สุรินทร์–ศรีสะเกษ ลุยกิน เที่ยวกัน แบบฟินๆ 3 วัน 2 คืน

เลี้ยวขวาไปเที่ยวภาคอีสานช่วงฤดูกาลกรีนซีซั่น ในพื้นที่สุรินทร์ – ศรีสะเกษ แวะชมธรรมชาติฟินๆ ขุนเขาสวยๆ ท้องนาเขียวๆ จากนั้นตระเวนไหว้พระ แวะชุมชน ยลปราสาท ขาดไม่ได้คือ ลุยกิน ชิลร้านอาหาร และคาเฟ่ขึ้นชื่อของทั้งสองจังหวัด

1.บ้านจารพัต
เป็นหมู่บ้านทอผ้าไหมมัดหมี่ที่เหมาะจะเข้ามาเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่กล้าคิดพลิกแพลงงานทอผ้าไหมให้ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ภายในศูนย์เรียนรู้มีทั้งโชว์รูมผ้าไหมลวดลายต่างๆ แขวนให้ชมและเลือกซื้อเต็มผนัง ส่วนด้านหลังเป็นโรงทอขนาดย่อมที่ชาวบ้านกำลังขมักเขม้นกับการทอผ้า เส้นไหมนำไปย้อมด้วยไม้มงคล 9 ชนิด มีทั้งแก่นขนุน แก่นมะขาม แก่นมะยม ดอกดาวเรือง ต้นคูณ ขมิ้น ต้นอร่าง ครั่ง รวมทั้งหมักด้วยโคลนกอบัว เพื่อช่วยให้ผ้ามีสัมผัสนุ่มนวลยิ่งขึ้น โดยผ้าไหมที่ทอออกมาจะเกิดลวดลายจากการมัดตามจินตนาการและมีความหมายมงคล อย่างลายดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ดอกคูณ ไปจนถึงฉากงานบวช หรือจะเป็นสีพื้น สีเหลื่อม ก็มีให้เลือกในราคาไม่แพง

ที่ตั้ง : ต.จารพัต อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน (เข้าชมเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้า)
โทร. : 086 257 2175

2.ปราสาทศรีขรภูมิ
มาถึง อ.ศรีขรภูมิ ไม่ควรพลาดแวะมาชมความงดงามของโบราณสถานคู่เมืองแห่งนี้ องค์ปราสาทสันนิษฐานว่าสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 17 เพื่อเป็นศาสนสถานในลัทธิไศวนิกาย สร้างเป็นหมู่ปรางค์ 5 องค์ แบบก่ออิฐไม่สอปูน ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงกว้าง 25 เมตร ยาว 26 เมตร และมีคูน้ำล้อมรอบ 3 ด้าน ความโดดเด่นเป็นที่เลื่องลืออยู่ที่ปรางค์องค์ประธานประดับทับหลังที่มีความสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดชิ้นหนึ่งของเมืองไทย แกะสลักเป็นภาพพระศิวนาฏราชสิบกร ทรงฟ้อนรำอยู่เหนือเกียรติมุข ภายใต้วงโค้งลายท่อนมาลัย ซึ่งสลักเป็นภาพพระคเณศ พระพรหม พระวิษณุ และพระอุมา ส่วนบริเวณเสากรอบประตูสลักเป็นรูปนางอัปสรถือดอกบัวและทวารบาลยืนกุมกระบอง ซึ่งคล้ายกับนางอัปสราที่ปราสาทนครวัด โดยเป็นรูปแบบที่ไม่พบในปราสาทหินที่อื่นในไทยเลย พบที่ปราสาทศีขรภูมิเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ที่ตั้ง : ต.ระแงง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์
เวลาเปิด-ปิด : 07:30-18:00 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 094 870 6448

3.Craft Café
คาเฟ่ในบ้านบรรยากาศอบอุ่นกลางเมืองสุรินทร์ มีทั้งโซนนั่งด้านในห้องแอร์ และสวนกลางแจ้ง ภายในตกแต่งเท่ๆ เน้นโชว์โครงสร้าง โดยเฉพาะตรงโซนนั่งติดกระจกกับกราฟิตี้หน้าร้าน จัดเป็นมุมยอดฮิตที่หลายคนชอบมาถ่ายรูปกัน ในส่วนของเมนู เน้นไปที่กาแฟจากเมล็ดคัดสรรและเบรนด์อย่างพิถีพิถัน มีสโลว์บาร์ให้นั่งชิลกับกาแฟดริป และยังมีเมนูอื่นๆ สำหรับคนละเมียดเรื่องกาแฟ เช่น Dirty Latte, G22, Lemon Espresso ฯลฯ รวมทั้งเครื่องดื่มซิกเนเจอร์สูตรเฉพาะของทางร้านให้เลือกอีกหลายรายการ นอกจากนี้ยังมีเบเกอรี่โฮมเมดให้สั่งมาละเลียดคู่กันอีกด้วย

ที่ตั้ง : ถ.สุรินทร์ภักดี ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-16:30 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 095 605 4281

4. ตั้งถาวรฟาร์ม
ชวนกันมาเที่ยวฟาร์มเมล่อนแห่งภาคอีสาน ลิ้มรสความหอมหวานจากผลผลิตที่เติบโตบนผืนดินนทุ่งกุลาร้องไห้แท้ๆ ที่นี่ปลูกเมล่อนหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเนื้อสีเขียวหรือเนื้อสีส้ม ผ่านการดูแลใส่ใจอย่างดี เลี้ยงแบบปลอดสารพิษในโรงเรือน จนได้เมล่อนเนื้อหวานตามธรรมชาติ และไม่ผ่านสารเร่งใดๆ ยังมีทั้งผักปลอดสารพิษต่างๆ มะเขือเทศ ข้าวโพดหวาน แตงโมไร้เมล็ด ฯลฯ โดยสามารถมาซื้อผลผลิตสดได้ถึงฟาร์ม หรือใครที่อยากนั่งชิล ก็มีร้านอาหารบรรยากาศดี มีทั้งเครื่องดื่มและอาหารให้เลือกสั่ง แนะนำ สมูทตี้เมล่อน น้ำเมล่อนปั่น ไอศครีมเมล่อน ส้มตำเมล่อน รวมไปถึงอาหารจานหลักอีกหลายอย่าง นอกจากนี้บริเวณโดยรอบยังจัดเป็นสวนสวยให้มาถ่ายรูปเช็คอินกันด้วย

ที่ตั้ง : ต.ยะวึก อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์
เวลาเปิด-ปิด : 08.00–18.00 น. ทุกวัน
โทร. 061 029 6557

5.โลกของช้าง (Elephant World)
โครงการยิ่งใหญ่ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและจังหวัดสุรินทร์ โดยเนรมิตรพื้นที่กว่า 500 ไร่ ติดกับศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง ให้เป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีทั้งจัดแสดงเรื่องราวของช้าง เป็นแหล่งศึกษาข้อมูลทางวิชาการของช้าง และจะมีช้างอยู่ที่นี่มากที่สุดในโลกด้วย ภายในแบ่งออกเป็น 8 ส่วน ซึ่งล้วนแต่เป็นโครงสร้างแปลกตาอลังการสมกับงานช้างทั้งสิ้น มีทั้งซุ้มประตูทางเข้า สนามแสดงช้าง สระช้างเล่นน้ำ หอชมช้าง โรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ และการท่องไพร ที่มีทั้งแบบท่องไพรปกติ และท่องไพรแบบแอดเวนเจอร์ เรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างแบบครบวงจรที่สุดในโลกก็ว่าได้

ที่ตั้ง : บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

6.บ้านท่าสว่าง
สำหรับคนหลงรักเสน่ห์ผ้าทอ ผ้าไหมน้อยยกทองแห่งบ้านท่าสว่าง คงติดหนึ่งในผ้าทอที่อยากได้มาเก็บสะสมหรือสวมใส่ ส่วนใครที่ยังไม่เคยเห็นการทอผ้าไหมซับซ้อนระดับปรมาจารย์ก็ควรเข้ามาศึกษาให้เห็นกับตาเป็นที่สุด เมื่อมาถึงชุมชนจะพบกับร้านค้าผ้าไหมเรียงรายสองข้างทาง มีทั้งเสื้อ ซิ่น กระโปรง กางเกง ฯลฯ ลวดลายทองดงาม ดีไซน์ไม่เชย เนื้อผ้านิ่ม สวมใส่สบาย ราคาเอื้อมถึง หลายคนจึงได้เสียเงินกันตั้งแต่ตรงนี้
แต่ถ้าเข้าไปอีกนิดจะถึง โรงทอผ้าไหมจันทร์โสมา ซึ่งก่อตั้งโดยอ.วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ศิลปินผู้พลิกฟื้นศาสตร์การทอผ้าไหมน้อยยกทองตามรูปแบบราชสำนักโบราณให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง รวมทั้งออกแบบลายผ้าที่ละเอียดละออ เช่น ลายเทพนม หิ่งห้อยชมสวน ก้านขดเต้นรำ ครุฑยุดนาค ผสานกับลายผ้าพื้นเมืองสุรินทร์ บางผืนต้องใช้ตะกอนับพันไม้จนต้องเจาะช่องชั้นล่างให้มีพื้นที่สำหรับคนช่วยสอดตะกอ เรียกว่าผ้า 1 ผืนจะต้องมีช่างถึง 4 นั่งรอบกี่ ส่วนช่างทอต้องใช้สมาธิสูงมากๆ วันนึงจึงทอได้เพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น แต่ก็ต้องเรียกว่าผ้าทอที่สำเร็จออกมาแต่ละผืน มีความละเอียด เนียนลื่น เหลื่อมทองเป็นประกาย งดงามเหมาะสวมใส่ในงานสำคัญ เช่น งานพิธีการ งานแต่งงาน เป็นต้น และถึงแม้จะใช้เวลานาน และราคาแต่ละผืนก็ร่วมแสน แต่ที่นี่ก็มีคิวทอผ้าอยู่ตลอดทั้งปี

ที่ตั้ง : ต.ท่าสว่าง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน (เข้าชมเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้า)
โทร. : 089 202 7009, 044 558 489-90

7.Life Coffee at Home
คาเฟ่ในบ้านบรรยากาศอบอุ่นเหมือนมานั่งชิลบ้านเพื่อน ตัวบ้านทั้งด้านในและนอกดูเท่ด้วยโครงสร้างผนังก่ออิฐ ด้านนอกร้านมีมุมนั่งเล่นในสวนเล็กๆ ส่วนในบ้าน เข้ามาก็สะดุดตากับเคาน์เตอร์กาแฟกลางร้าน มีโต๊ะนั่งห่างกันพอเป็นส่วนตัว ขาดไม่ได้คือมาสคอตเพนกวินหน้ามึน พร้อมของตกแต่งน่ารักๆ ให้ถ่ายรูปเล่นทั่วร้าน ในส่วนของกาแฟ ใช้เมล็ดคัดสรรจากหลายแหล่ง ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟจากบ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ที่ทางร้านนำเสนอและมีจำหน่ายด้วย แนะนำ Orange Espresso ดื่มแล้วสดชื่น หรือจะเป็น Dirty Coffee ก็ได้ความละมุนอีกแบบ และที่ไม่อยากให้พลาดคือเบเกอรี่โฮมเมด ที่ได้ลองคือ เค้กชาไทย และกรีนทีชีสเค้ก เนื้อนุ่ม ครีมละมุน ซึ่งทางร้านจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเมนูไปเรื่อยๆ ซื้อกลับบ้านก็ได้ กินที่ร้านก็ดี

ที่ตั้ง : ซอยศรีพัฒนา ต.นอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 086 866 5503

8.ข้าวต้มศรีเจริญ
ร้านอาหารตามสั่งใจกลางเมืองสุรินทร์ อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลสุรินทร์พอดีเป๊ะ บรรยากาศร้านเป็นแบบโอเพ่นแอร์ มีโต๊ะเก้าอี้เยอะพอควร ส่วนครัวยกมาไว้หน้าร้าน ยืนผัดให้เห็นกันจะๆ เมนูมีให้เลือกเยอะมาก แขวนไวนิลรายการอาหารไว้ทั่วร้าน แค่เงยหน้าก็ได้ไอเดีย เน้นกับข้าวที่กินเข้ากับข้าวต้มและข้าวสวย เช่น ยำปลาสลิดทอดกรอบ ผัดกุยช่ายขาวหมูกรอบ ยำไข่เยี่ยวม้า ผัดผักบุ้งไฟแดง ต้มยำไก่บ้าน ต้มยำปลาคัง ต้มโคล้งผักหวานปลากรอบ ไชโป๊วผัดไข่ ฯลฯ ร้านนี้เปิดช่วงเย็นจึงเหมาะกับช่วงเวลาผ่อนคลายหลังเลิกงาน หรือเที่ยวมาทั้งวัน ก็มานั่งสั่งของกินที่ชอบ แกล้มเครื่องดื่มเย็นๆ ปิดท้ายวันซักหน่อย

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์
เวลาเปิด-ปิด : 18:00-23:00 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 044 521 255, 086 890 9951

9.Slive Hotel
ชื่อโรงแรมอ่านว่า สลีฟ เพราะอยากให้คนที่มาพักรู้สึกผ่อนคลาย ได้พักผ่อนเต็มอิ่ม โรงแรมอยู่ย่านใจกลางเมืองสุรินทร์ ตรงข้ามโรงพยาบาลสุรินทร์ เรียกว่าเดินทางไปไหนก็สะดวกสบายมาก อาคารดีไซน์ทันสมัยโดดเด่น มีห้องพักทั้งหมด 37 ห้อง ทั้งแบบ Studio Suite, Deluxe Room และ Family Room ภายในตกแต่งเรียบง่าย มินิมอล น่านอน มีทั้งโต๊ะทำงาน โซฟา ตู้เซฟ เตียงกว้าง สัญญาณ WiFi ฯลฯ ความสะดวกสบายส่วนกลางก็มีครบ ทั้งฟิตเนส ห้องสปา สวนบนดาดฟ้า ห้องอาหาร ไปจนถึงคาเฟ่น่ารักๆ ติดกับโรงแรม พร้อมบริการอาหารเช้าแบบไทยๆ แสนอร่อย

ที่ตั้ง : ถ.หลักเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน
โทร. : 044 060 322, 044 060 323

ศรีษะเกษ…เด็ดไม่เบา

1.วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม
จุดดึงดูดที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธาแวะเวียนมาทำบุญกันไม่ขาดสาย อยู่ที่ถ้ำพญานาคจำลองที่ทางวัดสร้างขึ้นจากพุทธประวัติที่ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเคยเสวยพระชาติเป็นพญานาค โดยภายในถ้ำทั้งดูขลังและน่าเลื่อมใส ตกแต่งด้วยซอกหลืบและหินงอกหินย้อย ประดับไฟหลากสี ราวกับอยู่ในถ้ำใต้บาดาล ตรงกลางประดิษฐานพระประธานองค์หยกขาว ล้อมรอบด้วยรูปปั้นนาคาธิบดีและพญานาคขนาดใหญ่ที่เลื้อยพันอยู่ตามผนังถ้ำ เหมือนคอยปกปักรักษาพระพุทธองค์ ฝีมืออ่อนช้อยงดงามมาก ส่วนด้านในยังมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาวอีกองค์ ด้านหน้างดงามด้วยไม้แกะสลักจากเมียนมาร์ นอกจากนี้ภายในวัดยังเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น มีสระน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถมานั่งพักให้อาหารปลา รวมทั้งมีอาหารและของกินเล่นจำหน่ายด้วย

ที่ตั้ง : ต.โคกจาน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-17:00 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 094 879 8129

2. กี่ไก่ย่าง
มาถึง อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ทั้งทีไม่ควรพลาดของกินขึ้นชื่อ นั่นคือ ไก่ย่างไม้มะดัน เอกลักษณ์อยู่ที่การใช้ไม้มะดันมาเสียบย่างไก่ ซึ่งมีที่มาจากไก่ย่างสถานีรถไฟห้วยทับทันเมื่อ 80 ปีมาแล้ว โดยใช้ไม้มะดันที่หาง่ายแถวนั้นมาเสียบไก่ย่าง บ้างก็ว่าไม้มะดันช่วยให้เนื้อไก่มีความหอมและรสชาติที่อร่อยยิ่งขึ้น สำหรับร้านนี้เนื้อไก่ย่างมาแห้งพอดี เกรียมได้ที่ กินกับน้ำจิ้มสูตรของทางร้านคู่ข้าวเหนียวร้อนๆ คืออร่อยมาก นอกจากนี้ยังมีเครื่องในไก่เสียบไม้มะดันให้เลือกด้วย ส่วนเมนูอาหารอีสานอื่นๆ ก็มีหลายอย่าง เช่น ลาบหมู ลาบเนื้อ ส้มตำปูปลาร้า แกงอ่อมเนื้อ ห่อหมกหมู ฯลฯ

ที่ตั้ง : ต.ห้วยทับทัน อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน
โทร. : 087 873 0802

3.Cafe de Tree
คาเฟ่และร้านอาหารบรรยากาศดีในเมืองศรีสะเกษ ภายในตกแต่งสไตล์วินเทจ เน้นโชว์โครงสร้างเท่ๆ ตัดด้วยต้นไม้จำลองที่ประดับตามตามผนังร้าน ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอยู่ที่ตู้ปลาขนาดใหญ่เต็มไปด้วยปลาทะเลและปะการังหลากสี ที่ว่ายวนให้ดูเพลินๆ ร้านนี้มีทั้งเครื่องดื่ม เบเกอรี่ และอาหารจานหลักรสชาติดี เมนูอาหารมีทั้งสไตล์ตะวันตกและจานเดียว อย่างข้าวไก่ย่างหม่าล่า ลาซานญ่าแซลมอน พิซซ่าฮาวายเอี้ยน สเต็กหมูซอสพริกไทยดำ เป็นต้น ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งกาแฟ ชา สมูทตี้ อิตาเลี่ยนโซดา บิงซู ไอศครีม เบเกอรี่หลากหลายทั้ง เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน เค้กฝอยทอง ชีสพาย ฯลฯ เรียกว่าจะมาชิลช่วงบ่าย หรือจะแวะมาสังสรรค์ช่วงเย็นก็ได้หมด

ที่ตั้ง : ถ.เทพา ต.เมืองเหนือ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ
เวลาเปิด-ปิด : 07:00-24:00 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 081 280 8388

4.วัดสุพรรณหงส์
ความแปลกแตกต่างของวัดนี้จากวัดอื่นๆ ก็ตรงที่พระอุโบสถตั้งอยู่บนเรือสุพรรณหงส์จำลองขนาดใหญ่กลางสระน้ำ โดยสร้างทางเดินข้ามจากฝั่งขนาบด้วยพญานาคขนาดใหญ่ ระหว่างทางมีจุดให้แวะทำบุญเป็นระยะ จนไปสุดทางที่องค์พระประธานซึ่งประดิษฐานอยู่ในศาลาไม้ เคียงข้างด้วยรูปหล่อเหมือนของหลวงพ่อโตและหลวงพ่อทวด นอกจากนี้ยังมีทางเดินขึ้นไปบนพระอุโบสถทรงจตุรมุขด้านบนที่ประดิษฐานพระประธานอีกองค์ ส่วนหน้าพระอุโบสถยังมีบันไดให้เดินขึ้นไปบนแท่น เพื่อชมวิวมุมสูงได้อีกด้วย อิ่มใจกับการทำบุญแล้ว ริมสระน้ำยังจัดเป็นตลาดชุมชนที่ชาวบ้านนำสินค้าท้องถิ่น เช่น ข้าวหมาก ข้าวเหนียวกลอย ข้าวต้มมัด ผ้าทอมือ เครื่องจักสาน ฯลฯ มาจำหน่ายในราคากันเองกับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ที่ตั้ง : บ้านหว้าน ต.น้ำคำ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ
เวลาเปิด-ปิด : 05:00-18:00 น. เปิดทุกวัน ตลาดชุมชน เปิดจันทร์-เสาร์ 08:00-10:00 น. อาทิตย์ 08:00-12:00 น.

5.วัดบ้านสร้างเรือง
มองจากด้านนอกก็สะดุดตาด้วยประติมากรรมขนาดใหญ่ยักษ์มากมายที่ตั้งตระหง่านสูงพ้นกำแพงวัดออกมา จนต้องแวะเข้าไปเพื่อชมให้เห็นกับตา ซึ่งศูนย์กลางของวัดอยู่ที่องค์พระธาตุเรืองรอง สูงใหญ่เกือบ 50 เมตร สร้างด้วยศิลปะส่วย เขมร ลาว เยอ ผสมผสานกัน ภายในมีทั้งหมด 6 ชั้น โดยระหว่างทางขึ้นมีทั้งพระพุทธรูปให้สักการะ รวมทั้งหม้อ ไห ของเก่าสะสม ที่ทางวัดนำมาจัดแสดงให้ดู ก่อนจะขึ้นไปถึงชั้นบนสุดที่ประดิษฐานพระบรมเกศาธาตุของพระอรหันต์ และยังเป็นจุดชมวิวมุมสูง มองเห็นทั้งชุมชนโดยรอบและทุ่งนากว้างไกลสุดสายตา นอกจากนี้บริเวณรอบๆ พระธาตุยังสร้างเป็นทางเดิน จัดวางงานประติมากรรมขนาดใหญ่สื่อถึงปริศนาธรรมและขนบประเพณีชาวบ้านทางภาคอีสานให้ได้ชมอีกด้วย

ที่ตั้ง : บ้านสร้างเรือง ต.หญ้าปล้อง อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ
เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 045 821 058

6.วัดล้านขวด
หรือชื่อทางการคือ วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว เป็นวัดที่สร้างด้วยแนวคิดที่สร้างสรรค์ โดยนำเอาวัสดุอย่างขวดแก้วกว่า 1.5 ล้านใบ รวมทั้งฝาขวด มาเป็นวัสดุก่อสร้างในแทบทุกสิ่งของวัดแห่งนี้ ตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าวัด หอระฆัง โบสถ์ กุฏิ พระพุทธรูป ฯลฯ โดยแนวคิดนี้มาจากพระครูวิเวกธรรมาจารย์ หรือหลวงปู่ลอด ที่เห็นคุณค่าของขวดแก้วที่ถูกทิ้งในบริเวณวัดเป็นจำนวนมาก และยังช่วยประหยัดค่าวัสดุก่อสร้างด้วย เมื่อเข้ามาจะตื่นตากับ สิมน้ำ หรืออุโบสถกลางน้ำที่สร้างขึ้นด้วยขวดทั้งหลัง ภายในประดิษฐานพระประธาน ที่น่าสนใจคือจิตรกรรมฝาผนังด้านหลังก็สร้างเป็นรูปแบบโมเสค โดยนำฝาขวดโลหะที่แวววาวมาต่อเป็นภาพเทวดาอย่างสวยงาม สิ่งก่อสร้างไม่ไกลกันคือองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ หรือศาลาฐานสโมสรเจดีย์แก้ว ก็ก่อสร้างด้วยขวดแก้วทั้งหมด รวมทั้งพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่เช่นกัน

ที่ตั้ง : บ้านดอน ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 045 637 207

7.จุดชมวิวผาพญากูปรี
คุ้มค่าแก่การขับรถขึ้นเขาเพื่อมาให้ถึงจุดชมวิวที่น้อยคนจะรู้จักแห่งนี้ ด้วยวิวที่ตระการตาและประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าจุดชมวิวจะสะดุดตากับรูปปั้นกูปรีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนที่เคยมีผู้พบเห็นในป่าบริเวณนี้ พร้อมกับสวนหินโบราณอายุนับร้อยล้านปีที่จัดเอาไว้อย่างสวยงาม เมื่อผ่านจุดนี้ไปจะได้ตื่นตากับวิวทิวทัศน์กว้างๆ จากริมหน้าผาสูง มองเห็นทั้งทิวเขาพนมดงรัก รวมทั้งต้นน้ำห้วยสำราญที่กั้นระหว่าง อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ กับอ.บัวเชด จ.สุรินทร์ได้สุดสายตา ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่ไกลจากชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในยามพระอาทิตย์กำลังลับไปหลังทิวเขาจะยิ่งสวยงามมากเป็นพิเศษ ซึ่งในบริเวณจุดชมวิวก็มีทั้งระเบียงริมหน้าผา ทางเดินเลียบหน้าผา ร้านกาแฟ ศาลาชมวิวให้นั่งพัก นอกจากนี้ยังมีบันไดให้เดินลงไปชมภาพวาดพญากูปรี น้ำตก และสักการะพระพุทธรูปใต้หน้าผานี้อีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-17:00 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 064 145 9054

8. ร้านอาหารสีเขียว
ร้านดังในเมืองศรีสะเกษที่มีเมนูขึ้นชื่อหลายอย่าง โดยเฉพาะแจ่วฮ้อนเนื้อสูตรต้นตำรับของป้าเขียว แต่หากไม่ได้มากินเมนูเด็ดนี้ก็ยังมีอาหารเมนูอื่นๆ ให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะอาหารไทยและอาหารอีสานซึ่งทางร้านคัดสรรวัตถุดิบมาปรุงเป็นอย่างดี เช่น แกงคั่วหอมขม น้ำพริกปลาทู แกงหน่อไม้ ตำถั่ว ไข่เจียวไข่มดแดง เป็นต้น ส่วนบรรยากาศร้านก็ดูโปร่ง สบายๆ เน้นโทนสีขาวแซมสีเขียว เหมาะมากินทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น

ที่ตั้ง : ถ.มหาราช อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-22:00 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 045 611 589

9.Café dé Nissa
สำหรับสายชิลที่อยากหาคาเฟ่นั่งเล่นแบบหลีกหนีความวุ่นวายซักหน่อย ที่นี่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ตัวคาเฟ่ตั้งอยู่กลางฟาร์มออแกนิคที่ต้องขับรถผ่านทางลูกรังของชุมชนเข้ามาระยะนึง แวดล้อมด้วยความร่มรื่นและพืชผักต่างๆ โดยเฉพาะต้นทุเรียนจากดินภูเขาไฟที่ขึ้นชื่อของศรีสะเกษ สวนนี้ก็ปลูกเรียงรายเอาไว้เยอะทีเดียว ในส่วนของโซนที่นั่งก็จัดเอาไว้ทั้งตามซุ้มในสวน มีทั้งโซฟาและเปลให้เอกเขนกได้ฟีลรีสอร์ท และในห้องแอร์เย็นสบาย ตกแต่งเก๋ๆ มีเมนูเครื่องดื่มครบทั้งชาไทย ชาเขียว กาแฟ สมูทตี้ อิตาเลี่ยนโซดา ม็อคเทล ฯลฯ รวมไปถึงอาหารจานหลักอีกหลายรายการให้เลือกชิม

ที่ตั้ง : บ้านสำโรงใหม่ไทยเจริญ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-22:00 น. เปิดทุกวัน
โทร. : 095 610 6674

10. Gallery Design Hotel
โรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ ตกแต่งอย่างดีด้วยชิ้นงานศิลปะราวกับเป็นแกลเลอรี่ โดยเฉพาะบริเวณล็อบบี้ที่จัดแสดงของสะสมโบราณทั้งในตู้โชว์และงานไม้แกะสลักที่ตั้งริมทางเดิน ส่วนบริเวณห้องประชุมสัมมนาก็ยังมีภาพวาดร่วมสมัยเลียนแบบผลงานดังๆ ทั้งของแวนโก๊ะ ดาวินชี่ รวมทั้งภาพวาดสามมิติ ให้มาถ่ายรูปเล่น ส่วนภายในห้องพักก็ยังประดับด้วยภาพวาดดังๆให้ชม และมีครบความสะดวกสบาย ทั้งเตียงนอนนุ่มสบาย โต๊ะนั่งเล่น มินิบาร์ ไดร์เป่าผม สัญญาณ WiFi ฯลฯ นอกจากนี้อาหารเช้าของโรงแรมก็มีทั้งอาหารไทยและฝรั่งให้เลือกและรสชาติดีด้วย

ที่ตั้ง : ถ.อุบล อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน
โทร. : 045 611 999