งานบุญที่ยิ่งใหญ่ “แห่นาคโหด” จังหวัดชัยภูมิ

“เขาเล่าว่า” พิธีแห่นาคที่นี่…แปลก…ประหลาด…และโหดที่สุดในโลก!! บททดสอบความอดทนอดกลั้นของลูกผู้ชาย เพื่อทดแทนพระคุณของ “แม่” ที่ต้องอดทนอดกลั้นกับความเจ็บปวดเมื่อตอนคลอดลูกออกมา และต้องอดทนกับความทรมานในการ “อยู่ไฟ”  บนแคร่ไม้ไผ่ ฉะนั้นนาคที่นี่จะสามารถบวชได้ ต้องอดทนกับความเจ็บปวดและครองตัวให้มั่นบนแคร่ไม้ไผ่ที่ถูกเซิ้ง ถูกโยนอย่างรุนแรง และถูกหามแห่ไปรอบๆหมู่บ้าน

สำหรับ ประเพณีแห่นาคโหด ที่บ้านโนนเสลานี้ ถือเป็นประเพณีโบราณที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาหลายร้อยปี โดยชาวบ้านจะร่วมกันจัดงานอุปสมบทหมู่ให้กับคนหนุ่มหรือบุตรหลานในหมู่บ้านที่มีอายุครบ ๒๐ ปี เพื่อให้ลูกหลานได้บวชแทนคุณบิดามารดา ด้วยความตั้งใจที่จะบวชเอง  ซึ่งจะมีการเตรียมตัวมาตั้งแต่เดือนสี่ โดยผู้เป็นบิดาจะพาบุตรชายไปฝากไว้กับเจ้าอาวาส ใน ๒ วัดของหมู่บ้านโนนเสลา คือวัดบุญถนอมพัฒนาราม (วัดนอก) และวัดตาแขก (วัดใน) เพื่อถือขัน ๕ ประกอบด้วย เทียน  ๕ คู่ ดอกไม้ ๕ คู่ ไปฝากตัวเป็นนาคปฏิบัติธรรมถือศีล ๘ อยู่ที่วัด เรียนรู้บทสวดที่จะบวช และเรียนรู้   พระธรรมวินัยเบื้องต้น ก่อนถึงกำหนดวันบวชของประเพณี  งานบุญเดือนหกเริ่มต้นด้วย พิธีการตัดและโกนผมนาคกันก่อน  ตามพิธีบวชปกติ  แต่ก่อนจะเข้าพิธีสู่ขวัญ นาคทุกคนจะต้องพากันออกจากวัดไปกราบศาลปู่ตาซึ่งเป็นศาลประจำหมูบ้านกันก่อน เมื่อเสร็จแล้วนาคทุกคนค่อยกลับวัดเพื่อทำพิธีสู่ขวัญนาคต่อไป จากนี้ไปเป็นความเชื่อที่นับถือกันต่อมา  ด้วยการแห่นาค จากบ้านตนเองรอบหมู่บ้าน โดยจะใช้คนหนุ่มที่ยังไม่ได้บวชของแต่ละหมู่บ้าน มาช่วยกันหามแคร่ไม้ไผ่ แห่นาคไปรอบหมู่บ้าน และเขย่าโยนนาคอย่างรุนแรง ถือเป็นการทดสอบความตั้งใจว่า ผู้บวชจะมีความมุ่งมั่นอดทนที่จะบวชแทนคุณบิดามารดาหรือไม่ โดยผู้บวชจะต้องประคองตัวเองไม่ให้ตกลงมาจากแคร่ หากใครตกลงมาถูกพื้นดินจะถือว่าขาดคุณสมบัติไม่ให้บวช โดยจะเป็นเช่นนี้ตลอดระยะทางที่แห่รอบหมู่บ้านกว่า ๓ กิโลเมตร ซึ่งตั้งแต่มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาใน พ.ศ. ๒๕๑๔ จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีผู้ใดตกลงมาถูกดินเลยสักราย ถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่สุด คือ ศีรษะแตกและแขนหลุดก็ตาม ศรัทธามหามงคลยังดำเนินต่อไปตามความเชื่อและความรู้สึกในเส้นทางศาสนา แม้จะแห่ด้วยความโหด แต่ด้วยความมุ่งมั่นตลอด ๓ – ๔ ชั่วโมง อย่างต่อเนื่อง และด้วยรอบโบสถ์วัดอีก ๓ รอบ ความศรัทธายังไม่เสื่อมคลาย….สิ่งต่างๆเหล่านี้ถือเป็นความแซ่บของอีสานที่ลงตัวและหล่อหลอมด้วยความเป็นเสน่ห์ที่ยั่งยืน ควรค่าแก่การเรียนรู้และสืบทอดต่อไปเว็บไซต์ : www.tourismthailand.org/Chaiyaphum, www.facebook.com/tat.korat www.facebook.com/go2isan