตรตระการตาของศิลปะการก่อสร้างที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก วัดเชียงทอง มรดกโลกในเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ตัววัดสร้างในปี 2539 เป็นงานศิลปะการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมแบบล้านช้าง อาคารเป็นหลังคามุข 3 ชั้น มีฉัตรตรงกลาง 9 ยอด หลังคาโค้งยาวสวยงาม โดยไม่ว่าจะมองที่มุมไหนของวัดก็สวยสง่างาม เมื่อเดินมาด้านหลังก็มีไฮไลท์สำคัญอย่าง รูปต้นโพธิ์ลวดลายสวย ๆ ประดับด้วยกระจกสี สะท้อนกับแสงไฟในยามค่ำคืนอย่างสวยงาม

สะพานเทพสุดา 

เป็นสะพานบรรยากาศสวย แถมยังเป็นสะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดในไทยด้วย มีลักษณะเป็นถนน  2 ช่องจราจร สร้างอยู่เหนือเขื่อนลำปาว โดยเชื่อมระหว่างแหลมโนนวิเศษ ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ กับบริเวณเกาะมหาราช ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี ช่วยร่นระยะทางให้คนในพื้นที่ได้กว่า 80 กม.เลยทีเดียว ส่วนใครที่อยากแวะชมวิวบนสะพานก็สามารถจอดรถตรงไหล่ทางได้ ถือเป็นอีกจุดชมวิวที่หลายคนชอบแวะมาถ่ายรูปหรือนั่งชมวิวกันชิลๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก

ที่ตั้ง : ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ่มข้าว หรือพิพิธภัณฑ์สิรินธร

บริเวณภูกุ้มข้าวเดิมเป็นพื้นที่ของวัดสักกะวัน เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก รวมทั้งโครงกระดูกไดโนเสาร์ทั้งตัวที่สมบูรณ์ที่ฝังอยู่ในพื้นดินและได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี

ภูกุ้มข้าวแต่เดิมเรียกว่าอุทยานไดโนเสาร์ ต่อมาที่เชิงภูกุ้มข้าวได้รับการปรับปรุงพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์สิรินธร หรือพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์ ที่สมบูรณ์แบบและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า “พิพิธภัณฑ์สิริธร”

การจัดแสดงภายในอาคารแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 การกำเนิดโลก ส่วนที่ 2 การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตซึ่งรวมถึงไดโนเสาร์ จนถึงการกำเนิดมนุษย์ ส่วนที่ 3 เป็นนิทรรศการหมุนเวียน ปัจจุบันกำลังจัดแสดงนิทรรศการ “ซากดึกดำบรรพ์ปลาภูน้ำจั้น” ซึ่งเป็นซากปลาน้ำจืดโบราณพันธุ์ใหม่ของโลกซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีชื่อว่า “เลปิโดเทส” มีความยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตรอยู่ในยุคมีโซโซอิก หรือ 65 ล้านปีที่แล้วช่วงเดียวกับไดโนเสาร์

ที่ตั้ง : ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธุ์ จ.กาฬสินธุ์
เปิดปิดเวลา: วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. – 17.00 น.
โทรศัพท์ : 043-871 014, 043-871 613-6

เมืองฟ้าแดดสงยางและพระธาตุยาคู

เมืองฟ้าแดดสงยางหรือที่เรียกเพี้ยนเป็นฟ้าแดดสูงยาง (บางแห่งเรียกเมืองเสมาเนื่องจากแผนผังของเมืองมีรูปร่างคล้ายใบเสมา) เป็นเมืองโบราณที่มีคันดินล้อมรอบ 2 ชั้น ความยาวของคันดินโดยรอบประมาณ 5 กิโลเมตร คูน้ำอยู่ตรงกลางคันดินทั้งสอง จากหลักฐานโบราณคดีที่ค้นพบทำให้ทราบว่ามีการอยู่อาศัยภายในเมืองมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แล้วได้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นในสมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 มีโบราณสถาน เช่น ใบเสมาหินทราย จำหลักภาพเรื่องชาดก และพุทธประวัติจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีพระธาตุยาคูหรือพระธาตุใหญ่ เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐ ปรากฏการก่อสร้าง 3 สมัยด้วยกันคือ ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ มีปูนปั้นประดับสร้างในสมัยทวารวดี ถัดขึ้นมาเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ขนาดฐานกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร ซึ่งสร้างซ้อนทับบนฐานเดิมเป็นรูปแบบเจดีย์ในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ สร้างซ้อนกันเป็นลักษณะแบบจตุรมุขสูงจากฐานถึงยอด 8 เมตร ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์

ที่ตั้ง : บ้านเสมา ต.หนองแปง อ.กมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ชุมชนทอเสื่อกกบ้านแพง 

ที่นี่เริ่มต้นจากมีวัตถุดิบหลักอย่างต้นกกที่ขึ้นอยู่จำนวนมาก และเนื่องจากชาวบ้านแพงต้องอาศัยน้ำฝนในการทำนาในช่วงหลังฤดูทำนาของทุกปีจึงนำต้นกกออกมาจักสานเพื่อใช้ในครัวเรือนหรือนำไปแลกสินค้าจากชุมชนอื่น จากนั้นก็พัฒนาขึ้นมากลายเป็นสินค้า OTOP ขึ้นชื่อของมหาสารคามจนเป็นหนึ่งในของฝากสุดคลาสสิกที่่ต้องมีติดไว้ที่บ้านเลยก็ว่าได้

โดยเสื่อกกถือเป็นวัสดุทางธรรมชาติที่มีภายในชุมชน และถูกพัฒนามาเป็นสิ่งของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อใช้ประโยชน์ตามความต้องการ โดยมีลักษณะเด่นของเสื่อกก คือลวดลายสีสันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง สีไม่ตก เป็นที่นอนเพื่อสุขภาพทำให้เวลานอนไม่ปวดหลัง สวยงามทันสมัย เหมาะกับการใช้งานพับเก็บง่าย สะดวกต่อการพกพาผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ รวมทั้งยังเป็นงานฝีมือภูมิปัญญาชาวบ้าน สร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.แพง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม

แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และความเป็นมาของเมืองมหาสารคาม ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะหนองข่า บนอาคารขนาดใหญ่แบ่งออกเป็น 2 ชั้น จัดแสดงนิทรรศการลักษณะถาวรบางส่วน คลังพิพิธภัณฑ์ และส่วนของห้องสำนักงานพิพิธภัณฑ์เน้นจัดแสดงเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คนเป็นหลัก มีแก่นของเรื่องแสดงออกถึงตัวตน หรือ อัตลักษณ์แห่งวิถีชีวิตชาวมหาสารคาม

ถือเป็นสถานที่สำคัญที่อธิบายคำว่า “เมืองซ้อนชนบท” ได้เป็นอย่างดี ใครที่สนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชมที่นี่ได้ฟรี ๆ แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ รับรองว่ามาแล้วเพื่อน ๆ จะได้รู้จักเมืองมหาสารคามมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : สวนสารธารณะหนองข่า เทศบาลเมืองมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม
เวลาเปิดปิด : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.
โทรศัพท์ : 043 723 467

วนอุทยานโกสัมพี

แหล่งพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติริมรื่นย์ของ เมืองมหาสารคาม แต่เดิมเป็นพื้นที่ป่าหนองบุ้ง ซึ่งเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติและมีศาลเจ้าปู่ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชานับถือของชาวบ้านท้องถิ่นคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอโกสุมพิสัยมาตั้งแต่เดิม ปัจจุบันยังเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่อยู่ใกล้ชุมชนที่สุดแห่งหนึ่ง

ภายในบริเวณป่าหนองบุ้งเป็นหนองน้ำธรรมชาติ ขนาดเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ มีน้ำตลอดปี มีพรรณไม้สำคัญหลายชนิดเช่น กะเบา ยาง ชมภู่ป่า หว้า ทองกวาว กระโดด เถาวัลย์เปรียง หวาย ตดตะกั่ว มะดัน นมแมว คัดเค้า และไม้ไผ่ นอกจากนั้นยังมีต้นจามจุรีหรือก้ามปู ซึ่งชาวบ้านนำไปปลูกไว้เพื่อเป็นร่มเงา ส่วนสัตว์ป่าที่ยังมีเหลืออยู่ที่สำคัญคือ ลิงวอกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นลิงวอกชนิดเดียวกับลิงวอกที่อยู่ในศาลพระกาฬ จังหวัดลพบุรี มีอยู่ 2 ฝูง จำนวนประมาณ 500 ตัว และยังมีนกกางเขน

วัดสุวรรณาวาส

วัดเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมดั้งเดิมแบบพื้นบ้านอีสาน ภายในวัดมี พระพุทธรูปมิ่งเมือง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองกันทรวิชัยประดิษฐานอยู่ คือ พระพุทธรูปปางสรงน้ำ มีความสูงประมาณ 4 ม.กว้าง 1 ม. สร้างด้วยศิลาแลง เป็นพระพุทธรูปที่นิยมสร้างในสมัยก่อนสุโขทัย เข้ากันเป็นอย่างดีกับโทนสีทองของวัดตัดกับความร่มรื่นของต้นไม้เขียวๆ ดูสวยงามสบายตาเป็นอย่างมาก

โดยประวัติความเป็นมาของ พระพุทธรูปมิ่งเมือง คือ สมัยรัตนโกสินทร์ จุลศักราช 1236 หรือปี 2417 ร.5 ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองขึ้นใหม่อีกครั้ง ให้ใช้ชื่อเมืองว่า คันธาวิชัย หรือ เมืองกันทะวิชัย ส่วนพระพุทธรูปทั้งสองได้มีการปฎิสังขร ต่อเติมส่วนที่หายไปในปี 2460 ให้กลับมาสวยงามดังเดิม โบราณวัตถุสำคัญที่ถูกค้นพบคือ พระพิมพ์ดินเผาปรางค์สมาธิศิลปะทวารวดีชั้นสูงของอินเดีย และได้นำมาถอดพิมพ์สร้างเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประจำจังหวัดมหาสารคามที่ประดิษฐานอยู่ที่บริเวณหน้า ศาลากลางหลังเก่า อ.เมือง จ.มหาสารคาม ที่มีชื่อเรียกว่า พระพุทธกันทรวิชัย

ที่ตั้ง : ม. 1 ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
เวลาเปิดปิด : 08.00-18.00 น.

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ : มะดุ่ยพาเที่ยว Madui on tour