ขับรถเที่ยว 3 เมืองน่ารัก ใจกลางอีสาน

สตาร์ทรถออกเที่ยวไปด้วยกัน กับโรดทริปยาวๆ เพลินๆ ตะลอนไปใน 3 จังหวัดอีสานแบบม่วนซื่น บนเส้นทางใจกลางภาคอีสาน มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด

สัมผัสความอลังการของวัดวา สถาปัตยกรรม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ คาเฟ่ให้เช็คอิน และที่สำคัญคืออร่อยกับอาหารอีสานแซ่บๆ แบบถึงถิ่นถึงใจกันไปเลย

1.  StreetArtร้อยเอ็ด

สายถ่ายรูปแนวสตรีท ชอบเดินเล่นตามหาภาพสตรีทอาร์ตเก๋ๆ ต้องขอบอกว่าเมืองร้อยเอ็ดคือแหล่งภาพสตรีทอาร์ทชั้นดีที่ได้บรรดาศิลปินแนวหน้าของไทยมาร่วมประลองฝีมือจนมีชีวิตชีวาไปทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มศิลปิน MSV คือ น้องมวย น้องบิว Waris Nap ดีหมี และแอนดรูว์

โดยจุดเช็คอินหลักๆ ให้ไปตามกันก็คือ Street Art 101 บริเวณข้างคลอง ใกล้กับสถานีดับเพลิง ซึ่งจุดนี้ถือเป็นสตรีทอาร์ทที่ยาวที่สุดของภาคอีสาน ระยะทางกว่า 200 เมตร อีกจุดคือ Street Art Roi-Et ตรงริมบึงพลาญชัย และ Canal Art Roi-Et บริเวณฝายน้ำล้น หลังวัดบูรพาภิราม
ที่ตั้ง : อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

2. เจดีย์มหามงคลบัว

พระเจดีย์สีทองอร่ามโดดเด่นมองเห็นจากถนน เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัวญาณ สัมปันโน โดยครั้งหลวงตายังมีชีวิตท่านได้มาดูการถมที่ วางศิลาฤกษ์ และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุด้วยตัวเอง รอบๆ องค์เจดีย์กว้างขวาง ด้านหน้าเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ ส่วนภายในองค์เจดีย์แบ่งเป็นสี่ชั้น ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานทั้งองค์พระประธาน รูปเหมือนหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงตามหาบัว และหลวงปู่หล้า ซึ่งล้วนเป็นพระภิกษุผู้ได้รับความเคารพเลื่อมใสจากพุทธศาสนิกชนชาวอีสาน
ที่ตั้ง : ถ.ทล.232 ต.หนองแวง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด
เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน

3. เบิ่งไฮ่เบิ่งนาคาเฟ่ 

โดนใจไปเต็มๆ กับคาเฟ่บรรยากาศทุ่งนา เหมาะกับการมานั่งชิลๆ สั่งอาหารและเครื่องดื่มมากินกันเพลินๆ ไฮไลท์ของทางร้านคือบริเวณสะพานที่สร้างเหนือทุ่งนาพร้อมเพิงพักระหว่างทางให้สั่งอาหารมานั่งกิน ส่วนทางเดินไม้ก็ประดับตกแต่งได้กลิ่นอายอีสานแบบน่ารักๆ เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปเช็คอิน อาหารก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งกาแฟ ชาไทย ชาเขียว โกโก้ อิตาเลี่ยนโซดา น้ำผลไม้ เบเกอรี่ ของกินเล่นต่างๆ ไปจนถึงเมนูจานหลัก โดยเฉพาะบรรดาอาหารอีสานที่บอกเลยว่าแซ่บโดนใจไม่แพ้วิวทุ่งนา
ที่ตั้ง : อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด
เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน
โทร. 080 301 2241

4. ผาหมอกมิวาย 

อยู่ในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ซึ่งเป็นเขตที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีความชื้นสูง จึงมีอากาศเย็นสบายและมีหมอกปกคลุมตลอดปีสมชื่อ นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ลับฟ้าที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของจ.ร้อยเอ็ด ส่วนสายถ่ายดาวก็ไม่ควรพลาดเพราะที่นี่ยังเป็นจุดที่มองเห็นทางช้างเผือกได้สวยงามมากๆอีกด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติให้เลือกเดินทั้งแบบ 2 และ 3 กิโลเมตร ไปจนถึงบ้านพัก ลานกางเต๊นท์ และร้านอาหารให้บริการ
ที่ตั้ง : เขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน
โทร. : 095 511 782

5. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล 

ตั้งอยู่ในวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ถือเป็นเจดีย์ที่มีความงดงามตระการตามากที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทย องค์เจดีย์ออกแบบโดยกรมศิลปากร ผสมผสานศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองอร่าม มีความกว้างxยาวxสูง 101 เมตร และมียอดทองคำที่มีน้ำหนักถึง 60 กิโลกรัม นอกจากนี้ ภายในเจดีย์ทั้ง 6 ชั้น ยังตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา มีทั้งพิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่ศรี รูปเหมือนของพระเกจิอาจารย์ 101 องค์ รวมทั้งพระบรมสารีริกธาตุที่ชั้นบนสุด ให้ประชาชนได้มาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
ที่ตั้ง : ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด
เวลาเปิด-ปิด : 06:00-17:00 น. ทุกวัน
โทร. : 084 953 9147

6. ยุนาเด้คาเฟ่ 

อีกหนึ่งคาเฟ่ริมนาที่บรรยากาศดีไม่แพ้ที่อื่นๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ข้าวกำลังเขียวแน่นเต็มทุ่ง กว้างไกลสุดสายตา บอกเลยว่ามองไปทางไหนก็สบายตา สบายใจ จะมาเดินถ่ายรูปเช็คอินบนสะพานที่ทอดยาว ก็มีมุมเก๋ๆให้เลือกเยอะมาก หรือจะมานั่งเล่น หาอะไรกินเพลินๆ ก็มีทั้งเครื่องดื่ม กาแฟ ชาไทย ชาเขียว โกโก้ โซดา น้ำผลไม้ เค้ก โทสต์ อาหารจานหลักต่างๆ นอกจากนี้ยังมีที่พักให้มานอนเล่นดูพระอาทิตย์ขึ้นเหนือผืนนาและสายหมอกอีกด้วย
ที่ตั้ง : อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน
โทร. 091 831 8748

7. หอชมเมือง 101

สุดอลังการกลางเมืองร้อยเอ็ดกับหอชมเมืองทรงโหวด หรือหอโหวด ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ซึ่งโหวดก็ถือเป็นเครื่องดนตรีที่มีแหล่งกำเนิดมาจากจ.ร้อยเอ็ด นั่นเอง โดยหอโหวดแห่งนี้นอกจากจะเป็นจุดชมวิวเมืองร้อยเอ็ดได้ 360 องศาแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมกิจกรรมที่น่าสนุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Sky Walk, Zip Line โรยตัวจากหอโหวด รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์ทันสมัยที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับทุกเพศทุกวัย จัดเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองร้อยเอ็ดที่ไม่ควรพลาดแวะมา
ที่ตั้ง : สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

8. เขื่อนลำปาว 

จุดเช็คอินที่หลายคนไม่พลาดเมื่อมาเยือนจ.กาฬสินธุ์ โดยจุดประสงค์หลักทำหน้าที่เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่กั้นลำน้ำปาวและห้วยยาง เพื่อแก้ปัญหาอุทุกภัยและใช้ประโยชน์ด้านชลประทานการเกษตร แต่ด้วยทัศนียภาพงดงามแถมบรรยากาศดี ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนของคนกาฬสินธุ์และพื้นที่ใกล้เคียงไปด้วย โดยเฉพาะบริเวณสันเขื่อนที่เหมาะขึ้นไปชมวิว ถ่ายรูป พร้อมกับนั่งกินอาหารพักผ่อน นอกจากนี้ยังมี หาดดอกเกด ที่ในช่วงฤดูร้อนน้ำจะลดเกิดเป็นชายหาดกว้าง จนได้รับฉายาทะเลกาฬสินธุ์ ตรงนี้ก็มีทั้งร้านอาหารและกิจกรรมทางน้ำให้สนุกมากมาย
ที่ตั้ง : ต.ลำคลอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์
เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 18.00 น. ทุกวัน

9. พุทธสถานภูสิงห์ 

เป็นวัดบนยอดเขาที่สามารถขึ้นมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และยังสามารถชมวิวจากมุมสูงได้อีกด้วย โดยวัดนี้ตั้งอยู่บนยอดภูสิงห์ เป็นที่ประดิษฐาน พระพรหมภูมิปาโล พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่สีขาว หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร สูง 17.80 เมตร สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2511 และถือเป็นพระพุทธรูปใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของภาคอีสาน นอกจากจะได้ชื่นชมความงดงามและสมส่วนทางพุทธศิลป์แล้ว บนยอดภูสิงห์ยังเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นได้ทั้งภูกุ่มข้าว ภูค่าว รวมถึงเขื่อนลำปาว แถมยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามอีกด้วย
ที่ตั้ง : ต.สหัสขันธ์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

10. แพการะเกด

เที่ยวเขื่อนลำปาวทั้งทีต้องไม่พลาดมาล่องแพ กินข้าว ชมบรรยากาศเขื่อน โดยร้านนี้อยู่ตรงใต้สะพานเทพสุดาพอดี จะเลือกนั่งกินบนแพเล็ก หรือจะพาหมู่คณะมานั่งกินบนแพใหญ่ก็ได้ ทางร้านมีบริการร้องคาราโอเกะ และหากใครอยากสัมผัสความงดงามของเขื่อนลำปาวแบบเคลื่อนที่ ทางร้านก็มีบริการลากแพชมวิวเขื่อนและพระอาทิตย์ตกด้วย ส่วนเมนูอาหารมีให้เลือกเยอะ โดยเฉพาะเมนูปลาน้ำจืด แนะนำเช่น ปลาคังต้มยำน้ำใส ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ปลาบึกผัดฉ่า และอีกมากมาย
ที่ตั้ง : อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์
เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 23.30 น. ทุกวัน
โทร. 093 085 0331

11 . ร้านเต็กฮะ

คาเฟ่เท่ๆ สไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ใจกลางเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อเข้ามาในร้านจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสบายๆ ภายในร้านดูโปร่ง ตกแต่งเน้นให้เห็นโครงสร้าง ผนังอิฐ เติมความสดชื่นด้วยไม้ประดับเขียวๆ ทั้งบนพื้นและแขวนจากเพดาน พร้อมมุมนั่งเป็นส่วนตัว เมนูแนะนำมีตั้งแต่กาแฟ ที่ชงอย่างพิถีพิถันโดยบาริสต้ามืออาชีพ ไปจนถึงเมนูโกโก้ มัจฉะ เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ต่างๆ ส่วนเบเกอรี่มีทั้งโทสต์น่ากินอย่าง ปังเต็กฮะ เต็กฮะสองรุมหนึ่ง เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารจานเดียวที่น่าลองอีกหลากหลายเมนูด้วย
ที่ตั้ง : ถ.สิทธิเดช อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์
เวลาเปิด-ปิด : 8:00-20:30 น.ทุกวัน
โทร. 086 722 0320

12. วัดวังคำ 

เป็นวัดที่สร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากวัดเชียงทอง มรดกโลกในเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว จึงมีความวิจิตรงดงามของศิลปะโดยเฉพาะการออกแบบที่มีอิทธิพลของสถาปัตยกรรมแบบล้านช้าง โดยเฉพาะอาคารหลักที่สร้างเป็นหลังคามุข 3 ชั้น มีฉัตรตรงกลาง 9 ยอด ทรงหลังคาโค้งยาวดูงามสง่า นอกจากนี้ด้านหลังยังมีไฮไลท์สำคัญอย่าง รูปต้นโพธิ์ ลวดลายประดับด้วยกระจกสี ยิ่งสะท้อนกับแสงไฟในยามค่ำคืนก็จะยิ่งสวยงาม
ที่ตั้ง : ต.สงเปือย อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์
เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 17.00 น. ทุกวัน

13. สวนไดโนเสาร์

ถ้าอยากสัมผัสความยิ่งใหญ่ของไดโนเสาร์ราวกับย้อนยุคไปเดินอยู่ด้วยกัน ต้องแวะมาที่สวนไดโนเสาร์แห่งนี้ โดยที่นี่อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์สิรินธรเพียงไม่กี่กิโลเมตร เข้ามาแล้วจะต้องทึ่งกับบรรดารูปปั้นไดโนเสาร์ที่มีทั้งรูปร่างหน้าตาและขนาดเสมือนจริงนับสิบตัว หลากหลายสายพันธุ์ ที่รู้จักกันดีก็เช่น ไทรเซราทอปส์ ซอโรพอด ทีเร็กซ์ แรปเตอร์ ฯลฯ กำลังอยู่ในท่าเดินไปด้วยกันเป็นฝูง ใครที่มาเยือนพิพิธภัณฑ์สิรินธรแล้ว ไม่ควรพลาดแวะมาโพสท่าเท่ๆกับไดโนเสาร์ที่นี่ เพิ่มความฟิน ราวกับอยู่ในยุคจูแรสสิค
ที่ตั้ง : ต.นิคม อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์
เวลาเปิด-ปิด : 08:30-17:00 น. ทุกวัน

14. สะพานเทพสุดา 

สะพานข้ามเขื่อนบรรยากาศสวย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดิน ตัวสะพานทอดยาวสร้างสำหรับสัญจรไปมา เชื่อมระหว่างแหลมโนนวิเศษ ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ กับบริเวณเกาะมหาราช ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี โดยนอกจากจะช่วยร่นระยะทางให้คนในพื้นที่ได้กว่า 80 กิโลเมตรแล้ว ยังถือเป็นสะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดในไทยด้วย ส่วนใครที่อยากแวะชมวิวบนสะพานก็สามารถจอดรถตรงไหล่ทางได้ ถือเป็นอีกจุดชมวิวที่หลายคนชอบแวะมาถ่ายรูปหรือนั่งชมวิวกันชิลๆ
ที่ตั้ง : ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

15. วัดพระพุทธมงคล 

เชื่อกันว่าวัดแห่งนี้มีมาตั้งแต่ยุคสร้างเมืองกันทรวิชัย โดยเป็นสถานที่ประดิษฐานหนึ่งในพระคู่เมืองคือ พระพุทธรูปยืนมงคล ลักษณะเป็นพระพุทธรูปยืนแบบศิลปะโบราณและถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ บ่งบอกความเก่าแก่เป็นอย่างดี โดยพระพุทธรูปองค์นี้มีความเป็นมาพร้อมกับพระพุทธมิ่งเมือง ที่วัดสุวรรณาวาส ซึ่งมีตำนานเล่าว่าพระทั้งสององค์ถูกสร้างขึ้นโดยท้าวลินทอง เพื่อล้างบาปที่ได้ทารุณบิดามารดาเพื่อยึดครองอำนาจ แต่แล้วก็มาป่วยและเสียชีวิตไปก่อน จนเมืองถูกทิ้งร้างนับพันปี กระทั่งมีการสร้างเมืองขึ้นใหม่ในสมัยร.5 ส่วนองค์พระก็ได้รับการปฎิสังขรต่อเติมส่วนที่หายไปให้กลับมาสวยงามตามที่เห็นในปัจจุบัน
ที่ตั้ง : ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน
โทร. 086 859 1940

16. ต้มไก่บ้านทุ่งนาเรา 

ร้านนี้บรรยากาศเรียบง่าย โอเพ่นแอร์ แต่ทีเด็ดอยู่ที่อาหารอีสานรสชาติแซ่บๆ ที่คนสารคามกินแล้วต้องบอกต่อให้มาลอง เมนูก็มีให้เลือกมากมายในราคาสบายกระเป๋า มาแล้วห้ามพลาด ต้มไก่บ้านสูตรลูกทุ่งรสเจ็บ ที่มากับเนื้อไก่บ้านเคี้ยวเพลินและน้ำซุปเข้มข้นซดคล่องคอ นอกจากนี้ยังมีไก่ทอดหนังกรอบ สั่งมากินกับน้ำจิ้มแจ่วฟินๆ หรือจะก้อยไข่มดแดง จานนี้บอกเลยว่าแซ่บซี้ดซ้าดโดนใจ ส่วนเมนูพวกส้มตำ ลาบ น้ำตก แกงอ่อม ต้มแซ่บ ไก่ย่าง เนื้อย่าง ฯลฯ ก็อร่อยโดนใจแบบสิบคะแนนไม่หักเช่นกัน
ที่ตั้ง : ถ.นครสวรรค์ ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม
เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 16.00 น. ทุกวัน

17. วัดสุวรรณาวาส 

วัดเก่าแก่คู่เมืองกันทรวิชัย ที่มีตำนานเล่าขานว่าถูกสร้างขึ้นพร้อมๆกับวัดพระพุทธมงคล ที่อยู่ห่างไปเพียง 1 กิโลเมตร เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมิ่งเมือง องค์พระยืนศิลปะโบราณสร้างด้วยหินทรายแดง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยทวารวดี จึงเป็นโบราณวัตถุอยู่คู่เมืองกันทรวิชัยมานานกว่า 1,000 ปีแล้ว นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิม หรือพระอุโบสถเก่าแก่ อายุนับร้อยปี ที่เต็มไปด้วยความงดงามและลักษณะทางศิลปะที่น่าสนใจ จนได้รับการยกย่องให้เป็นสิมที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือช่างอีสานยุคก่อนได้ดีที่สุดแห่งหนึ่ง
ที่ตั้ง : ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน
โทร. 054 755 323

18. วัดหนองหูลิง 

วัดเก่าแก่อายุเกือบร้อยปีที่ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความศรัทธา ภายในวัดโดดเด่นที่พระอุโบสถรูปทรงเรืออนันตนาคราชสีทองอร่าม สร้างและตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง เป็นอาคารที่ริเริ่มก่อสร้างโดยพระครูบวรธรรมปคุณ และชาวบ้านมาร่วมมือกันสร้างขึ้น ในปีพ.ศ. 2549 ซึ่งแต่ละจุดของพระอุโบสถแห่งนี้ได้แฝงคติธรรมและปริศนาธรรมเอาไว้มากมาย เช่น ทางขึ้นลงอุโบสถมี 4 ทิศ หมายถึง อริยสัจ 4 ทางเข้าพระอุโบสถเป็นประตูลักษณะเตี้ยๆ ทำให้เราต้องย่อตัวเดินเข้าไปเป็นการแสดงความนอบน้อมต่อองค์พระประธาน ส่วนองค์พระนั้นเป็นปางปฐมเทศนาเสมือนให้ผู้เข้ามารับฟังพระธรรมคำสั่งสอนจากพระพุทธองค์ด้วยตนเอง เป็นต้น
ที่ตั้ง : ต.มิตรภาพ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม
เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน

19. สะพานไม้แกดำ 

ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดหนองหูลิง เป็นสะพานไม้ความยาวกว่า 500 เมตร ที่สร้างเชื่อมระหว่างบ้านแกดำและบ้านหัวขัว เพื่อให้ชาวบ้านเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวก โดยเกิดขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านอย่างแท้จริงเนื่องจากมีการสร้างขุดพื้นที่เพื่อพัฒนาระบบชลประทาน จากหนองน้ำเล็กๆที่พายเรือไปมาหาสู่ได้ก็กลายเป็นบึงกว้างใหญ่ จนต้องสร้างสะพานขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการเดินทาง ลักษณะสะพานก็เป็นสะพานไม้แสนเรียบง่าย ดูโบราณ จนกลายเป็นเสน่ห์ให้คนแวะมาเดินเล่นถ่ายรูปกัน
ที่ตั้ง : ต.แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

20. อารยฟาร์ม 

คาเฟ่เท่ๆ ในสวนเกษตรที่เหมาะจะพากันมาแวะพักผ่อนและนั่งชิลกับอาหารและเครื่องดื่ม ตัวคาเฟ่สร้างเป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่ ภายในตกแต่งดูโปร่งน่านั่ง มีเมนูให้เลือกหลากหลายทั้งอาหาร ของกินเล่น เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟหอมกรุ่น เค้กต่างๆ ไปจนถึงก๋วยจั๊บญวน และอาหารตามสั่งอื่นๆ นอกจากนี้ร้านยังตั้งอยู่ในฟาร์มเกษตรจึงมีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปลูกเองให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นผักสด ผลไม้ โดยเฉพาะเมล่อนสุดหอมหวาน หรือจะเดินเล่นชมแปลงเกษตรผสมผสาน ชมคอกแกะ แพะ ถ่ายรูปเช็คอินกันเพลินๆ ก็ได้
ที่ตั้ง : ต.แก่งเลิงจาน อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม
เวลาเปิด-ปิด : 08.30 – 20.00 น. ทุกวัน
โทร. 091 961 9515

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากเพจ : ลาพักเที่ยว